
'บวรศักดิ์'แจงเยอรมนี'ไทย'ลต.ปี59
23 มี.ค. 2558
'บวรศักดิ์' แจง จนท.กต.ระดับสูงเยอรมนี ย้ำไทยเลือกตั้งแน่ ไม่เกินปี 59 เผยหารือระบบลต.กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุ น่าจะเหมาะสมและมาถูกทางแล้ว
23 มี.ค. 58 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวกับที่ประชุม กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ถึงประเด็นการเดินทางไปดูงานที่ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 15 - 20 มี.ค.ว่า ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย โดยฝ่ายเยอรมนีก็ได้รับประโยชน์ด้วย ทั้งนี้ระหว่างการดูงานประเทศเยอรมนีได้เชิญเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศระดับสูง ระดับเอกอัครราชทูตประจำกระทรวง ซึ่งดูแลพื้นที่อื่นทั้งหมด ยกเว้นกลุ่มประเทศเอเปค และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลกลุ่มประเทศเอเปคเข้าร่วม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศระดับสูง ได้สอบถามถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญ และกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งได้อธิบายให้ฟัง และยืนยันให้เกิดความมั่นใจว่า ประเทศไทยมีเลือกตั้งแน่นอน และไม่ช้าไปกว่าปี 2559 หากจะนับเวลาไวสุด คือ ต้นปี 2559 แต่อย่างช้าสุดไม่เกินกลางปี 2559 ขณะที่การศึกษาดูงานเกี่ยวกับระบบเลือกตั้งนั้น มีโอกาสหารือกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เช่น เรื่องการจัดสรรคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยได้สอบถามว่า หากนำคะแนนรวมจากภาค แล้วจัดสรรให้บัญชีรายชื่อ จะถูกต้องหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่า น่าจะเหมาะสมและมาถูกทางแล้ว ขณะที่การจัดการเลือกตั้งนั้น มีข้าราชการประจำเป็นผู้กำกับดูแล ส่วนการพิมพ์บัตร และจัดการเลือกตั้งส่วนท้องถิ่น จะเป็นผู้ดำเนินการและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะนี้การร้องคัดค้านการเลือกตั้งประเทศเยอรมนี จะให้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรก่อน โดยสภาฯ จะตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณาว่าถูกหรือไม่ หากสภาฯ วินิจฉัยแล้ว ผู้คัดค้านไม่พอใจ สามารถร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ส่วนการลงคะแนนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ นั้น ประเทศเยอรมนีเคยใช้ แต่มีปัญหา เพราะไม่มีหลักฐาน แต่ปัจจุบันที่ประเทศอินเดีย มีการลงคะแนนผ่านเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และเมื่อกดลงคะแนนแล้วสามารถเก็บบัตรเพื่อเป็นหลักฐานได้
ทางด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวาณิช ที่ปรึกษาและโฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวรายงานด้วยว่า ทางคณะได้เข้าพบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเมือง , เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง , สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร , ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย โดยได้รับข้อมูลและข้อคิดที่ประโยชน์ที่จะใช้ในการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ประเทศเยอรมนีได้ใช้มานานกว่า 66 ปีแล้ว และมีพัฒนาการจัดการเลือกตั้งให้ยึดโยงกับระบบนี้มาโดยตลอด สำหรับรัฐบาลประเทศเยอรมนี คล้ายกับประเทศไทยหลายเรื่อง เช่น การใช้ระบบ 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี ส.ส.จากระบบเขต และระบบบัญชีรายชื่อที่เลือกจาก 16 มลรัฐ ขณะที่การเลือกตั้ง ส.ส.นั้น พบว่าจะมีจำนวน ส.ส.