
ดอกไม้การเมืองที่เริ่มเหี่ยวเฉาบนเวทีประชาธิปไตย
22 มี.ค. 2558
เปิดโลกวันอาทิตย์ : ดอกไม้การเมืองที่เริ่มเหี่ยวเฉาบนเวทีประชาธิปไตย : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
ไม่ทราบว่าเป็นลิขิตสวรรค์ที่ยากหลีกเลี่ยงหรือเป็นเรื่องของบ่วงกรรมที่บังเอิญมาบรรจบพบกันพอดี เดือนมีนาคม ซึ่งถือเป็นเดือนสตรีสากล ปีนี้จึงเป็นเดือนที่ผู้หญิงระดับ "บิ๊กเนม" หลายคน โดยเฉพาะผู้หญิงในวงการเมืองในทั่วทุกทวีปแสนจะ "ร้อนรุ่มกลุ้มกายิน" มากเป็นพิเศษ เมื่อต่างประสบกับมรสุมลูกใหญ่ทั้งเศรษฐกิจ การเมืองและการทุจริตคอร์รัปชั่นที่สุดแสนอื้อฉาว
ไม่ต้องพูดถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของแดนดินถิ่นเจ้าพระยา ซึ่งตกเป็นจำเลยของแผ่นดินแล้วหลังจากผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประทับรับฟ้องในคดีจำนำข้าว โชคดีที่สื่อตะวันตกซึ่งเคยเกาะติดเธอสมัยที่ยังเป็น "นางดอกไม้" บานสะพรั่งบนต้นไม้การเมือง ขณะนี้ได้พุ่งความสนใจไปที่ประธานาธิบดี ดิลมา รุสเซฟฟ์ "นางดอกไม้" แห่งแดนแซมบ้าบราซิลแทน ค่าที่สามารถเรียกแขกกว่าล้านคนในเมืองต่างๆ ถึง 83 แห่งทั่วประเทศให้มาร่วมชุมนุมขับไล่เธอออกจากตำแหน่ง ทั้งๆ ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เมื่อ 4-5 เดือนที่ผ่านมานี้เอง เนื่องจากต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตรับสินบน 3,800 ล้านดอลลาร์ (ราว 117,800 ล้านบาท) ในบริษัทน้ำมันเปโตรบราส บริษัทพลังงานของรัฐ
ก่อนหน้านี้ ดิลมา รุสเซฟฟ์ เคยโชคดีมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดก็คือศาลฎีกาไม่ประทับรับฟ้องเธอในคดีทุจริตคอร์รัปชั่นครั้งอื้อฉาวที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศที่มีคนพัวพันด้วย 54 คน ในจำนวนนี้เป็นนักการเมือง 34 คน รวมทั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภาและอดีตประธานาธิบดีอีก 1 คน ที่กำลังถูกสอบสวนว่ารับเงินสินบนจากบริษัทปิโตรบราส แม้ว่าเธอจะเคยนั่งแป้นเป็นประธานคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจพลังงานนี้นานถึง 1 ทศวรรษ ระหว่างปี 2546-2553 ช่วงที่มีการกล่าวหาเปโตรบราสว่าได้ลักลอบทำธุรกรรมทางการเงินที่ทุจริต ทั้งการฟอกเงินและยักยอกเงิน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บรรดานักการเมืองและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเอกชนร่วม 200 แห่ง จนเปโตรบราสได้รับความเสียหายกว่า 3,800 ล้านดอลลาร์
หลายคนให้ข้อสังเกตว่าความโชคดีจะคงอยู่กับนางรุสเซฟฟ์อีกนานแค่ไหน ในเมื่อขณะนี้คะแนนนิยมของเธอตกต่ำมากเป็นประวัติการณ์ รูดร่วงรวดเดียวถึง 19 เปอร์เซ็นต์ไปอยู่ที่ 23 เปอร์เซ็นต์ อันเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจที่ชะงักงันมาตั้งแต่ปีที่แล้วและส่อเค้าว่าจะติดลบในปีนี้ ทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขณะที่ค่าเงินรีลอ่อนค่าลง 30 