
จ่อยิงหลานเสี่ยนครปฐมปมค่านายหน้า
18 มี.ค. 2558
จ่อยิงหลานชายเจ้าของโรงแรมดังเมืองนครปฐมดับ ก่อนฆ่าตัวตาม เผยโต้เถียงค่านายหน้าที่ดิน สุดท้ายคว้า .38 ซูเปอร์ ปลิดชีพดับคู่
18 มี.ค. 58 เมื่อเวลา 14.30 น. ร.ต.ท.ปิยศักดิ์ ราชาวงษ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงภายในบ้าน หมู่ 3 ต.หนองปากโลง อ.เมือง จ.นครปฐม จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีบรอนซ์-เทา ทะเบียน กน 4744 นครปฐม จอดอยู่ ภายในบ้านพบศพนายองอาจ สุวรรณนที อายุ 42 ปี ถูกยิงเสียชีวิตบนเก้าอี้ข้างโต๊ะทำงานในลักษณะนั่งเอนอยู่บนเก้าอี้ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 ซูเปอร์ เข้าที่บริเวณฝ่ามือทะลุเข้าที่คอทะลุหลัง 1 นัด บริเวณคางทะลุศีรษะด้านหลัง 1 นัด
ส่วนบริเวณพื้นหน้าโต๊ะทำงานพบศพนายสุทิน สังข์กลิ่นหอม อายุ 37 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันเข้าที่ศีรษะข้างซ้ายทะลุข้างขวา
จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนขนาด .38 ซูเปอร์ ตกอยู่ที่พื้น โดยมีร่างนายสุทิน ผู้ตายทับอยู่ ใกล้กันพบซองปืน 1 ซอง ตกอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ห่างออกไปเล็กน้อยพบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันตกอยู่ที่พื้น 5 ปลอก จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนร่วมกับแพทย์เวร รพ.นครปฐม และเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 ชันสูตรศพ เก็บร่องรอยและหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายองอาจ ผู้ตาย เป็นหลานชายของเจ้าของโรงแรม และเจ้าของฟาร์มหมูชื่อดัง อีกทั้งเคยเป็นเจ้าของฟาร์มหมู แต่ต่อมาเลิกกิจการ หันมาประกอบอาชีพหมอดูแทน พร้อมกับร่วมทำธุรกิจนายหน้าค้าที่ดินกับนายสุทินและพวกควบคู่กันไป
โดยก่อนเกิดเหตุนายสุทิน ผู้ก่อเหตุ และนายตี๋ ได้ขับรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ มาหานายองอาจ ที่บ้าน เพื่อทวงถามเงินค่านายหน้าค้าที่ดินที่ตกลงกับนายองอาจไว้ เมื่อมาถึงนายองอาจพามานั่งคุยที่โต๊ะทำงาน แต่พอนายสุทินทวงถามเรื่องเงินค่านายหน้าที่ดิน นายองอาจกลับพูดจาบ่ายเบี่ยง จนเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง กระทั่งนายสุชาติต้องเข้าห้ามปราม แต่ทั้งคู่ก็ไม่ยอมเลิกรา นายสุชาติจึงเดินหนีออกมาหน้าบ้าน ขณะเดียวกันคาดว่านายสุทินเกิดบันดาลโทสะชักอาวุธปืนที่พกมาจ่อยิงนายองอาจจนเสียชีวิต ก่อนจะใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองตายตาม
ด้านนายตี๋ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตัวเอง และนายสุทิน ผู้ตาย เดินทางมาหานายองอาจ เพื่อทวงถามเรื่องค่านายหน้าขายที่ดิน โดยนายสุทินได้ทวงถามเรื่องเงินจากนายองอาจ แต่ได้รับการปฏิเสธว่า ไม่มี เพราะนายทุนยังไม่ให้มา จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น ตัวเองช่วยพูดไกล่เกลี่ย แต่ก็ไม่เป็นผล ทั้งสองคนไม่ฟัง จึงเดินออกมา แต่พอคล้อยหลังก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด เมื่อหันกลับไปก็พบว่า นายสุทินใช้อาวุธปืนยิงนายองอาจเสียชีวิตแล้ว แล้วหลังจากนั้นก็ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองตายตาม โดยที่ไม่ทันได้ห้ามปราม
ขณะที่ ภรรยาของนายสุทิน อายุ 36 ปี กล่าวด้วยเสียงเศร้าสร้อยว่า เปิดร้านสเต๊กอยู่หน้าหอพัก ส่วนสามีทำงานประจำเป็นลูกจ้างดูแลอพาร์ตเมนต์ ก่อนเกิดเหตุสามีบอกว่า จะออกไปข้างนอกกับเพื่อนชื่อนายตี๋ ที่มาร่วมกันทำธุรกิจเป็นนายหน้าค้าที่ดิน โดยไม่ได้บอกว่าไปไหน จนกระทั่งมาทราบข่าวร้าย
นายธงชัย ศิริเทียนทอง กล่าวว่า นายสุทินเป็นคนดูแลอพาร์ตเมนต์ ทำงานมานานกว่า 10 ปีแล้ว ปกตินายสุทินจะเป็นคนเรียบร้อย ใจเย็นและไม่เคยมีปัญหากับใคร จนไว้เนื้อเชื่อใจ ให้อาวุธปืนไว้ใช้ป้องกันเหตุและป้องกันตัวในขณะเฝ้าอพาร์ตเมนต์ช่วงกลางคืน โดยให้เก็บไว้ที่ออฟฟิศ
"กระทั่งก่อนเกิดเหตุไม่นาน นายสุทินมาเปรยๆ ให้ฟังว่าถูกโกงและเอาเปรียบเงินค่านายหน้า ก็บอกว่าให้ใจเย็นๆ เข้าไว้ ค่อยพูดค่อยจากัน ซึ่งนายสุทินไม่ได้แสดงท่าทีแต่อย่างใด จนกระทั่งมาทราบว่า นายสุทินมาก่อเหตุดังกล่าว"
พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ชูนาค รองผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายทั้งสองคนทำธุรกิจเป็นนายหน้าค้าที่ดินร่วมกัน และก่อนเกิดเหตุนายสุทินพร้อมพวกได้ขับรถยนต์มาหานายองอาจที่บ้านที่เกิดเหตุ เพื่อพูดจาตกลงกันเรื่องเงินค่านายหน้าค้าที่ดิน ที่นายองอาจค้างจ่ายนายสุทินและพวกไว้ แต่นายองอาจพูดจาบ่ายเบี่ยงต่างๆ นานา จึงเกิดถกเถียงกันอย่างรุนแรง จนทำให้นายสุทินชักอาวุธปืนที่พกมาจ่อยิงนายองอาจเสียชีวิต ก่อนจะใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันปลิดชีพตัวเอง เพื่อหนีความผิด ส่วนปืนที่นายสุทินใช้ในการก่อเหตุนั้น ทราบว่าเป็นอาวุธปืนของนายธงชัย ซึ่งเป็นเจ้านาย เบื้องต้นต้องตรวจสอบก่อนที่จะดำเนินการต่อไป



