
สุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงิน
26 มี.ค. 2558
สวัสดีเศรษฐกิจ : สุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงิน : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
คนเราทุกคนควรมีหลักคิดในเรื่องสุขภาพกาย ใจ งานและเงินดังนี้ใช่หรือไม่
1.บทบัญญัติของสุขภาพกายและจิตใจ
สวดมนต์ภาวนา นวดตาสองนาที
ดื่มน้ำอุ่นเร็วรี่ สุขขีห้องสุขา
แกว่งแขนหนึ่งพัน ทุกวันสองเวลา
ผลไม้ก่อนอาหาร ทานไข่ผักปลา
บำรุงกายา ร่าเริงจิตใจ
งดหวานมันเค็ม ทอดปิ้งย่างไหม้
หมักดองห่างไกล ปลอดภัยโรคา
ทำบุญใส่บาตร ชาตินี้มีสุข
ขอให้พ้นทุกข์ สุขกันทั่วหน้า
เพื่อนฝูงใกล้ไกล ส่งใจทักมา
คลายเหงาอุรา น่าชื่นใจเอย
รวมแล้วเรียกว่าสูตรอายุยืน
2.บทบัญญัติสุขภาพทางการเงิน
ในชีวิตของเราครั้งหนึ่งเมื่อได้เกิดมาและเล่าเรียนศึกษาผ่านจากคนที่ไม่รู้มาเป็นคนที่รู้ รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร รู้ว่าเมื่อเรามีสติสมบูรณ์ อ่านหนังสือรู้ ดูหนังสือเป็น เมื่อเราไปสัญญาเอาไว้กับใครไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ญาติพี่น้อง ธนาคาร สถาบันการเงินแล้ว สัญญาต้องเป็นสัญญา เป็นหนี้ต้องใช้หนี้ วินัยเป็นสิ่งที่เกิดจากข้างในตัวเรา ไม่ใช่ไปเรียกร้องให้ใครมาบังคับได้ เมื่อเราต้องออกปากขอ มือที่ขอไม่เคยสูงกว่ามือที่ให้
การจะมีอิสรภาพทางการเงินได้นั้น มันต้องผ่านกระบวนการสะสม เก็บออม ที่เรียกว่า “อดออม” หมายถึง อดทนที่จะไม่ใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็นวันนี้เพื่อเก็บเอาไว้ใช้ในยามจำเป็นวันข้างหน้า เพราะคติและความเชื่อที่ว่า ถ้ายังซื้อของที่ไม่จำเป็นวันนี้ ในวันข้างหน้าจะได้ขายของที่จำเป็นแน่
การมีอิสรภาพทางการเงิน ในภาษาชาวบ้าน คือ อยากกินก็มีกิน อยากใช้ก็มีใช้ ไม่ต้องไปกู้ไปขอเขามากินมาใช้ มีชีวิตที่เรียบง่ายตามฐานะ ไม่เห่อเหิมไปกับกระแสอยากได้ใคร่มี มีความสุขตามสมควร มีเงินออมและประกันไว้รองรับความเสี่ยง ทั้งเรื่องสุขภาพ อุบัติเหตุ อุบัติภัย หากมีเหลือก็สามารถแบ่งปันให้คนที่ขาดแคลน บำรุงพระพุทธศาสนาตามฐานะ (ไม่ใช่ไปกู้มาทำบุญเพราะเชื่อว่าทำมากจะได้ไปอยู่บนสวรรค์แบบมีพื้นที่มากๆ อย่างที่ถูกหลอกกัน หรือหลงกันไป)
ทั้งสองข้อข้างต้น ผมมีความเชื่อว่า เราๆ ท่านๆ ทำได้ และทำได้จริง แต่ต้องทำได้ด้วยใจที่ไม่โลภโมโทสันนะครับ
ขอขอบคุณท่านที่ส่งไลน์ข้อมูลดีๆ มาให้ตั้งต้นเขียนบทความนี้ครับ
-----------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : สุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงิน : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