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับค่าดอลลาร์ตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ยิ่งผสมผสานกับกรณีข่าวฉาวโฉ่เรื่องคอร์รัปชั่นในเปโตรบราส ซึ่งถือเป็นตำนานมหกรรมโกงกินครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของแดนแซมบ้า อนาคตของดิลมา รุสเซฟฟ์ ยิ่งมีแต่มืดมนหรือได้แต่ประคับประคองตัวเองให้พอผ่านพ้นไปทีละวันๆ แม้ว่าจะยอมตัดแขนขาทิ้ง ด้วยการสังเวยนางมาเรีย ดาส กราซาส ที่ยอมเป็นแพะรับบาปประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทเปโตรบราสพร้อมด้วยผู้บริหารอีก 5 คน แต่ก็คงยื้อเวลาได้ช่วงหนึ่งเท่านั้น
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ของนางนาดีน เอเรเดีย สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของเปรูที่อื้อฉาวที่สุดโดยเฉพาะหลังจากเธอเตรียมการจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิดีในปีหน้าสืบต่อจากประธานาธิบดีโอยันตา ฮูมาลา ผู้เป็นสามี ก็ไม่ได้ดีกว่ากันสักเท่าใดนัก เมื่อพรรคฝ่ายค้านรวมพลังกันโจมตีสองสามีภรรยาหมายเลขหนึ่งว่า ร่วมกันทุจริตคอร์รัปชั่น รับเงินบริจาค 2 แสนดอลลาร์จากอดีตประธานาธิบดีฮิวโก ชาเวซ ผู้ล่วงลับแห่งเวเนซุเอลา ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2549 และ 2554 แต่ไม่ยอมแจ้งให้ทางการทราบ ซึ่งนางนาดีน เอเรเดีย ยืนกรานปฏิเสธข่าวนี้อ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมการให้คำปรึกษาทางธุรกิจแก่สื่อสิ่งพิมพ์แห่งหนึ่งของเวเนซุเอลา แต่ผลการสอบถามความเห็นของลูกหลานอาณาจักรมายา ปรากฏว่าแทบไม่มีใครเชื่อคำโกหกคำโตของเธอ ผู้ได้สมญาว่า "ซูสีไทเฮาแห่งอาณาจักรมายา" จากกรณีที่เข้าไปแทรกแซงการเมืองทุกระดับชั้น ถึงขั้นบีบให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายคนลาออกมาแล้ว กระทั่งชาวเปรูทนไไม่ไหว รวมตัวกันตั้งเป็นชมรม "คนเกลียดเอเรเดีย" หาทางขัดขวางเธอไม่ให้เธอสามารถสานฝันก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศ
อย่างไรก็ดี ชะตากรรมของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือของประธานาธิบดีดิลมา รุสเซฟฟ์ แห่งบราซิลและนางนาดีน เอเรเดีย สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของเปรูก็ยังดีกว่านางซีโมน บักโบ อดีตหญิงเหล็กหรือสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งไอวอรีโคสต์ ในทวีปแอฟริกาที่เพิ่งถูกศาลตัดสินจำคุก 20 ปี ซึ่งมากกว่าที่อัยการเสนอถึง 2 เท่า จากความผิดที่เธออยู่เบื้องหลังการก่อความไม่สงบและจัดตั้งหน่วยล่าสังหารให้อาละวาดก่อเหตุรุนแรงไปทั่วหลังจากประธานาธิบดีโรลองต์ บักโบ สามีพ่ายเลือกตั้งเมื่อปลายปี 2553 แต่สองสามีภรรยาคู่นี้กลับไม่ยอมรับผลเลือกตั้งแต่โดยดี ทั้งๆ ที่เป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตย หนำซ้ำยังจัดตั้งหน่วยล่าสังหารมาเป็นเครื่องมือก่อเหตุรุนแรงนานติดต่อกันหลายสัปดาห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน ก่อนที่สหประชาชาติจะส่งกองกำลังนานาชาตินำโดยอดีตเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศสไปยุติเหตุนองเลือดครั้งนั้น
