ข่าว

มือปืนขอขมา‘พ่อพระหมอ’อโหสิกรรมให้

มือปืนขอขมา‘พ่อพระหมอ’อโหสิกรรมให้

25 มี.ค. 2558

"มือยิงพระหมอ"เข้ากราบขอขมาต่อ"พ่อพระหมอ" ท่านยอม อโหสิกรรมให้ มั่นใจ "ด.ต."คนชี้เป้าต้องเข้ามอบตัวแน่เพราะถูกกดดันทุกทาง

 
 
          วันที่ 25 มี.ค.58 เมื่อเวลา  05.00 น.  ตำรวจชุดปฏิการคลี่คลายคดีสังหารพระบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดตอสีเสียด อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมกับ ทุกชุดที่ร่วมปฏิบัติงาน ทั้ง ตำรวจกองปราบปราม ภูธรจังหวัดอุดรธานี  และ ตำครวจสืบสวนสอบสวน ภาค 4 ได้รวมกำลังเข้าตรวจค้นจุดต้องสงสัยต่างๆ โดยใช้กฎอัยการศึกนำทหารเข้าร่วมตรวจค้นด้วย โดยมี พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผช.ผบ.ตร. พานำตรวจค้น  โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่มีการเข้าตรวจค้น รพ.เอกอุดร ในจังหวัดอุดรธานี และบ้านพักของนายบรรเจิด ฉัตรไพฑูรย์ ซึ่งอยู่ภายในเขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยเบื้องต้นยังไม่พบ สิ่งผิดปกติ 
 
          ขณะเดียวกัน เมื่อ 08.00 น. ตำรวจได้นำตัวพ่อของ ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ตำรวจช่วยราชการปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองอุดรธานี  คือ นายสำราญ สร้อยสังวาลย์ อายุ 75 ปี บ้านเลขที่  170 หมู่ 2 บ้านสร้างแป้น ต. เชียงเพ็ญ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี มาสอบปากคำ ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี  พร้อมอาวุธปืนยาว ขนาด .22 ติดลำกล้อง พร้อมไม้ที่ทำเป็นด้ามปืนยาว และยังมีแผ่นป้ายทะเบียนรถ บธ 4903 นนทบุรีมาด้วย แต่ยังไม่ได้สอบปากคำ 
โดยนายสำราญ บอกว่า ไม่ได้พบกับ ด.ต.ชาญชัย ซึ่งเป็นลูกชายมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว ซึ่งตนไม่รู้เรื่องอะไรเลย ปืนตนก็ไม่รู้ว่าอยู่ในบ้าน เพราะตำรวจเป็นคนไปค้นเจอ ในตู้เสื่้อผ้าในห้องโถงของบ้าน และตนไม่รู้ว่า ลูกชายเอาปืนไปเก็บไว้ ส่วนป้ายทะเบียนรถก็ไม่รู้ว่ามาจากไหน 
 
          ต่อมา พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผช.ผบ.ตร. ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้หลังจากจับกุมตัวนายปัญจ๋า ชารีแสน  มือปืน ซึ่งได้รับสารภาพว่า เป็นคนลงมือยิง โดยก่อนหน้านี้ ได้รับการติดต่อจาก ด.ต.ชาญชัย โดยได้รับค่าจ้าง 5 หมื่นบาท ซึ่งมีการเข้ามาในพื้นที่วันที่ 28 ก.พ. ก่อนลงมือ 1 วัน โดยมี ด.ต.ชาญชัย เป็นคนติดต่อก่อน และดูเป้าหมายก่อนหน้าตั้งแต่วันที่ 26,27 และ 28 กพ.จึงมามือยิงเข้าพื้นที่ และก่อเหตุในวันที่ 1 มี.ค. และหลังจากก่อเหตุยิงพระหมอแล้ว นายปัญจ๋าบอกว่า ได้รับเงินก่อน 3 หมื่นบาท และหลังจากนั้น อีก 3-4 วัน ด.ต.ชาญชัย ได้นำเงินมาให้ตนอีก 2 หมื่นบาท ที่บ้านในจังหวัดกาฬสินธุ์ 
 
          พล.ต.ท.ปัญญา บอกอีกว่า มือยิงพระหมอบอกว่า หลังเกิดเหตุ ได้กลับไปที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยรถคันที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถของ ด.ต.ชาญชัย ที่ใช้ 2 คัน โดยคันแรกเป็นรถคันที่นำไปเฝ้าดูหมอก่อนลงมือ เป็นรถมาสด้าสีขาว และวันก่อเหตุ ก็เป็นอีกคัน แต่เป็นสีและยี่ห้อเดียวกัน  สำหรับ ด.ต.ชาญชัยตอนนี้ คาดว่า  ด.ต.ชาญชัย น่าจะข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ซึ่งกำลังประสานงานอยู่ แต่หาก ด.ต.ชาญชัย จะมอบตัวก็รีบออกมามอบตัว ขณะนี้กำลังขอศาลอนุมัติหมายจับอยู่
 
