ข่าว

ถอด3รหัส'ก.ม.ลอตเตอรี่'ฉบับคสช.

ถอด3รหัส'ก.ม.ลอตเตอรี่'ฉบับคสช.

23 มี.ค. 2558

ถอด3รหัส'ก.ม.ลอตเตอรี่'ฉบับคสช. : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

ถอด3รหัส'ก.ม.ลอตเตอรี่'ฉบับคสช.

               เดือนพฤษภาคม 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศจะคืนความสุขประชาชนที่ซื้อลอตเตอรี่ หรือสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยสั่งให้เป็นภารกิจเร่งด่วนพิเศษ นั่นคือ การปราบมาเฟียกองสลากและขายตามราคาที่กฎหมายกำหนดไว้คู่ละ 80 บาท ห้ามขายเกินอีกต่อไป

               พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช.ขณะนั้น ประกาศผ่านสื่อมวลชนสรุปใจความได้ว่า

               “ทำไมขายเกินราคาถึงคู่ละ 100-110 บาท ต้องไปดูรายละเอียดว่า ที่ขายเกินราคากำหนดนั้น ผลประโยชน์ไปอยู่กับใคร ส่วนตัวผมคิดว่า น่าจะทำตั้งแต่งวดหน้าเลย (1 ก.ค.2557) เชื่อว่าหากมีความบริสุทธิ์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนกรณีพ่อค้าคนกลางรับสลากกินแบ่งรัฐบาลไปขายให้แก่ผู้ค้ารายย่อยจึงทำให้ราคาสูงขึ้น ต้องไปดูที่ระเบียบว่าถูกต้องหรือไม่ หรือต้องมีการแก้ไขระเบียบใหม่ หากมีเรื่องผลประโยชน์ก็ต้องยกเลิก หรือนำผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นเข้ามาสู่ระบบและนำไปพัฒนาประเทศ จะต้องทำให้ราคาจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลตรงตามที่ระบุในตัวสลากินแบ่งรัฐบาล คือ 80 บาท”

               จากนั้นราคาลอตเตอรี่ที่ซื้อขายกันลดลงมาเหลือประมาณ 80-90 บาท แต่ผ่านไปไม่กี่เดือน ราคาขายปลีกก็ดีดกลับขึ้นมาเป็น 110-120 บาทเหมือนเดิม จวบจนถึงปัจจุบัน...

               จนกระทั่งวันที่ 10 มีนาคม 2558 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้มี "ร่าง พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล" ฉบับใหม่ เพื่อแก้ปัญหาลอตเตอรี่ราคาแพง โดยจะใช้เวลาแก้ไขกฎหมาย 3 เดือน และพยายามบังคบใช้ให้ได้ภายใน 6 เดือน เนื่องจากช่วงเดือนมิถุนายน 2558 มีโควตาสลากกินแบ่งหมดสัญญาประมาณ 48 ล้านฉบับ จากทั้งหมด 74 ล้านฉบับ และที่เหลือทยอยหมดสัญญาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2558

               ขณะนี้ยังไม่มีการเผยแพร่เนื้อหา "ร่าง พ.ร.บ.สลากกินแบ่งฯ" ฉบับใหม่ มีเพียงการคาดเดาจากนักวิชาการและเครือข่ายภาคประชาชนถึงรายละเอียดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงส่วนใดบ้าง

               เนื่องจาก "พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล" ฉบับที่กำลังใช้อยู่นั้น มีมาตั้งแต่ปี 2517 ผ่านไป 40 ปี รัฐบาลหลายยุคต้องการแก้ไขแต่ไม่สำเร็จ คงต้องมาลุ้นกันว่า "กฎหมายลอตเตอรี่ ฉบับ คสช." จะมีอะไรใหม่ เป็นที่ถูกใจคอหวยรัฐบาลหรือไม่ !?! 

               ทั้งนี้ ส่วนเนื้อหาที่เชื่อว่าต้องมีการแก้ไขอย่างแน่นอนอย่างน้อย 3 ส่วนคือ ส่วนที่ 1 ในมาตรา 5 ที่ระบุว่า

               "ให้จัดตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งขึ้น เรียกว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

               (1) ออกสลากกินแบ่งรัฐบาล

               (2) จัดการโรงพิมพ์อันเป็นอุปกรณ์ในการพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาล หรือพิมพ์สิ่งพิมพ์อื่นที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ

               (3) กระทำการอื่นใดที่เกี่ยวเนื่องหรือที่เป็นประโยชน์แก่การดำเนิน กิจการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล"

