ข่าว

‘ประวิตร’สั่งสอบทุกปมระเบิดกู้ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล-คสช.

‘ประวิตร’สั่งสอบทุกปมระเบิดกู้ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล-คสช.

24 มี.ค. 2558

‘ประวิตร’สั่งสอบทุกปมระเบิด กู้ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล-คสช. : ทีมข่าวความมั่นคง

               สร้างความตระหนกได้ไม่น้อยสำหรับเหตุพบวัตถุระเบิด และอาวุธสงครามจำนวนมากบริเวณพื้นที่ปลูกป่าริมถนนเพชรเกษม ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ห่างสถานพักฟื้นและพักผ่อนกองทัพบกสวนสนประดิพัทธ์ เพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น

               ส่วนที่เป็นประเด็นใหญ่โตขึ้นมา เนื่องจากจุดที่พบระเบิดอยู่ไม่ไกลจากสวนสนประดิพัทธ์ ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่จัดประชุม ครม.สัญจรครั้งที่ 1 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคม นี้ ดังนั้นข่าวการพบวัตถุระเบิด และอาวุธสงครามครั้งนี้ จึงถูกนำมาโยงใยกับการประชุม ครม.สัญจรครั้งแรกของ ครม.ประยุทธ์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

               อย่างไรก็ตาม บรรดาคีย์แมนระดับสูงของรัฐบาล ไล่เรียงมาตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ต่างก็ปฏิเสธว่า ไม่ใช่การเตรียมก่อเหตุในช่วงการประชุม ครม. แต่น่าจะเป็นการนำมาทิ้ง เพราะกลัวความผิดมากกว่า

               ด้าน นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ระบุเพิ่มเติมว่า หลังเหตุพบระเบิด พล.อ.ประวิตรได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดในการดูแลพื้นที่ให้มากขึ้น พร้อมทั้งมีการประเมิน และส่งเจ้าหน้าที่ลงไปในพื้นที่เพื่อติดตามกลุ่มผู้ต้องสงสัย

               "ลักษณะดังกล่าวฝ่ายความมั่นคงได้ทำมาโดยตลอดตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ระเบิดที่สยามพารากอน ซึ่งที่ผ่านมาเครือข่ายผู้ก่อเหตุมีจำนวนหลายคน ทำให้สามารถจับกุมได้และขยายผลเชื่อมโยงได้ง่าย ส่วนกรณีล่าสุดจากการตรวจพบระเบิดที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ว่าเกี่ยวข้องกับอะไร"

               ส่วนที่มาของวัตถุระเบิด และอาวุธสงครามนั้น นายปณิธาน มองว่า ในภูมิภาคของเรามีอาวุธสงครามอยู่มาก เมื่อเกิดสงครามอาวุธเหล่านี้จึงเป็นอาวุธเก่า ขณะที่ตอนหลังมีความพยายามในการขายอาวุธ แต่จากการกดดดัน และปราบปรามมาตั้งแต่ปลายปี 2557 จึงทำให้หลายคนนำอาวุธเหล่านี้ไปฝังหรือไปทิ้ง ซึ่งกรณีล่าสุดต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร

               เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระดับสูงรายหนึ่งเปิดเผยว่า อาวุธที่ตรวจยึดได้นั้น พล.อ.ประวิตรสั่งการให้นำไปเก็บไว้ในพื้นที่กองทัพบก เพื่อให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพาวุธทหารบกตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุระเบิด ก่อนจะรายงานรายละเอียดให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทราบต่อไป

               “พล.อ.ประวิตรสั่งการให้เร่งตรวจสอบเส้นทางว่ามาจากที่ใด ใครเป็นคนนำมาทิ้ง หรือลักลอบมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการตรวจสอบซีเรียลนัมเบอร์ เมื่อตรวจสอบแล้วคงจะทราบว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะตอนนี้มีหลายกระแสมาก ดังนั้นเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจน”

               เจ้าหน้าที่ความมั่นคงคนเดิมระบุว่า ขณะนี้ยังบอกไม่ได้ว่า วัตถุระเบิดที่พบจะเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้ายที่ปาระเบิดเข้าไปในศาลอาญา หรือกลุ่มที่ประกาศว่าจะก่อเหตุ 100 จุด ทั่วประเทศหรือไม่ ซึ่งจะต้องตรวจสอบทั้งหมด คงไม่ทิ้งประเด็นใดประเด็นหนึ่ง โดยเฉพาะประเด็นที่พบวัตถุระเบิด และอาวุธห่างจากสถานที่ประชุม ครม.สัญจรเพียง 2-3 กิโลเมตรเท่านั้น

               ขณะที่เจ้าหน้าที่สรรพาวุธอีกรายเปิดเผยเพิ่มเติมว่า เท่าที่ดูสภาพวัตถุระเบิดที่พบคงไม่น่าจะเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ทางการเมือง เพราะวัตถุระเบิดแต่ละชนิดที่พบส่วนใหญ่ต้องนำไปประกอบก่อนถึงจะนำไปใช้ก่อเหตุได้ และวัตถุระเบิดแต่ละชนิดค่อนข้างเก่า และไม่ได้เป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบที่นำมาใช้ก่อเหตุในปัจจุบัน ซึ่งเรื่องนี้ต้องตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง ยังไม่สามารถฟันธงได้

               “อาจเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มคนที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง โดยเฉพาะต้องการสร้างความแตกตื่นให้แก่คนในพื้นที่ และต้องการให้เชื่อมโยงไปถึงรัฐบาล และคสช. ที่จะมีการประชุมในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปลายเดือนนี้ แต่อย่าเพิ่งวิตกกังวล เพราะวัตถุระเบิดทั้งหมดยังไม่พร้อมใช้งาน แต่ถ้านำไปประกอบวัตถุเข้าด้วยกันจะมีอานุภาพมาก”

               นอกจากนี้ อีกประเด็นที่ฝ่ายความมั่นคงยังไม่ตัดประเด็นทิ้ง คือ การลักลอบนำออกจาก "ค่ายทหาร" โดยมีการสั่งการให้ตรวจสอบคลังอาวุธของหน่วยทหารในบริเวณใกล้เคียงทั้งหมด เพื่อตรวจสอบว่า มีการลักลอบนำอาวุธออกไปจากคลังอาวุธ หรือลักลอบนำเอาออกไปในระหว่างการฝึกหรือไม่

               ทั้งนี้ อาจเป็นได้ว่า ผู้ที่ลักลอบนำออกไปเจอ "ด่านตรวจ" ในบริเวณใกล้เคียง จึงตกใจกลัวความผิด แล้วเอามาทิ้งกลางป่า และไม่น่าจะใช่การเตรียมก่อเหตุในช่วงประชุม ครม.

               อย่างไรก็ตาม ผู้บังคับบัญชาระดับสูงไม่ได้ปักใจเชื่อในประเด็นใด และไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง โดยสั่งให้ตรวจสอบทุกประเด็น เพราะไม่ว่าจะเป็นประเด็นไหนก็กระทบต่อความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและคสช.ทั้งสิ้น

               เพราะหากไม่สามารถสืบหาตัวผู้กระทำผิด เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็จะพุ่งตรงเข้าใส่รัฐบาลโดยตรง หลังจากเพิ่งเกิดเหตุลูบคมรัฐบาล และคสช.มาสองครั้งซ้อนในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน