ข่าว

สหกรณ์ฯเท300ล.เยียวยา

สหกรณ์ฯเท300ล.เยียวยา

21 มี.ค. 2558

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เตรียมงบ 300 กว่าล้านบาท เยียวยาสมาชิก มั่นใจ หลัง 4 เม.ย.นี้ ชัดเจนเรื่องการฟื้นฟู

 
                        21 มี.ค. 58  คณะกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้เรียกประชุมคณะกรรมการดำเนินการ ในฐานะผู้จัดทำแผนฟื้นฟู หลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ โดยนายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เปิดเผยว่า มีการประชุม 3 ประเด็น คือ 
 
                        1. ยังมีข้อถกเถียงกันภายหลังคณะกรรมการจะหมดวาระในวันที่ 23 มีนาคมนี้ แต่จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เพราะคณะกรรมการชุดนี้ได้รับคำสั่งจากศาลล้มละลายกลางให้เป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟู ซึ่งเป็นเรื่องคาบเกี่ยวระหว่าง พ.ร.บ.สหกรณ์ กับ พ.ร.บ.ล้มละลายกลาง เบื้องต้นเห็นว่า ต้องยึดจากคำสั่งศาลเป็นหลัก และหลังจากการประชุมจะนำข้อสงสัยดังกล่าวไปหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
                        2. กรณีที่กรมบังคับคดี ระบุว่า หุ้นไม่นับเป็นเจ้าหนี้ และไม่ให้แจ้งหนี้ ที่ประชุมจะหาทางแก้ไขไว้ให้เพิ่มในภาคผนวกของหนังสือแสดงความเป็นเจ้าหนี้ไปด้วย และหลังจากยื่นหนังสือแสดงตัวเป็นเจ้าหนี้ในวันที่ 7 พฤษภาคม จะได้รู้ว่าสหกรณ์มีเจ้าหนี้แท้จริงกี่รายจาก 56,000 ราย
 
                        3. การวางโรดแม็พ 3 เดือน จะมีการเยียวยาอย่างไร จะมีการจ้างที่ปรึกษาหรือไม่ และจะทำแผนต่อศาลอย่างไร
 
                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าหลังจากสมาชิกสหกรณ์ทราบข่าว มีบรรดาสมาชิกส่วนใหญ่เดินทางมาสังเกตการณ์ และรอรับฟังผลการประชุมของกรรมการดำเนินการสหกรณ์ ว่าจะออกมาในรูปแบบใด และวันเดียวกันนี้ทางสำนักงานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้ออกมาตรการเยียวยา โดยให้สมาชิกแสดงความจำนง ขอถอนเงินได้เพียงร้อยละ 10 ของบัญชีเงินฝาก แต่ไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือแสดงความจำนงขอกู้เงินได้เพียงร้อยละ 10 ของบัญชีเงินฝาก แต่ไม่เกิน 5 หมื่นบาท แบ่งจ่าย 5 เดือน อย่างไรก็ตาม สำนักงานเปิดให้สมาชิกได้ยื่นกู้เพียงอย่างเดียว ส่วนการยื่นเรื่องถอน ทางนายเผด็จ ระบุว่า ต้องขอแจ้งศาลก่อน ทั้งนี้ มีสมาชิกจำนวนหนึ่งทยอยมายื่นเรื่องกันอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่มาติดตามข่าวการประชุมของกรรมการ และมีความประสงค์อยากถอนมากกว่า แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าสหกรณ์ได้ดำเนินการอะไรบ้าง
 
                        ต่อมา นายเผด็จ แถลงภายหลังการประชุมว่า ขณะนี้ตำแหน่งของประธาน และกรรมการดำเนินการมีอันต้องจบลงตามตามคำพิพากษาของศาลล้มละลายกลาง แต่มาเป็นคณะผู้บริหารจัดทำแผนฟื้นฟูแทน ส่วนชื่อเต็มจะเป็นอย่างไรนั้น ขอปรึกษากับกรมบังคับคดีก่อน จากนี้บทบาทของตัวเองก็จะหมดไป ส่วนวาระของคณะกรรมการ จะหมดในวันที่ 23 มีนาคมนี้ เนื่องจากศาลสั่งให้คณะกรรมการชุดนี้เป็นผู้ฟื้นฟูกิจการ ดังนั้นจะขอความชัดเจนไปยังอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย
 
                        นายเผด็จ แถลงต่อว่า ในที่ประชุมตัวเองได้ลงนามการให้สินเชื่อพิเศษเพื่อการบริโภค มีรายละเอียด คือ สมาชิกสามารถกู้เงินไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนเงินในบัญชีเงินฝาก แต่ไม่เกินรายละ 5 หมื่นบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี ซึ่งจะทยอยให้เดือนละ 1 ครั้ง ไม่เกิน 5 เดือน มีการใช้งบประมาณจากการคำนวณจะใช้งบประมาณ 199 ล้านบาท ซึ่งสหกรณ์มีเงินเพียงพอ โดยในส่วนของผู้ต้องการเบิกถอน ได้คำนวณไว้ประมาณ 170 กว่าล้านบาท รวมแล้วมีการเตรียมสภาพคล่องไว้ 300 กว่าล้านบาท ซึ่งเรามีเงินเพียงพอที่จะดำเนินการได้ 
 
                        "แต่มติที่ประชุม ระบุว่า ในส่วนของการถอนเงิน ต้องขอแจ้งศาลก่อนว่า จะยินยอมหรือไม่ ถ้าศาลรับทราบเรียบร้อย ทางคณะกรรมการจะแจ้งวันที่ให้ประชาชนมาถอนเงินอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นได้เตรียมแผนไว้ให้สมาชิกถอนเงินได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนเงินในบัญชีเงินฝาก แต่ไม่เกิน 2 หมื่นบาท"
 
                        นายเผด็จ แถลงระบุด้วยว่า สำหรับสมาชิกที่ยื่นเรื่องคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ (ฟ.20) มีปัญหากรณีของทุนเรือนหุ้น ซึ่งอธิบดีกรมบังคับคดี ระบุว่า ไม่สามารถเป็นเจ้าหนี้ได้ ดังนั้นคณะกรรมการจะขอความชัดเจนจากกรมบังคับคดี เพราะเงินจำนวนนี้คณะกรรมการได้ยื่นต่อศาลแล้วว่า ทุนเรือนหุ้นจะขอให้มีการฟื้นฟูด้วย น่าจะขึ้นเป็นเจ้าหนี้ได้ แต่ในเบื้องต้นขอให้สมาชิกยื่นแบบดังกล่าว โดยให้นำใบทุนเรือนหุ้นไปใส่ในภาคผนวกด้วย เพื่อไม่ให้ทุกฝ่ายเสียสิทธิ์ว่ายื่นแล้วไม่ครบ แต่ถ้าได้ข้อยุติอย่างไร วันที่ 4 เมษายน จะมีการชี้แจงสมาชิกที่สำนักงานอีกครั้ง 
 
                        นอกจากนี้ วันที่ 7 เมษายน หลังมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เจ้าหนี้สามารถยื่นแบบ ฟ.20 ซึ่งทางสหกรณ์จะจัดพื้นที่อำนวยความสะดวกให้ โดยมีเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีมาคอยดูแล เพื่อให้สมาชิกไม่ต้องเดินทางไกล และหากสมาชิกคนใดยื่นหลังวันที่ 7 พฤษภาคม จะถือว่าหนี้สูญไปหมดเลย เพราะกฎหมายกำหนดไว้