ที่เกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ หรือ โอเวอร์แฮง ประมาณ 5 - 38 คน ทั้งนี้ในกระบวนการคิดคะแนนมีผู้ใหญ่ของสภาฯ หรือ ศาลรัฐธรรมนูญ ให้ข้อสังเกตว่า วิธีคิดคะแนนของประเทศเยอรมนีมีความซับซ้อน และรายละเอียดถูกกำหนดไว้ในกฎหมายลูก และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะในรัฐธรรมนูญเยอรมนี เขียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้เพียง 3 บรรทัด คือ เน้นให้การเลือกตั้งโปร่งใส อิสระ เป็นธรรม และเป็นการลับ ดังนั้นหากประเทศไทยจะนำระบบเลือกตั้งและการคำนวณคะแนนมาใช้ บุคคลที่ร่วมพูดคุย ระบุว่า ขึ้นอยู่กับการกำหนดว่า จะมีการชดเชยหรือไม่
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นยังได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการสนับสนุนเงินให้พรรคการเมือง ที่ประเทศเยอรมีจะใช้วิธีพิจาณาข้อมูลประกอบ เช่น จำนวนคนที่มาลงคะแนนเลือกตั้ง , จำนวนสมาชิกพรรคที่กำหนดให้ต้องบริจาคเงินให้พรรคการเมืองด้วย เป็นต้น จึงทำให้การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองเยอรมนี มีความเข้มแข็ง โดยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ได้ให้การส่งเสริมด้วย สำหรับการเลือกตั้งรอบที่ผ่านมา แม้มี 34 พรรคการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่มีเพียง 5 พรรคเท่านั้น ที่ได้ ส.ส.เข้าสู่สภา เนื่องจากประเทศเยอรมนีใช้จุดตัด 5 เปอร์เซ็นต์ เป็นเกณฑ์ในการให้ได้ ส.ส.เข้าสภา เหตุผลสำคัญ คือ เพื่อพัฒนาระบบพรรคการเมืองให้เข้มแข็ง มีการรวมตัว นอกจากนั้นแล้ว นักการเมืองได้ยึดประเพณีและมารยาททางการเมือง แม้ว่ารัฐบาลจะมีเสียงข้างมากในสภาหรือไม่ก็ตาม ส่วนการทำหน้าที่ฝ่ายค้านสามารถทำหน้าที่ได้ ดังนั้นการปกครองในประเทศเยอรมนี จุดเน้นสำคัญ คน และสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง
ที่ปรึกษาและโฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นยังได้พูดคุยกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นานร่วม 2 ชั่วโมง โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนี มีทั้งสิ้น 16 คน โดยเลือกมาจาก สภาผู้แทนราษฎร จำนวน 8 คน และสภาสูง จำนวน 8 คน มีวาระดำรงตำแหน่ง 12 ปี และเป็นได้ครั้งเดียว ทั้งนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ สำหรับการตัดสินคดีนั้น ประชาชนให้การยอมรับ แม้จะถูกวิจารณ์จากพรรคการเมืองในบางครั้ง เพราะมีความเห็นที่ต่างกัน
นายบวรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ได้พบสมาชิก ส.ส. กลุ่มมิตรภาพไทย - เยอรมนี การพูดในช่วงแรก ว่า ประชาธิปไตยต้องเชื่อในเสียงข้างมาก และใครได้เสียงข้างมากต้องยอมรับ ซึ่ง น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธาน สปช. ได้กล่าวกับว่า คนที่พูดนี้ทำท่าจะเป็นคนสอนหนังสือพวกเรา ทำให้ตอบกลับไปว่า สิ่งที่ ส.ส.กลุ่มมิตรภาพฯ ถูกต้อง แต่ส่วนตัวมองว่าเสื้อตัวเดียวใส่ไม่ได้ทั้งโลก โดยได้ยืมคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. มา และระบุด้วยว่า วัฒนธรรมการเมืองของแต่ละประเทศไม่เหมือนกันหรอก โดยได้สอบถามกลับไปว่า ประเทศเยอรมนีเคยมีหรือไม่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านแปรญัติขอแก้ไขทุกมาตรา ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายเสียงข้างมาก ยกมือปิดประชุมตลอดเวลา ขณะที่การลงมติรัฐธรรมนูญ ประเทศเยอรมนีเคยมีหรือไม่ ที่ ส.ส. 1 คน นำบัตรของบุคคลอื่น จำนวน 10 - 15 บัตร ลงคะแนนแทน ส.ส. รวมถึงลงมติผ่านร่างกฎหมายสำคัญ คือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตอนช่วงตี 4 ทำให้ ส.ส.เยอรมนี ตกใจ และประหลาดใจว่า มีด้วยหรือในโลกนี้ ทำให้เขาตอบว่า ไม่มี จากนั้นเสียงของเขาก็อ่อนลง ทำให้สร้างความเข้าใจระหว่างกัน นอกจากเราจะได้จากเขา เขาก็เห็นสถานการณ์ของประเทศตามสมควร



