ข่าว

‘สรรเสริญ’เผย‘ประยุทธ์’บินเคารพศพ‘ลีกวนยู’

‘สรรเสริญ’เผย‘ประยุทธ์’บินเคารพศพ‘ลีกวนยู’

24 มี.ค. 2558

"ไก่อู"เผย"นายกฯ"บินเคารพศพ"ลีกวนยู"ในฐานะแขกรบ.เชื่อวางตัวดีแม้"ทักษิณ"ร่วมงานด้วยยกวาทะอดีตผู้นำสิงคโปร์คำนึงความมั่นคง-สงบสุขก่อนปชต.ที่นักการเมืองหยิบยื่น

 
          วันที่ 24 มี.ค.58 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.เตรียมเดินทางไปเคารพศพนายลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเคารพศพเช่นเดียวกัน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปในฐานะผู้นำของประเทศที่ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการ ส่วนคนอื่นอาจจะไปในฐานะส่วนตัวซึ่งได้รับเชิญจากรัฐบาลสิงคโปร์ก็ถือเป็นดุลพินิจของทางสิงคโปร์           
 
          ส่วนโอกาสที่จะไปพบเจอหน้ากันนั้นไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีหรือไม่มี ตนมั่นใจว่าภายใต้สถานการณ์ในปัจจุบันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินและดูแลสถานการณ์ในภาพรวมทั้งหมด เป็นผู้รับผิดชอบต่อความสำเร็จและความล้มเหลวทั้งหมดของ คสช.และแม่น้ำ 5 สาย จึงรู้ดีว่าจะวางบทบาทแค่ไหนอย่างไรจึงจะเหมาะสม
 
 
ยกวาทะอดีตผู้นำสิงคโปร์ 
 
          พล.ต.สรรเสริญ  กล่าวว่า จากการอ่านความคิดที่มีการโพสต์ในอินเตอร์เน็ต โดยพูดถึงวาทกรรมของ นาย ลี กวน ยู ในการสร้างประเทศสิงคโปร์ว่า จะคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศและความสงบสุขของประชาชนเป็นหลัก จะไม่ยินยอมดำเนินการตามทฤษฎีประชาธิปไตยที่นักการเมืองทั้งหลายหยิบยื่นให้ หากเปรียบเทียบกับประเทศเราก็ไม่ต่างจากสิงคโปร์ วันนี้ปัญหาทั้งหลายก่อนที่ คสช.จะเข้ามานั้นกำลังถูกแก้ไขโดยแม่น้ำทั้ง 5 สาย ที่พยายามจะยกร่างกฎ กติกา และนำปัญหาทั้งหลายในอดีตมาเป็นตัวตั้ง ทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบคือกลุ่มการเมือง วิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ จึงขอให้ประชาชนใช้ดุลพินิจในการรับฟังข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นและพิจารณาว่าการทำงานของแม่น้ำ 5 สาย ตอบโจทย์การแก้ปัญหาอย่างไร อย่าวิตกกับคำนิยาม และคำแก้ต่างของผู้ที่อยู่ในแวดวงการเมืองทั้งหลายที่เขาต้องการให้ตัวเองกลับมา เพราะหากจะปฎิรูปต้องมีทั้งคนได้และเสีย หากประชาชนส่วนใหญ่และประเทศได้รับประโยชน์ และประชาชนบางกลุ่มต้องเสียสละบ้างเพื่อให้ประเทศเดินไปสู่จุดที่มีความเจริญเหมือนประเทศสิงคโปร์ ก็ขอให้ทุกคนใช้ดุลพินิจ ส่วนข้อสังเกตของบางคนว่ารัฐบาลจะต่อท่ออำนาจนั้น เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีและคสช.ไม่เคยกำหนดว่าสภาปฎิรูปแห่งชาติ(สปช.) กรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องทำอะไร เพราะเขาไปคิดไปทำเองและหาแนวทางแก้ไขพร้อมเหตุผลที่จะชี้แจงประชาชน ถามว่าจะเป็นการต่อท่ออำนาจอย่างไร
 
          เมื่อถามว่ารัฐบาลสิงคโปร์จะจัดลำดับเพื่อไม่ให้พบกันหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่กล้าไปคิดอย่างนั้น ขณะนี้สิงคโปร์อยู่ในช่วงเวลาความโศกเศร้าและอาลัย ส่วนที่หลายฝ่ายพยายามจะถามว่าหากไปเจอกันแล้วทำไมไม่จับกุมตัว ต้องบอกว่าในความเป็นจริงไม่สามารถทำได้ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ไปในฐานะแขกและมีภารกิจ จะไปทำได้อย่างไรเนื่องจากเป็นพื้นที่ต่างประเทศ จึงขอให้เข้าใจสถานการณ์จริงด้วย
 