          สำหรับช่วงสายวันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก สตช. จะได้เดินทางมาลงพื้นที่ โดยนายปัญจ๋า มือปืนต้องการเข้าไปกราบขอขมา พระพ่อของหมอบัณฑิต และ แม่ของหมอบัณฑิต พร้อมญาติ  ซึ่งทาง รอง ผบ.ตร. น่าจะเข้าไปพื้นที่ และจะมีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพของนายปัญจ๋าด้วย 
 
          “นายปัญจ๋า สารภาพว่า ยิงพระไป 2 นัด โดยนายปัญจ๋า เป็นคนก่อเหตุยิงคนเดียว โดยมี ด.ต.ชาญชัย ชี้ตัว และพอลงมือสังหารแล้ว ก็นอนไม่หลับ วันนี้เขาอยากไปที่เกิดเหตุ เพื่อกราบพี่น้องและญาติของพระ เพื่อล้างบาปทางใจ เพราะนายปัญจ๋าไม่รู้ว่า จะให้มายิงพระ รู้ตัวก่อนไม่กี่นาที ส่วน ด.ต.ชาญชัย หลบหนีอยู่ ”พล.ต.ท.ปัญญากล่าว 
 
          นอกจากนั้น พล.ต.ท.ปัญญา ยังกล่าวอีกว่า รู้ตัวคนจ้างวานแล้ว ซึ่งสาเหตุมาจากเรื่องเข้าใจผิด แต่ขอปิดไว้ก่อน เพื่อเป็นประโยชน์กับรูปคดี   เมื่อถาม พล.ต.ท.ปัญญาว่า ผู้จ้างวานฆ่าพระหมออยู่ในจังหวัดอุดรธานีหรือไม่ พล.ต.ท.ปัญญา ตอบว่า อยู่ในจังหวัดอุดรธานี แต่เมื่อถามต่อว่า เป็นผู้ที่ทางตำรวจเคยเรียกมาสอบสวนใช่หรือไม่ ทาง พล.ต.ท.ปัญญา ไม่ตอบ ได้เพียงแต่หัวเราะ และบอกว่า คงต้องรอ ซึ่งเรากำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับอยู่





"หลวงปู่สุข"พ่อ"พระหมอ"ให้พรมือปืนหลังขอขมา
          
          พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัว นายปัญจ๋า หรือโบ้ ชารีแสน ไปที่วัดป่าตอสีเสียด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี  เพื่อทำพิธีขอขมา ต่อพระสุข สุจิโต พระพ่อพระหมอบัณฑิต ตามความต้องการของผู้ต้องหา โดยชั้นแรก จะทำพิธีที่กุฏิ แต่มีกองทัพนักข่าวจากส่วนกลาง ติดตามมาทำข่าวจำนวนมาก จึงต้องขยับขยายมาพิธีที่ “ศาลาวัด” ซึ่งพิธีทำไปอย่างเรียบง่าย 
          
          โดย นายปัญจ๋า ได้ถือดอกไม้ธูปเทียน กราบขอขมาหลวงปู่สุข พร้อมกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ผมผิดไปแล้วครับ” จากนั้นได้ถวายดอกไม้ธูปเทียนให้กับมือหลวงปู่สุข แล้วกราบ 3 ครั้ง โดยทางหลวงปู่สุขได้แตะมือนายปัญจ๋า พร้อมกับกล่าวเทศนาว่า “ก็รู้สึกว่าเป็นผู้ที่รู้บุญรู้บาป รู้จักสำนึกบุญบาป สิ่งใดที่ทำไปแล้ว แม้จะได้ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ หลวงพ่อก็ขออโหสิกรรมให้ โดยไม่มีความติดใจหรืออาฆาตมาตร้ายแต่อย่างใด ทุกคนสัตว์โลก ไม่ว่าสัตว์หรือมนุษย์ หลวงพ่อก็มีแต่เมตตา มีแต่ให้อภัย ไม่ถือโทษโกรธเคือง สิ่งใดทำไปแล้ว ก็ขอให้เป็นสิ่งที่จบไป ขอกุศลผลบุญอันนี้ ก็จงส่งให้ผู้ที่สำนึกผิดนี้ จงได้รับผลบุญอานิสงค์ ที่ได้สำนึกว่า ได้พลั้งเผลอกระทำไป แม้จะได้ตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตาม ขอให้ท่านจงประสบความสุขความเจริญในอนาคตข้างหน้า โดยทั่วทุกทั่วหน้ากาลนานเทอญ”หลวงปู่สุข กล่าว  
          
