ข่าว

สุดเวทนา!รุดช่วยสองตา-ยายอาศัยเพิงพักริมถนน

สุดเวทนา!รุดช่วยสองตา-ยายอาศัยเพิงพักริมถนน

19 มี.ค. 2558

สุดเวทนา! นายอำเภอท่าม่วงรุดช่วยเหลือสองตา-ยาย อาศัยเพิงพักริมถนนเป็นที่หลับนอน หลังถูกไล่ที่

 
            19 มี.ค.58 นายจำรัส กังน้อย นายอำเภอท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้เข้าเยี่ยมนายพยุง ทับทิมศรี อายุ 61 ปี และนางนงเยาว์ ทับทิมศรี อายุ 55 ปี สองสามี-ภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 1071/26 หมู่ 4 ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีความเป็นอยู่อย่างอนาถา ต้องนำผ้าใบสภาพเก่ามามุงเป็นหลังคาเพื่อกันแดดและฝน ส่วนฝาบ้านได้นำป้ายโฆษณาที่ทำด้วยไม้อัดมาแปะ
 
            นางนงเยาว์ กล่าวว่า เดิมทีมีที่ดินเป็นของตนเอง ภายหลังญาติคนหนึ่งได้นำที่ดินไปจำนองจนถูกยึด เพราะไม่มีเงินจ่ายคืน จึงถูกขับไล่ให้ออกไป จนต้องไปอาศัยตามที่ต่างๆ เช่น ใต้สะพาน แต่ก็ถูกไล่ให้ไปอยู่ที่อื่น ต่อมาเพื่อนบ้านเกิดความสงสารจึงช่วยกันระดมเงินมาซื้อเสาบ้าน และสังกะสี ให้ตนนำมาปลูกเป็นบ้านพักริมถนน ซึ่งเป็นที่สาธารณะ อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน และเมื่อ 20 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชลประทานมาแจ้งให้รื้อบ้านออกจากพื้นที่ เพราะชลประทานจะเข้ามาปรับพื้นที่ข้างถนนตลอดแนว โดยจะให้ผู้รับเหมามารื้อบ้านให้ ส่วนเสาบ้านและสังกะสีจะมอบให้ แต่เมื่อช่างมาถึงก็ได้รื้อบ้านโดยไม่บอกกล่าว อีกทั้งยังนำเสาบ้านและสังกะสีไปทิ้งลงคลองด้วย
 
            ทั้งนี้ สามีคือนายพยุง ป่วยเป็นโรคเก๊า ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องนั่งอยู่บนรถเข็น หรือนอนอยู่ในเพิงพัก ตนต้องไปเก็บของเก่ามาขาย เพื่อหารายได้มาซื้ออาหารและยาบรรเทาปวดขาให้กับสามี มีรายได้เพียงวันละ 100 บาท ตนกับสามีจึงมีความลำบากมาก
 
            ส่วนนายพยุง กล่าวว่า ตนกับภรรยาอยากจะขอร้องไปยังเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน โปรดให้ความเห็นใจและสงสารอย่ามาขับไล่เลย ขอให้จัดสรรพื้นที่ี่ไว้สำหรับสร้างเพิงพักเอาไว้หลับนอนเท่านั้น เพราะตนทั้งสองก็แก่แล้ว ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน
 
            นายจำรัส กังน้อย นายอำเภอท่าม่วง เปิดเผยว่า มีชาวบ้านร้องเรียนว่า กรมชลประทานขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ เพื่อปรับภูมิทัศน์ใหม่ให้สวยงาม ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้เป็นผู้ที่มีฐานะยากจน นอกจากครอบครับของนายพยุง และนางนงเยาว์ ที่ได้รับผลกระทบแล้ว ยังมีชาวบ้านอีก 2 ครอบครัวที่เดือดร้อนเช่นกัน สำหรับพื้นที่ที่ชาวบ้านมาอาศัยอยู่เป็นที่ดินสาธารณะที่อยู่ในความดูแลของกรมชลประทานมีเนื้อที่ 1,000 ไร่ ซึ่งจะประสานหาทางช่วยเหลือต่อไป