ข่าว

ระทึก!ลมฝนถล่มกรุงท่วมห้างจราจรหนึบ

ระทึก!ลมฝนถล่มกรุงท่วมห้างจราจรหนึบ

24 มี.ค. 2558

ระทึก!ลมฝนถล่มกรุงท่วมห้างจราจรหนึบ ระเบียงกันสาดตึกแถวย่านสี่พระยาพัง ‘สุขุมพันธุ์’กำลังเร่งระบายน้ำ

               เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 มีนาคม 2558  ร.ต.ท.จิรยุทธ ดุ่นป่า พนักงานสอบสวน สน.บางรัก รับแจ้งเหตุอาคารพาณิชย์เลขที่ 481,483,485 ทรุดตัว ลงมาทับรถแท็กซี่ บริเวณริมถนนสี่พระยาใกล้กับซอยศาลเจ้าเจ็ด มุ่งหน้าแยกมหาเศรฐ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย นางสุภาวดี สิทธิกรไพบูลย์ ผอ.สำนักงานเขตบางรัก เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางรัก เจ้าหน้าที่สำนักป้องกะนและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่โยธา กทม. และเจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญู

               ที่เกิดเหตุพบอาคารพาณิชย์เก่าแก่ถูกปล่อยรกร้าง ปลูกติดกัน 6 คูหา สูง 2 ชั้น ติดริมถนนสี่พระยา ซึ่งเป็นถนนวันเวย์สามช่องทางเดินรถ โดยพบว่ากันบริเวณชั้น 2 ของอาคาร 3 ใน 6 อาคารพังทลายลงมาทั้งแถบ พร้อมทั้งมีเศษปูน และสังกะสีหลนลงมาที่พื้นผิวถนน และรถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีเขียว หมายเลขทะเบียน ทว2469 กรุงเทพมหานคร ของ สหกรณ์แท็กซี่สุวรรณภูมิ จำกัด สภาพกระจกด้านหน้าฝั่งคนขับมีรอยร้าว ตลอดจนบนหลังและกระโปรงหน้ายุบตัว โดยมี นายอุดม ม่วงแกม อายุ 47 ปี เป็นคนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่เร่งทำการกั้นแนวพื้นที่ ปิดการจราจร 1 ช่องทาง และรวบรวมทั้งหมดเป็นหลักฐาน

               นายอุดม เล่านาทีเฉียดตายว่า ระหว่างขับมาตามถนนสี่พระยา ซึ่งรถจอดติดไฟแดงอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ขณะนั้นมีฝนตกหนัก ประกอบกับมีลมกระโชกแรง จู่ๆได้ยินเสียงดังโครม รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รถที่ตนขับอยู่ถูกแรงกระแทกอย่างจังจากด้านบน เมื่อมองขึ้นไปด้านบนเห็นแท่งปูนแตกหล่นลงมาทับ โชคดีที่ตนไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด มีแค่รถแท็กซี่ได้รับความเสียหาย

               ด้าน นางสุภาวดี กล่าวว่า เบื้องต้นทางสำนักงานเขต และสำนักโยธาฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าอาคารนี้มีอายุราว 50 ปี แล้วถูกปล่อยรกร้างมากว่า 10 ปี แต่ยังมีการซื้อขายเปลี่ยนมือเจ้าของมาโดยตลอด สำหรับสาเหตุเนื่องจากก่อนเกิดเหตุมีฝนตกหนัก ประกอบกับอาคารมีสภาพที่เก่าแก่ ไม่ได้รับการดูแล แล้วยังพบว่าปูนมีสภาพเปลื่อยตามกลเวลา จนทำให้มีการสะสมของน้ำฝน ทำให้กันสาดรองรับน้ำหนักของน้ำฝนไม่ไหวได้ถล่มลงมา อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้สั่งการให้อายัดปิดอาคารพร้อมกั้นบริเวณ พร้อมประสานสำนักโยธาฯ มาตรวจสอบ เพื่อความปลอดภัย หลังจากนี้ประสานเจ้าของล่าสุดมาพูดคุย เพื่อทำการปรับปรุง หรือรื้อถอนอาคารพาณิชย์ดังกล่าวอีกครั้ง

               ขณะที่ ร.ต.ท.จิรยุทธ กล่าวว่า คดีดังกล่าวถือเป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับการระเมิดต่อทรัพย์ เบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้ ตามที่ผู้เสียหายร้องขอ ก่อนจะให้ทางผู้เสียหายไปร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย ส่วนสำนักงานเขตที่เป็นผู้เสียหาย ต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบอาคารว่ามีการก่อสร้างผิดแบบ หรือเป็นอาคารที่หมดสภาพการใช้งาน ก่อนจะให้ทางสำนักงานเขตมาแจ้งความดำเนินคดีต่อไป


น้ำท่วมขังหลายจุด-การจราจรหนึบ

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนัก ประกอบกับมีลมกระโชกแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานครต่อเนื่องนานนับชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังหลายจุด อาทิย่านอโศก ย่านศาลาแดง ย่านมักกะสัน ย่านห้วยขวาง และย่านสุขุมวิท ฯลฯ น้ำที่ท่วมขังตามผิวการจราจรมีระดับสูงประมาณ 15 ซม. บางจุดสูง 20- 30 ซม. ซึ่งน้ำที่ท่วมขังดังกล่าวทำให้การสัญจรของรถค่อนข้างลำบาก เกิดปัญหาการจราจรติดขัด ขณะเดียวกันก็มีรถจักรยานยนต์สัญจรไม่ได้ บางคันเครื่องยนต์ดับจากน้ำที่ท่วมขังดังกล่าว ทั้งนี้ส่งผลให้น้ำท่วมท็อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ต(โรบินสันสุขุมวิท) ด้วย 

               ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทางกองบังคับการตำรวจจราจร หรือ บก.จร. ได้ประกาศแจ้งข่าวพื้นที่โดยทั่วไปของกรุงเทพมหานครมีฝนตก ได้แก่ ถนนรามคำแหง, ถนนพระราม 4, ถนนราชดำริ, ถนนลาดพร้าวฯ ทำให้ถนนเปียกลื่น อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เส้นทางต่าง ๆ และสภาพการจราจรเพิ่มเติม หรือ แจ้งอุบัติเหตุจราจร ท่านสามารถสอบถามและแจ้งได้ที่ 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


'สุขุมพันธุ์'กำลังเร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง

               ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุเนื้อหาดังนี้

               "สวัสดีครับ พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครที่เคารพ หลายท่านในที่นี่ อาจมีความกังวลใจเกี่ยวกับฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้นะครับ

               ผมเรียนให้ทราบอย่างนี้นะครับ ฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้นั้น เกิดจากความกดอากาศสูงจากทางประเทศจีน เป็นลมมรสุมฤดูร้อน ฝนจะตกทุกวันนะครับนับจากนี้ ไปจนถึง 27-28 มีนาคมนะครับวันนี้ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ด้วยกันของกรุงเทพมหานคร บนถนนหลายสายมีน้ำขังและน้ำรอระบาย เจ้าหน้าที่สำนักระบายน้ำประจำตามจุดต่างๆเพื่อเร่งระบายน้ำอยู่นะครับ

               จุดที่น้ำรอระบายในตอนนี้ที่ได้รับการแจ้งเข้ามานะครับ เผื่อว่า พี่น้องประชาชนจะได้หลีกเลี่ยง มีจุดที่ถนนเจริณกรุงหน้าโรบินสันบางรัก  ถนนสวนพลูซอย 6 - เทคนิคกรุงเทพ  ถนนพัฒนาการซอย 32ถนนศรีิยุธยา หน้าวังสวนผักกาด  ถนนดินแดง ซอยสุทธิพร - ตลาดขวัญ"

 

ชาวนาเมืองกรุงเก่าหนีแล้งปลูกดาวเรืองเจอฝนกระหน่ำดอกร่วง

              ผู้สื่อข่าวออกสำรวจผลกระทบด้านการเกษตร จากภาวะภัยแล้ง และการเกิดฝนตกลงมาในช่วงเช้าวันเดียวกันในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งพบว่าที่ ต.ตะกู อ.บางบาล มีเกษตรกรหลายรายปลูกดอกดาวเรืองในที่ดินซึ่งเคยเป็นนาข้าว และพบว่าหลังเกิดฝนตกลงมาติดต่อกันสองวันเกษตรกรต้องเร่งออกเก็บดอกดาวเรืองที่ล้มและหลุดร่วงกันอลหม่าน

              นายกมล บรรดาศักดิ์ อายุ 46 ปี บ้านอยู่ 49 ม 2 ต.ตะกู อ.บางบาล เป็นเกษตรกรทำนาทีเคยปลูกข้าวจำนวน 100 ไร่เศษ โดยเช่าที่นาราคาไร่ละ 1200-2600 บาทต่อไร่ต่อปี มีผลผลิตไร่ละเกือบ 1 ตัน และจากภาวะข้าวประสบปัญหาภัยแล้ง และภาวะหนูกัดกินต้นข้าว ทำให้ผลผลิตตกต่ำ จึงลดพื้นที่เช่านาเหลืออยู่เพียง 50 ไร่ และในช่วงที่รัฐบาลประกาศวิกฤตสถานการณ์ภัยแล้งนายกมลได้หันมาทดลองปลูกดอกดาวเรืองขาย ในพื้นที่นา

              นายกมล เปิดเผยว่าหลังจากที่เกิดวิกฤตสถานการณ์ภัยแล้ง จึงเป็นส่วนหนึ่งในการลดพื้นที่เช่านา แต่ก็ยังปลูกข้าวอยู่ และได้แบ่งพื้นที่ทดลองปลูกดอกดาวเรืองในพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกดอกดาวเรืองจำนวน 5 พันต้น ลงทุนไปกว่า 2 หมื่นบาทตั้งแต่เดือนก.พ.ที่ผ่านมา และสามารถเก็บผลิตได้แล้ว 4 รอบเป็นเงินเกือบ 1 หมื่นบาท โดยดอกดาวเรืองดอกใหญ่ขายได้ดอกละ 80 ส.ต.ลงไปจนถึงราคาดอกเล็กสุดร้อยละ 10 บาทปรากฎว่าในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ดอกดาวเรืองร่วงหล่น เสียหายไปกว่า 20 เปอร์เซ็น และในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้มีฝนตกลงมาอีก จึงต้องเร่งเก็บดอกดาวเรืองที่ได้ขนาด เพื่อส่งขาย คาดว่าหากมีฝนตกหนักอีกสองสามครั้ง เกษตรกรที่ปลูกไร่ดาวเรืองอาจจะได้รับความเสียหายทั้งหมดอย่างแน่นอน ตอนนี้ก็ภาวนาไม่อยากให้ฝนตกช่วงนี้ เนื่องจากข้าวเองก็ใกล้ออกรวงด้วย