ข่าว

กุข่าวซ้อม'ปาบึ้ม'เจอฟ้องแน่

กุข่าวซ้อม'ปาบึ้ม'เจอฟ้องแน่

20 มี.ค. 2558

ผบ.ทบ.ยัน จนท.ไม่ได้ซ้อมผู้ต้องหาคดีปาระเบิดศาล เตรียมฟ้องคนกุข่าว ชี้ ก้าวล่วงกองทัพ ย้ำ พร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน เผย เร่งประสานขอตัว 'เอนก ซานฟราน' กลับไทย

 
                           20 มี.ค. 58  เมื่อเวลา 10.00 น.  ที่กองการบินกรมการขนส่งทหารบก  พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก กล่าวกรณีที่มีการกล่าวหาว่าทหารทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาคดีลอบปาระเบิดศาลอาญา ว่า ขอยืนยันว่าการใช้กฎหมายพิเศษนั้น ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้นโยบายว่า สิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับความร้ายแรง จะสามารถใช้กฎหมายพิเศษได้ แต่จะใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น และการดำเนินการเป็นไปตามกรอบ ไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน
 
                           "ขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่เข้าใจถึงอำนาจ ขอบเขตการดำเนินการ ที่จะไม่ทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา เราจะไม่ทำเด็ดขาด ต้องชี้แจง ตรวจสอบความเป็นจริงได้ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ก็พร้อมให้มีการตรวจสอบด้วย ทั้งนี้ผู้ที่ไปบิดเบือนว่าถูกทำร้าย กองทัพบกมีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งๆ ที่ไม่อยากดำเนินการ เพราะกองทัพไม่เห็นใครเป็นศัตรู แต่ใครกระทำผิด ต้องถูกสอบสวน และถูกลงโทษ เพราะมีการก้าวล่วงกองทัพบกในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง ผมจะดำเนินการตามกฎหมาย"
 
                           พล.อ.อุดมเดช กล่าวอีกว่า สำหรับการบังคับใช้กฎหมาย กองทัพบกมีความจำเป็นต้องดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และ คสช. ในการที่จะทำให้พื้นที่ต่างๆ มีความสงบเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ไม่ประสงค์ดี ที่จะก่อเหตุวางระเบิดในพื้นที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน ท่องเที่ยว หากมีประชาชนได้รับผลกระทบจนทำให้บาดเจ็บ และสูญเสีย ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เรื่องแบบนี้ถ้าไม่โดนกับตัว หรือเป็นญาติพี่น้องใคร ก็คงไม่รู้ ดังนั้นก็ขอให้มาร่วมมือกับเจ้าหน้าที่
 
                           เมื่อถามว่า แนวโน้มที่จะนำตัวนายมนูญ ชัยชนะ หรือ เอนก ซานฟราน ที่หลบหนีในต่างประเทศมาดำเนินคดี พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีการซัดทอด และมีข้อมูลชัดเจนว่าเกี่ยวพันกับความรุนแรงที่ผ่านมา ขณะนี้รัฐบาล และ คสช.มีความพยายามที่จะนำผู้กระทำความผิดที่หลบหนีไปต่างประเทศ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งในส่วนของกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ ก็เร่งดำเนินการอยู่
 
                           เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการผ่อนปรนกฎอัยการศึกนั้น พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการแล้วว่า การใช้กฎหมายพิเศษดังกล่าว ให้ใช้เฉพาะกรณีที่เกิดความรุนแรงเท่านั้น หากสถานการณ์ไม่รุนแรง เราก็อยากใช้กฎหมายปกติ ดังนั้น อยากขอความร่วมมือกลุ่มคนที่มีความคิดเห็นต่าง ที่หากเราไม่ใช้กฎหมายพิเศษ ก็อย่าออกมาเคลื่อนไหวสร้างความวุ่นวาย อย่างไรก็ตาม หากต้องการแสดงความคิดเห็น ทางรัฐบาลได้เปิดพื้นที่ให้หลายช่องทาง เพื่อช่วยกันสร้างสถานการณ์ให้เกิดความสงบสุขเรียบร้อย เพื่อนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตย ตามกรอบโรดแม็พที่วางไว้ คาดว่า ในช่วงเดือนกันยายน กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ น่าจะเสร็จเรียบร้อย ก็จะเข้าสู่การเลือกตั้งตามขั้นตอนที่ระบุไว้ อีกทั้ง นายกฯ ก็เน้นย้ำเสมอว่า ต้องเป็นไปตามนั้น
 
 
 
ตรวจเยี่ยมกำลังพลปฏิบัติหน้าที่แก้ปัญหาไฟป่า-หมอกควัน
 
 
                           เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.อุดมเดช ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไป จ.เชียงใหม่ ว่า เป็นการเดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควัน ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยกองทัพบกได้รับนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นองค์กรหลักในการแก้ปัญหาในภาพรวม ตลอดจนการดูแลสั่งการการใช้อากาศยาน โดยมอบหมายให้ พล.ท.สาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ได้จัดอากาศยานเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของกองทัพบก กองทัพอากาศ ตลอดจน กองทัพอากาศสิงคโปร์ พร้อมอุปกรณ์เข้าไปดับไฟในพื้นที่ป่าเขาที่เข้าถึงลำบาก นอกจากนี้จะมีการประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้ประชาชนได้มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงผลเสียจากการเผาป่า
 
                           พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควัน เรายังมีการจัดเตรียมเรื่องการทำฝนหลวง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับความชื้นในอากาศด้วย ว่าจะส่งผลต่อการดำเนินการหรือไม่
 
                           "ขอยืนยัน ขณะนี้เราได้มีการบูรณาการกับทุกภาคส่วน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควัน ที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อนามัย และการท่องเที่ยว เชื่อมั่นว่า สภาพอากาศในภาคเหนือจะดีขึ้นในเร็ววันนี้"