
ความต่าง 'สภาตรวจสอบภาคพลเมือง' - 'สมัชชาพลเมือง'
20 มี.ค. 2558
มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ความต่าง 'สภาตรวจสอบภาคพลเมือง' - 'สมัชชาพลเมือง' : โดย...สำนักข่าวเนชั่น
ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับ “สภาตรวจสอบภาคพลเมือง” และ "สมัชชาพลเมือง" ซึ่งทั้ง 2 เรื่องเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยปรากฏในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ
ดูผิวเผินอาจคิดว่า “สภาตรวจสอบภาคพลเมือง” และ “สมัชชาพลเมือง” เป็นอันเดียวกัน หรือทำหน้าที่คล้ายกัน
แต่จริงๆ แล้ว ทั้งสองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง !
“สภาตรวจสอบภาคพลเมือง” ได้มีการบัญญัติไว้ ในส่วนที่ 4 การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ มีใจความว่า “เพื่อส่งเสริมให้พลเมืองในแต่ละจังหวัด มีส่วนร่วมโดยตรงในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ภายในเขตจังหวัดของตน ให้มีสภาตรวจสอบภาคพลเมืองในแต่ละจังหวัด
ทั้งนี้ สภาตรวจสอบภาคพลเมืองในแต่ละจังหวัด ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนไม่เกิน 50 คน ซึ่งต้องเป็นคนที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดนั้น โดยมีที่มาจากผู้แทนสมัชชาพลเมืองและผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมอย่างละไม่เกิน 1 ใน 4 และสมาชิกส่วนที่เหลือมาจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
"สภาตรวจสอบภาคพลเมืองในแต่ละจังหวัด” จะมีบทบาทในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในจังหวัดนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด, นายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งเมื่อ “สภาตรวจสอบภาคพลเมือง” ตรวจสอบพบการทุจริต หรือประพฤติมิชอบ ก็จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อไป
แต่หากเข้าข่ายทำผิดจริยธรรม “สภาตรวจสอบภาคพลเมือง” ก็จะส่งเรื่องให้ “สมัชชาคุณธรรม” ดำเนินการไต่สวน หาก “สมัชชาคุณธรรม” ชี้ขาดออกมาว่าทำผิดจริยธรรม “สมัชชาคุณธรรม” ก็จะส่งชื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อดำเนินการให้ประชาชนลงมติถอดถอนบุคคลนั้นต่อไป
ส่วน “สมัชชาพลเมือง” ได้บัญญัติไว้ในหมวดการกระจายอำนาจและการบริหารท้องถิ่น มีใจความว่า "เพื่อประโยชน์ในการมีส่วนร่วมของประชาชน พลเมืองอาจรวมกันเป็น “สมัชชาพลเมือง” โดยสมัชชาพลเมือง ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากองค์ประกอบที่หลากหลายจากพลเมืองในท้องถิ่น และมีภารกิจร่วมกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น"
หมายความว่า “สมัชชาพลเมือง” เป็นพื้นที่สำหรับคนในท้องถิ่นและองค์กรภาคประชาชน มาทำกิจกรรมร่วมกัน โดยไม่ได้มีกำหนดจำนวนคนตายตัวว่าจะต้องมีเท่านั้นเท่านี้ เพราะขึ้นอยู่กับหัวข้อที่นำมาพูดคุย ระดมความคิดเห็นกัน เช่น ถ้าคุยเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ก็จะมีเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมมามาก ถ้าคุยเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมก็จะมีเครือข่ายด้านศิลปวัฒนธรรมมามาก ถ้าต้องมีการออกกฎระเบียบเกี่ยวกับท้องถิ่นก็จะมีการเชิญเทศบาล องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น มาร่วมด้วย และหากได้ข้อสรุปว่า ต้องมีการออกกฎ ระเบียบ กติกา อย่างไร เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นก็จะนำไปดำเนินการต่อไป
“สมัชชาพลเมือง” จึงเป็นการยกระดับของภาคพลเมือง ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น มีพื้นที่รองรับ เป็นพื้นที่เวทีประชาธิปไตยของภาคพลเมืองและสร้างความเข้มแข็งในการจัดการตนเอง เป็นการพัฒนาท้องถิ่นจากประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่มาจากคำสั่งข้างบน
สรุปคือ “สมัชชาพลเมือง” ทำหน้าที่ดูทิศทางการพัฒนาพื้นที่ในท้องถิ่น รวมทั้งการออกกฎกติกาเกี่ยวกับท้องถิ่น
ความต่าง จึงอยู่ที่ว่า “สภาตรวจสอบภาคพลเมือง” เป็นองค์กรที่ี่ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ในขณะที่ “สมัชชาพลเมือง” มีบทบาทในการพัฒนาท้องถิ่น
------------------------
(มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ความต่าง 'สภาตรวจสอบภาคพลเมือง' - 'สมัชชาพลเมือง' : โดย...สำนักข่าวเนชั่น)