               จากข้อ (1) ที่กำหนดชัดเจนว่าให้สำนักงานสลากฯ มีหน้าที่แค่ออก "สลากกินแบ่งรัฐบาล" เท่านั้น ซึ่งร่างกฎหมายฉบับใหม่พยายามเพิ่มอำนาจเปิดกว้างให้ออก "สลากรูปแบบอื่น" ได้ เช่น สลากกีฬา หรือสลากทายผลฟุตอบอล หรือกีฬาชนิดอื่นๆ "สลากการกุศล" "สลากตัวเลข" ฯลฯ

               ส่วนที่ 2 เป็นเรื่องของ "การจัดสรรรายได้" ที่ผ่านมาสำนัหงานสลากฯ แบ่งรายได้ร้อยละ 60 เป็นเงินรางวัล ร้อยละ 28 ส่งให้เป็นรายได้แผ่นดิน ที่เหลือร้อยละ 12 เป็นค่าใช้จ่ายของสำนักงานสลากฯ แยกเป็นของสำนักงานกองสลากร้อยละ 3 และค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายร้อยละ 9

               แต่ร่าง พ.ร.บ.ใหม่จะจัดสรรเงินรายได้ใหม่ ให้ส่งเป็นรายได้แผ่นดินเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น และเพิ่มในส่วนของค่าใช้จ่ายของสำนักงานเป็นร้อยละ 15 และส่วนที่เหลือร้อยละ 15 จะนำไปตั้งเป็น "กองทุนสลากเพื่อสังคม" แทน เชื่อว่าเงินส่วนนี้มีเกือบปีละ 1 หมื่นล้านบาท เพราะที่ผ่านมาปี 2557 สำนักงานสลากฯ จัดส่งรายได้แผ่นดินถึงปีละ 1.5 หมื่นล้านบาท

               "เครือข่ายภาคประชาชนปฏิรูปสลาก” เคยเสนอให้ภารกิจของกองทุนข้างต้นมีไว้เพื่อ 1.รับซื้อคืนลอตเตอรี่ที่ขายไม่หมด 2.จัดสรรเป็นเงินให้กู้ยืม และนำมาจัดทำสวัสดิการให้แก่ “ผู้ค้าสลากรายย่อย” และ 3.ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรม “ลด ละ เลิก” การพนัน

               ส่วนที่ 3 เป็นการเพิ่มบทลงโทษ จากเดิมกำหนดไว้ใน "มาตรา 39 ผู้ใดเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้เกินราคาที่กำหนด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท" อาจเพิ่มโทษสูงขึ้นอีก 10 เท่า หรือเพิ่มโทษปรับเป็น 2 หมื่นบาท นอกจากนี้ยังห้ามขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และห้ามขายใกล้สถานศึกษาด้วย

               "สมชาย ปัญญ์เอกวงศ์" ประธานฝ่ายส่งเสริมอาชีพและการจ้างงาน สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ตัวแทนผู้พิการผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล แสดงความเห็นต่อกฎหมายฉบับนี้ว่า
 
               "เป็นการเปิดให้มีการขายสลากกินแบ่งรูปแบบใหม่ๆ มากกว่าที่จะเน้นเรื่องการดูแลผู้ค้ารายย่อยที่เป็นคนพิการหรือคนด้อยโอกาส ถ้ารัฐบาลอยากให้ราคาลอตเตอรี่ลดลงมาเหลือ 80 บาทจริง ต้องจัดการกับตัวแทนขายรายใหญ่ให้เด็ดขาด เพราะทุกวันนี้เรารับมาก 80 กว่าบาทแล้ว พอขายก็ต้องบวกไป 100-110 บาท ถ้ากองสลากทำให้ทุกคนซื้อได้ที่ราคา 70 บาท และพวกเรามาขาย 80 บาท คิดว่าไม่มีปัญหา เพราะกำไรคู่ละ 10 บาท ก็พอใจกันแล้ว" สมชาย กล่าว

               ขณะนี้หลายฝ่ายพยายามช่วยกันเสนอความเห็นหรือวิธีการต่างๆ เช่น วางขายที่ร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชั่วโมง หรือขายผ่านตู้หวยออนไลน์ ให้ซื้อได้ทั้งเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว หรือกำหนดเลขได้ 6 ตัว ตามใจปรารถนาของผู้ซื้อ

               ในแต่ละงวดมีคนไทยซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลประมาณ 17-19 ล้านคน และใช้เงินจำนวนไม่ต่ำกว่า 4,790 บาทต่อปี คงต้องรอดูว่า เมื่อเนื้อหารายละเอียดของ "ร่างกฎหมายลอตเตอรี่" ฉบับ คสช.เปิดเผยออกมา จะถูกใจแฟนคลับลอตเตอรี่หรือไม่ ?