 
รัฐบาลไม่มีมาตรการพิเศษดูแล ครม.สัญจร
  
          รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม. สัญจร) ภายหลังเจ้าหน้าที่พบวัตถุระเบิดใกล้สถานที่ประชุมว่า ทางรัฐบาลไม่มีมาตรการพิเศษอะไรในการรองรับ เพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รายงานต่อนายกรัฐมนตรีโดยตลอดว่ามีความรัดกุมในการดูแล ทั้งนี้เข้าใจว่าสังคมมีความวิตกกังวลหลังจากตรวจพบวัตถุระเบิดใกล้พื้นที่ประชุม แต่จากข้อมูลเบื้องต้นสันนิษฐานว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการเตรียมก่อเหตุร้ายในพื้นที่ เพราะวัสดุอุปกรณ์ที่ตรวจพบไม่ได้สื่อให้เห็นในทิศทางของการก่อเหตุร้าย เพราะส่วนใหญ่ถ้ามีการจับอาวุธในการเตรียมก่อเหตุร้าย รูปแบบของระเบิดจะเป็นชนิดสำเร็จรูป สามารถถอดสลักแล้วใช้ได้เลย แต่ที่มีการตรวจพบนั้นมีกระสุนและไม่มีอาวุธสงครามอย่างอื่นนอกจากดินระเบิด ฝักแคระเบิด ชนวนระเบิด เชื้อปะทุ ระเบิดเพลิง ที่มีการตรวจพบนั้นเข้าใจว่าเกิดจากความเกรงกลัวของผู้ที่มีอาวุธเหล่านี้ในครอบครอง จึงมีการนำไปทิ้งไว้ ดังนั้น การตรวจพบจึงไม่น่าจะมีผลต่อความเข้มงวดในมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับการประชุมครม.สัญจร
  
          ผู้สื่อข่าวถามว่า อาวุธที่พบไม่ใช่อาวุธของทางกองทัพใช่หรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า วัตถุระเบิดทั้งหลายเหล่านี้ อย่างทีเอ็นทีใช้ในทางทหารได้ ใช้ในทางอุตสาหกรรมก็ได้เช่นกัน อาทิ โรงงานระเบิดหิน ส่วนการที่บรรจุในกระสอบที่เขียนว่า ร.1 พัน1 รอ.นั้น มองได้หลายอย่าง เช่น อาจเคยนำไปใส่อุปกรณ์ของเจ้าหน้าที่ หรืออาจเป็นความพยายามที่ให้คนเข้าใจว่าเป็นของเจ้าหน้าที่
 
 
ชง "กต."แจงองค์กรต่างประเทศ หวังเข้าใจกระบวนยุติธรรมของไทย
  
          พล.ต.สรรเสริญ กล่าวถึงองค์การสิทธิมนุษยชนสากลแสดงความห่วงกระบวนการสอบสวนผู้ต้องหาในคดีปาระเบิด ศาลอาญาว่า เรื่องดังกล่าวได้ส่งข้อมูลชี้แจงไปยังนายเสกข์ วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศกระทรวงการต่างประเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งนายเสกข์จะแปลเนื้อหาสาระโดยรวมเพื่อส่งให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ นอกจากนี้การทำหนังสือชี้แจงไปยังองค์การต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการมาโดยตลอด สำหรับเรื่องนี้รัฐบาลไม่ได้ติดใจองค์กรต่างๆ เพราะทั้งยูเอ็น และ แอมเนสตี้ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามภารกิจ แต่ในเรื่องของข้อมูลข่าวสารอยากให้เกียรติกัน เพราะทางรัฐบาลเองทุกส่วนพยายามอธิบายชี้แจงว่ามาตรฐานกระบวนการยุติธรรมไทยเป็นอย่างไร ซึ่งในเรื่องของกฎหมายเฉพาะเราใช้เท่าที่จำเป็น และไม่ได้ทำให้ประชาชนไทยรู้สึกอึดอัด ผู้ที่อึดอัดคือผู้ที่มีความคิดแอบแฝงในการกระทำความรุนแรง แม้กระทั่งการจับกุมผู้ต้องหาคดีปาระเบิดก็ยังอาศัยอำนาจกฏอัยการศึกจึงสามารถได้ตัวผู้ต้องหากว่า 10 คน
  
          พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วน พ.ร.บ.ศาลทหารนั้น ทุกส่วนได้ชี้แจงไปแล้วว่ามาตรฐานไม่ได้แตกต่างไปจากกฎหมายของพลเรือน ผู้ที่เข้าสู่กระบวนการของศาลทหารล้วนเป็นคดีใหญ่ ไม่ใช่เรื่องสัพเพเหระ แต่เป็นเรื่องที่มีการก่อเหตุรุนแรง การทำลายความรู้สึกของประชาชนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รัฐบาลเข้าใจหน้าที่ขององค์กรต่างๆ ที่ออกมาทักท้วง แต่องค์กรเหล่านี้ก็ต้องเชื่อมั่นในกระบวนการของเราด้วยเหมือนกัน การชี้แจงต่างๆ ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน รัฐบาลและ คสช.พร้อมรับการตรวจสอบไม่มีปัญหาแต่ประการใด ถ้าพร้อมจะเข้ามาตรวจสอบเมื่อไหร่ก็เข้ามาได้ทันที เพราะทางเจ้าหน้าที่พร้อมรับการตรวจสอบอยู่แล้ว