สองสามีภรรยาบักโบถูกจับกุมเมื่อเดือนเมษายน 2554 นางบักโบซึ่งถูกนำตัวขึ้นศาลในประเทศยังปากแข็งยืนกรานว่าถ้าไม่ทำเช่นนั้น ไอวอรีโคสต์ก็จะยิ่งเผชิญกับวิกฤติเลวร้ายแรงยิ่งกว่าที่เคยประสบมา นอกจากนี้เธอยังพยายามประโคมข่าวว่าถูกทำร้ายร่างกาย แต่ไม่มีใครเชื่อ ส่วนอดีตประธานาธิบดีบักโบ ถูกนำตัวไปขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศในกรุงเฮก ซึ่งมีกำหนดการจะตัดสินคดีนี้ในเดือนกรกฎาคมนี้ ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
นอกเหนือจากเรื่องราวของ "สี่ผู้นำหญิง" ที่กำลังถูกบ่วงกรรมสมัยที่ยังเป็นใหญ่คับแผ่นดินย้อนกลับมาเล่นงานแล้ว ยังมีเรื่องของผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อการเมืองด้วย หนึ่งในนั้นก็คือนางนูรูล อิซซาห์ อันวาร์ รองประธานพรรคฝ่ายค้านและสมาชิกรัฐสภา วัย 34 ปี ลูกสาวคนโตของอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำฝ่ายค้านที่ถูกตำรวจจับกุมโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายห้ามการปลุกระดม หลังจากเธอได้นำแถลงการณ์ของพ่อที่ถูกศาลตัดสินจำคุกในคดีร่วมเพศอันขัดต่อหลักศาสนาไปอ่านกลางที่ประชุมรัฐสภา ในแถลงการณ์ของอันวาร์ฉบับนั้นได้ตั้งข้อสงสัยในเรื่องความเป็นอิสระของผู้พิพากษาระหว่างการพิจารณาคดี ทำให้ ส.ส.คนหนึ่งไปฟ้องตำรวจว่าเธอใช้คำพูดด่าทอและปลุกปั่นเรื่องการทำหน้าที่ของศาล แต่นางนูรูลยืนกรานว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่จะวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้โดยไม่ต้องถูกเล่นงานในภายหลัง แม้ตำรวจจะยอมให้ประกันตัวหลังจากนั้น แต่ปัญหาก็ใช่จะจบง่ายๆ เพียงเท่านี้
ผู้หญิงการเมืองคนสุดท้ายที่ได้รับการจับตามองมาตลอดก็คือนางฮิลลารี คลินตัน อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งและอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศแห่งแดนอินทรีผู้ไม่เคยซ่อนเร้นความใฝ่ฝันว่าจะเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐให้ได้ จากผลสำรวจล่าสุดของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นร่วมกับสำนักวิจัยโออาร์ซีพบว่าเธอผงาดเป็น “เต็งหนึ่ง” ในศึกชิงทำเนียบขาวในปีหน้า หากไม่มีอะไรมากระชากใจมะกันชนให้เขวเหมือนคราวที่บารัก โอบามา จุดกระแสวาทกรรม "เชนจ์" จนลามไปทั่วโลก แต่ก็เหมือนไฟลามทุ่ง วูบวาบไปชั่วขณะจากนั้นก็ดับสนิท ปล่อยให้การเมืองในประเทศและการเมืองโลกเดินไปตามเกมของนักการเมืองและนายทุนโลกเหมือนในอดีตไม่มีผิด
-------------------------
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : ดอกไม้การเมืองที่เริ่มเหี่ยวเฉาบนเวทีประชาธิปไตย : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)



