ข่าว

ฆ่ารัดคอ‘สาวใหญ่’ร้านชำชิงทรัพย์

ฆ่ารัดคอ‘สาวใหญ่’ร้านชำชิงทรัพย์

24 มี.ค. 2558

คนร้ายฆ่ารัดคอชิงรถเก๋งสาวใหญ่เจ้าของร้านชำ ผบก.ชลบุรี จัดทีมล่าตัว

 
 
          วันที่ 24 มี.ค.58 เมื่อเวลา 01.00 น.  ร.ต.ท.นิจสันติ์ พั่วพันศรี พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุฆาตกรรม ภายในบ้านพักเลขที่ 100/5 ตรงข้ามโรงงานอะไหล่รถยนต์ บริษัท อิโต เซอิโค (ประเทศไทย) ม.4 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบก. พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก. สภ.บางละมุง นำกำลังชุดสืบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐานภาค 2 แพทย์เวร รพ.บางละมุง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ เมืองพัทยา รุดไปตรวจสอบ
 
          ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพัก 1 ชั้น แบ่งพื้นที่เปิดเป็นร้านขายของชำ และบริการตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ พบชาวบ้านในละแวกดังกล่าวพากันมามุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกหา เพราะเกรงจะไปทำลายหลักฐาน จากการตรวจสอบบนเตียงนอนบริเวณหลังร้าน พบศพนางอภิชญา นพมาศ อายุ 60 ปี ชาว ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เสียชีวิตอยู่ในสภาพ ตัวแข้งทื่อนอนขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วบริเวณ โดยมีมุ้งนอนรัดที่ลำคอ และคลุมศีรษะอยู่ คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 24 ชั่วโมง โดยมีสุนัขผู้ตายเฝ้าบริเวณร้านอยู่ไม่ห่าง
 
          จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พื้นบริเวณเตียงนอนกางเกงชั้นในลักษณะผู้หญิงจำนวน 1 ตัว เสื้อชั้นใน 1 ตัว ซองโทรศัพท์มือถือ และเหล็กยาวประมาณ 2 เมตร ตกอยู่ และที่บริเวณประตูทางเข้า พบเสื้อผ้าผู้ชายใส่อยู่ในตะกร้าผ้าวางอยู่ ซึ่งคาดน่าจะเป็นของคนร้าย เบื้องต้นจึงยึดไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปตรวจสอบ นอกจากนี้ยังมีรถยนต์เก๋งผู้ตายยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีแดง ทะเบียน 1กอ 3934 กรุงเทพมหานคร จอดไว้ในบ้านพักสูญหายไปอีกด้วย
 
          สอบถาม ชาวบ้านในบริเวณที่เกิดเหตุ ทราบว่า ผู้ตายพักอาศัยอยู่เพียงคนเดียว ซึ่งมีนิสัยใจคอดี มีอารมณ์ขัน ชอบช่วยเหลือคนอยู่เสมอ โดยมีลูกชายคนเดียว ซึ่งทำงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และผู้ตายจะไปหาสู่อยู่เป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุ คืนวันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ผู้ตายได้ปิดร้านตั้งแต่เวลา 20.00 น. จากนั้นก็ไม่เห็นผู้ตายมาเปิดร้านขายของอีกเลย จึงเชื่อว่าน่าจะไปหาลูกชายที่กรุงเทพมหานคร เพราะเนื่องจากไม่เห็นรถยนต์เก๋งผู้ตายจอดอยู่ จนกระทั่งเวลาเกิดเหตุ ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากในร้านผู้ตาย จึงแจ้งเจ้าหน้ามาตรวจสอบ และพบเป็นศพถูกฆาตกรรมและชิงทรัพย์ดังกล่าว
 
          พล.ต.ต.นิติพงศ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบร้านเกิดเหตุ พบกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่จำนวน 2 ตัว ทั้งนี้ จึงได้เก็บฮาร์ดดิส วงจรปิด ไปตรวจสอบหาเบาะแสคนร้าย เบื้องต้นสันนิษฐานว่า คืนเกิดเหตุคนร้ายซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ได้ทำทีเข้ามานำผ้ามาซักและเข้าไปเลือกซื้อข้าวของในร้าน จากนั้นคนร้ายได้อาศัยจังหวะที่ผู้ตายเดินเข้าไปหยิบเงินทอน บุกตามเข้าไปฉุดกระชากผู้ตายไปบนเตียงนอนจากนั้นได้ใช้ผ้าคลุมหัวก่อนที่จะใช้มุ้งนอนรัดคอเสียชีวิตคาที่และชิงรถเก๋งหลบหนีไปดังกล่าว
อย่างไรก็ตามได้นำหลักฐานตกอยู่บริเวณเกิดเหตุไปตรวจหาลายนิ้วแฝงแล้ว พร้อมกับสั่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ล่าตัวคนร้าย และไปตรวจสอบโรงงานข้ามจุดเกิดเหตุ ว่าคนงานไม่มาทำงานบางหรือไม่ตั้งแต่วันเกิดเหตุ เนื่องจากโรงงานดังกล่าวมีคนงานชาวไทยและต่างด้าวจำนวนมาก





รวบแก๊งค์วิ่งราวนักท่องเที่ยว
 
          เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 23 มี.ค.58  พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์ รองผกก.สส.สน.ทองหล่อ ร.ต.อ.ภานุภัทร กิตติพันธ์ พ.ต.ต.อัครัช ถนอมชาติ สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อ ร่วมจับกุม ด.ช.เติ้ล(นามสมมุติ) อายุ 14 ปี วินจักรยานยนต์รับจ้าง หมายเลข 22 ซอยเลิศแก้ว1 หลังก่อเหตุใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำแดง หมายเลขทะเบียน 2กว7418 กทม. วิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวเกาหลี ขณะโดยสารรถตุ๊กตุ๊ก ย่านซอยคาวบอย แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. ได้ทรัพย์สินเป็นกระเป๋าสตางค์ผู้หญิงสีดำ ภายในมีพาสปอร์ตจำนวน 1 เล่ม บัตรพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งและใบอนุญาตทำงานในประเทศฟิลิปินส์ เงินสดสกุลเงินไทย 4,500 บาท เงินสกุลสหรัฐอเมริกา 131 ดอลล่า เงินสกุลฟิลิปินส์ 83 ริงกิต รวมเป็นเงินกว่า 9,500 บาทไทย โดยทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ที่บริเวณแยกอโศก
 
          จากการสอบสวนทราบว่า ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งในย่านสีลม สาทร อโศก ทองหล่อ โดยมีผู้ร่วมก่อเหตุอีกสองคนโดยจะเลือกลงมือก่อเหตุกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นั่งตุ๊กตุ๊กและคนเดินถนนที่ไม่ระวังตัว โดยด.ช.โตจะมีหน้าที่คอยขี่จักรยานยนต์ระวังเหตุและคอยช่วยเหลือผู้ร่วมก่อเหตุ
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อหาผู้ร่วมก่อเหตุ ก่อนจะแจ้งข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ ก่อนควบคุมตัวส่งศาลเด็กและเยาวชนกรุงเทพใต้ต่อไป