ข่าว

นายทุนนอกคอก!

นายทุนนอกคอก!

19 มี.ค. 2558

นายทุนนอกคอก! : คอลัมน์ จอกอ

 
          การเคลื่อนย้ายของทุนขนาดใหญ่ เข้าไปยึดครองกิจการสื่อทีวีดิจิทัล คล้ายฝนตั้งเค้าด้วยเมฆทะมึน ผ่านมาเพียงปีเศษ สายฟ้าก็ฟาดลงมา
     
          ผมไม่คิดว่า ทุนคือความเลวร้าย ทุนที่ดี ก็เป็นเนื้อนาบุญที่ดี ที่ก่อเกิดสิ่งดีๆ มากมาย แต่ทุนเลวก็เหมือนเมล็ดพันธุ์อันชั่วร้าย มันกัดกร่อนจากภายใน ทำลายวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งต่อผลประโยชน์สาธารณะ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอุดมการณ์ เรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่าคือการทำงานแบบมืออาชีพ
 
          แน่นอนว่าเราต้องไม่ปฏิเสธทุน เพราะปราศจากทุนการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะก็เดินหน้าต่อไปไม่ได้ แต่ระหว่างทุนกับคนทำงาน จะต้องเข้าใจกติกา และให้ความเคารพในบทบาทหน้าที่ซึ่งกันและกัน 
 
          ปรากฏการณ์การต่อสู้ระหว่างตัวแทนทุน ที่ไม่มีเลือดเนื้อเชื้อไขของคนข่าว กับผู้บริหารฝั่งรายการ ในทีวีดิจิทัลช่องหนึ่ง เป็นปรากฏการณ์ร่วมที่อาจเกิดขึ้นในสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลหลายแห่ง และผมคิดว่าเมื่อเราเรียกร้องความถูกต้อง ชอบธรรมให้แก่สังคมได้ เราก็ควรเรียกร้องสิ่งเหล่านั้นให้แก่ตัวเองได้เช่นกัน เพราะนั่นแปลว่า เรามีความเชื่อมั่นต่อแนวทางการทำสื่อที่สุจริต ตรงไปตรงมา และต้องพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อยืนยันความเชื่อเช่นนั้น
 
          และหากสิ่งนั้นเป็นการต่อสู้ เพื่อความเป็นอิสระของกองบรรณาธิการ ก็ต้องมีปฏิปทาที่จะต้องทำให้สำเร็จลุล่วง ถึงแม้ว่า จะยากลำบาก หรือใช้เวลาเนิ่นนานเพียงใด
 
          น่าเสียดาย ที่ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ที่ผมมีส่วนยกร่าง และผ่านการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจากคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1 ซึ่งมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ยังไม่มีผลบังคับใช้ เพราะกฎหมายฉบับนี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับนายทุน นายจ้างในภาคเอกชน ผู้บังคับบัญชาในภาครัฐได้ แต่เมื่อยังไม่มีกฎหมายเฉพาะ ทางที่เขาจะเดินไปได้ คือการไปใช้อำนาจตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้าง กับลูกจ้างทั่วไป
 
          การเลิกจ้างในหลักคิดแบบนายทุน ที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องสื่อ นอกจากการรักษาผลประโยชน์ทางธุรกิจ และการใช้ระบบเส้นสายนั้น เกือบทุกกรณีเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และยิ่งมีหลักฐานที่ขาดความระมัดระวัง เช่น การจ่ายค่าชดเชย แต่สู้คดีว่า ลูกจ้างลาออกเอง นี่ก็แทบปิดประตูตายสำหรับการสู้คดีให้ชนะของนายจ้าง 
 
          ผมคิดว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสื่อ แต่ไม่ได้เป็นกฎหมายเฉพาะมีอยู่อีกมาก เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ฯลฯ แต่ละฉบับควรจะต้องสกัดออกมา เป็นตัวอย่าง เพื่อเป็นกรณีศึกษาเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการทำงานของสื่อ
 
          เฉพาะเรื่องกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ก็มีกรณีตัวอย่างจำนวนมาก แต่ยังไม่มีผู้รวบรวมคดีที่เกี่ยวข้องกับสื่อไว้ ผมกำลังรอคำพิพากษาศาลฎีกาคดีแรงงาน ระหว่างโพสต์ และคุณเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ คดีนี้น่าจะเป็น “สารตั้งต้น” สำหรับรวบรวมคดีเกี่ยวกับสื่อได้
 
          กฎหมายเหล่านี้ ทำให้เห็นภาพ “นายทุนนอกคอก” ที่ไม่เข้าใจเรื่องการแทรกแซงการทำงานของสื่อชัดเจนยิ่งขึ้น 
 
          และก็เป็นแนวทางในระหว่างการทำงานของ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่คณะทำงานสื่อเพื่อการปฏิรูป ได้เสนอแนวคิดสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มของผู้บริหาร หรือผู้ประกอบกิจการด้านสื่อสารมวลชนในรูปแบบ “สภาวิชาชีพผู้ประกอบธุรกิจสื่อ” เพื่อเป็นช่องทางในการแสดงความรับผิดชอบของเจ้าของสื่อต่อผู้บริโภค และการคุ้มครองความเป็นอิสระของผู้ประกอบธุรกิจสื่อด้วย
 
          ความพยายามที่จะผลักดันการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ไม่ง่าย และอาจไม่สำเร็จเลย เนื่องเพราะยังต้องต่อสู้กับคนข้างนอกที่มีความคิด มีความเข้าใจในเรื่องสื่อแตกต่างกัน
 
          แต่เพียงคิดจะสู้เท่านั้น ก็สำเร็จแล้ว