          จากนั้น นายปัญจ๋า ได้เข้ากราบที่ใกล้ตักของหลวงปู่สุข ซึ่งหลวงปู่สุขได้จับมือพร้อมแตะที่ศีรษะนายปัญจ๋า และบอกว่า เจริญ เจริญนะ เมื่อขอโทษก็ขอให้เหมือนกราบพระพุทธเจ้า ซึ่งท่านก็ไม่มีอะไร ท่านก็ถวายกรรไกร ท่านก็ตกใจว่า เป็นพระประสงค์ของพระพุทธเจ้า ในอนาคตข้างหน้า อันนี้ก็เหมือนกัน เมื่อสำนึกแล้ว ก็ถือว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย จากเบื้องบนลงมาจนถึงเบื้องล่าง ทุกหน่วยทุกหมู่เหล่า ที่ทำงานด้วยกำลังความสามารถ ถือว่า ผลงานครั้งนี้ หลวงพ่อก็จะจารึกไว้ตลอดไป ขอให้ท่านเจ้านายชั้นสูง และทุกหน่วยงานที่ช่วยเหลือกันครั้งนี้ ขอให้จงประสบความสุขความเจริญ ด้วยอานิสงค์ของคุณ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ขอจงโปรดประทานพร คิดถึงสิ่งใด ปรารถนาสิ่งใด ไม่ว่าสาภยศสรรเสริญสุข ขอให้ท่านได้รับดังความปรารถนาทุกประการเทอญ 
          
          ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า หลังจากควบคุมตัวนายปัญจ๋า ได้มีการซักทอดไปถึง ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ พร้อมรับสารภาพทั้งหมดว่า เป็นผู้ลงมือยิง แต่ยังไม่มีการพูดถึงตัวผู้จ้างวาน โดยตำรวจขอเวลาอีกสักระยะ และจากการพูดคุยกับคณะที่ลงพื้นที่ทำงานทุกส่วน ทราบว่า นายปัญจ๋า รับเงินมา จำนวน 50,000 บาท เพื่อเป็นค่าจ้าง โดยแบ่งรับ 2 ครั้ง จำนวน 30,000 บาท และ 20,000 บาท ซึ่งการที่นายปัญจ๋า รับงานมา ตนเชื่อว่า เขาต้องรู้ว่า เหยื่อเป็นพระ ถึงแม้จะไม่รู้ เมื่อเห็นห่มผ้าเหลืองก็ต้องกลับ หากเขาไม่มีความตั้งใจที่จะยิง เป็นสามัญชนธรรมดา 
          
          “เมื่อเห็นว่า เป็นพระ ก่อนยิงเขาคงจะคิดหนัก แต่นี่เขาตั้งใจจะมาลงมือยิงเลย โดยมาดูลาดเลา 2-3 ครั้ง ซึ่งผมเชื่อว่า เขารู้ว่าเป้าหมายเป็นใคร ส่วนสาเหตุที่เขารับมายิง ผมมั่นใจว่า เขาต้องรู้ ก่อนการจะทำอะไรสักอย่าง ส่วนแนวทางการสืบสวนจนสามารถจับกุมมือปืนได้ โดยการทำงานของตำรวจ เราจะตั้งประเด็นไว้หลาย ๆ เรื่อง จากนั้นจึงค่อยลงมือตัดประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องออก จนเหลือประเด็นสุดท้าย เรื่องชู้สาว ที่เกิดความเข้าใจผิดขึ้นมา ”พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว  
 
          พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวผู้ต้องสงสัยอีกคน ที่เป็นตำรวจกำลังหลบหนี ตนเชื่อว่า อีกไม่นานเขาต้องติดต่อมอบตัว เพราะเราได้กดดันในทุกวิธีแล้ว ซึ่งตนเชื่อทีมงานที่เป็นตำรวจทุกคนที่ลงมาทำงาน ส่วนจะโยงไปถึงตัวผู้จ้างวานหรือไม่ ทางตำรวจเราทำงานเต็มที่ พยานหลักฐานอยู่ที่ได้ เราต้องนำมาให้หมด ซึ่งตนได้สั่งการไปยัง  พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผช.ผบ.ตร.ไปแล้ว ว่า หากพยานหลักฐานถึงใคร อย่างไร ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินคดีให้หมด และเรื่องจะสอบสวนนายตำรวจ ที่เป็นผู้บังคับบัญชาของดาบตำรวจ คงต้องพูดคุยกันอีก