ข่าว

‘วัชระ’ค้าน10หลักการใหม่ในร่างรธน.

‘วัชระ’ค้าน10หลักการใหม่ในร่างรธน.

22 มี.ค. 2558

"วัชระ"ค้าน10หลักการใหม่ในร่างรธน.เหน็บเป็นสภาขับเคลื่อนรถถังเพื่อการปฏิรูปชี้"บวรศักดิ์"เขียนรธน.ดีกว่าใบสั่งติง"บิ๊กตู่"อย่าบ้าจี้ตามหวั่นเกิดความรุนแรง

 
 
          วันที่ 22 มี.ค.58 เมื่อเวลา 10.30 น. นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญที่มี นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ เป็นประธานได้สรุปหลักการใหม่ในร่างรัฐธรรมนูญว่า ตนขอคัดค้าน 10 ประการในร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ 1.ส.ส.เขตลดเหลือ 250 ซึ่งไม่สะท้อนความเป็นจริงที่ ส.ส.ต้องดูแลประชาชนจำนวนมาก 2.เพิ่มส.ส.บัญชีรายชื่อ 200 คน เลือกแบบโอเพ่นลิสต์ ซึ่งจะสร้างความแตกแยกในหมู่ผู้สมัครพรรคการเมือง 3.นายกรัฐมนตรีมาจากคนนอก 4.ส.ว.200 คน มาจาการลากตั้ง 5.อำนาจส.ว.มีล้นฟ้า นายกฯ ต้องนำรายชื่อครม.ให้ส.ว.ตรวจสอบประวัติก่อนรับตำแหน่ง 6.การลงมติไม่ไว้วางใจ ถ้าคะแนนน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด นายกฯมีอำนาจยุบสภาได้ 7.ให้มีคณะกรรมการจัดการเลือกตั้งแทนกกต.ซึ่งจะเปิดโอกาศให้อำนาจฝ่ายการเมืองแทรกแซงได้ง่าย 8.ยุบรวมผู้ตรวจการแผ่นดินกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 9.ให้มีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยเพื่อกำกับการทำงานเหนือรัฐบาลอีกชั้น และ10.ให้มีคณะกรรมการขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูป ซึ่งตนขอตั้งชื่อให้ใหม่ว่า สภาขับเคลื่อนรถถังเพื่อการปฏิรูป
 
          นายวัชระ กล่าวอีกว่า จากสิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าการร่างรัฐธรรมนูญของนายบวรศักดิ์นั้นเขียนดีกว่าใบสั่งที่สั่งมาเสียอีก ตนจึงขอร้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรีอย่าบ้าจี้คล้อยตามสิ่งที่นักวิชาการกลุ่มนี้เสนอ เพราะจะทำให้ประชาชนทั้งประเทศมีความขัดแย้งเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เนื่องจากนายบวรศักดิ์ กำลังจะนำประเทศชาติไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดในประเทศไทย และเมื่อประชาชนออกมาคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จำนวนมากอาจจะเกิดความรุนแรงจน พล.อ.ประยุทธ์ จะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีมือเปื้อนเลือดในที่สุด อย่างไรก็ตามหาก คสช.ต้องการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จริง ก็ขอให้ทำประชามติแต่ถ้าประชาชนลงมติไม่รับร่าง ก็อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจตาม ม.44เพื่อนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาใช้ อย่าได้สืบทอดอำนาจเพราะจะเป็นเงื่อนไขก่อให้เกิดความรุนแรงในที่สุด
     
          นายวัชระ แถลงเรียกร้องให้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) คืนอาวุธปืนที่ยึดจากทหารในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 ว่า สืบเนื่องจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ขานรับการนิรโทษผู้ชุมนุมทางการเมือง แต่ก่อนจะมีการนิรโทษกรรมใดๆ ตนในฐานะอดีตประธานคณะอนุกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการสื่อสารมวลชน เคยมีข้อสรุปเกี่ยวกับชายชุดดำกรณีการชุมนุมเมื่อปี 53 และเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยในขณะนั้น พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ได้ยืนยันว่ากลุ่มนปช. ยังไม่คืนอาวุธสงครามที่ยึดจากเจ้าหน้าที่ทหารในการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 ได้แก่ ปืนทราโว จำนวน 25 กระบอก ปืนเอ็ม 16 จำนวน 4 กระบอก และปืนลูกซองจำนวน 39 กระบอก และเครื่องกระสุนอีกจำนวนมาก และพ.อ.สรรเสริญ ยังยืนยันว่าภาพรวมของการชุมนุมของกลุ่มนปช.มีชายชุดดำอยู่จริง ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน 
 
          นายวัชระ กล่าวว่า จะนิรโทษกรรมให้กลุ่มคนต่างๆ ก็ควรเรียกร้องให้กลุ่มนปช.คืนอาวุธให้กับทางราชการเสียก่อน