ข่าว

ถอดถอนนักการเมืองผิดจริยธรรม

ถอดถอนนักการเมืองผิดจริยธรรม

19 มี.ค. 2558

มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ถอดถอนนักการเมืองผิดจริยธรรม : โดย...สำนักข่าวเนชั่น

 
                            ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้มีกลไกตรวจสอบ “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง ไว้ อย่างน่าสนใจยิ่ง
 
                            กลไกที่ว่านี้ทั้งเป็นเรื่องใหม่ ที่ไม่เคยปรากฏในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ และยังเป็นกลไกที่สร้างให้ประชาชนเป็นใหญ่ ลงมติถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงได้ด้วย  
 
                            โดย “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” ในที่นี้ หมายถึง นายกรัฐมนตรี,รัฐมนตรี, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.), สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)  เท่านั้น
 
                            กระบวนการขั้นตอน เริ่มจากเมื่อ “สมัชชาคุณธรรม” ซึ่งเป็นผู้กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้นำทางการเมือง ได้ทำการไต่สวนแล้วชี้ว่า นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, ส.ส. หรือ ส.ว. ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง ก็จะส่งชื่อของบุคคลนั้นให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อที่ว่า เมื่อใดที่มีการเลือกตั้งก็จะได้ให้ประชาชนลงมติถอดถอนไปในคราวเดียวกัน (เพราะหากลงมติถอดถอนโดยประชาชน คนละครั้งกับการลงคะแนนเลือกตั้ง ก็จะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ)
 
                            ทั้งนี้ ถ้าบุคคลที่ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงนั้น เป็น นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี กกต.ก็จะส่งชื่อให้ประชาชนทั่วประเทศลงคะแนนถอดถอน แต่ถ้าเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ก็จะส่งชื่อไปยังพื้นที่ที่บุคคลนั้นมีภูมิลำเนาอยู่ เมื่อประชาชนเดินเข้าคูหาเลือกตั้ง นอกจากจะมีบัตรลงคะแนนเลือกผู้สมัคร ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อแล้ว ยังมีบัตรสำหรับให้ลงคะแนนถอดถอนด้วย
 
                            กรณีที่เสียงข้างมากจากการลงมติของประชาชนว่าให้ถอดถอนบุคคลใด บุคคลนั้นก็ไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ หากบุคคลที่ถูกถอดถอนนั้น ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนั้นด้วย ก็จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองในทันที 
 
                            ส่วนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นนอกเหนือจาก 4 ตำแหน่งข้างต้นที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม รัฐสภาจะเป็นผู้ลงมติถอดถอน  
 
                            ซึ่งการลงมติถอดถอน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 4 ตำแหน่งข้างต้นในเรื่องการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรงที่ให้ประชาชนลงคะแนนถอดถอนนั้น มีกระบวนการแตกต่างจากการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, สมาชิกวุฒิสภา ในกรณีที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ, ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่, ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ, ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม, ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ที่ให้รัฐสภา พิจารณาลงมติถอดถอนด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
 
                            ทั้งนี้ ในกรณีที่รัฐสภามีมติให้ถอดถอนบุคคลใด ก็ให้ตัดสิทธิบุคคลนั้นในการดำรงตำแหน่งใดๆ ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปีนับแต่วันที่รัฐสภามีมติ ซึ่งการตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ให้ใช้กับบุคคลที่พ้นตำแหน่งทางการเมืองไปแล้วด้วย ในกรณีที่บุคคลนั้นดำรงตำแหน่งทางการเมืองอยู่ก็ให้พ้นตำแหน่งทันที
 
                            มติของรัฐสภาที่ให้ถอดถอนหรือไม่ถอดถอน ถือว่าเป็นที่สุด คือ จบที่รัฐสภา 
 
                            ซึ่งการที่ให้ประชาชนเป็นผู้ลงมติถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 4 ตำแหน่ง คือ นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, ส.ส., ส.ว ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรงนั้น น่าจะเป็นกลไกที่ดีกว่าการหวังพึ่งเสียงข้างมากจากรัฐสภาในการถอดถอน เพราะเป็นไปได้ยาก อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวมีส่วนรวมในการตรวจสอบในเรื่องจริยธรรมอีกทางหนึ่งด้วย..!!
 
 
 
 
 
------------------------
 
(มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ถอดถอนนักการเมืองผิดจริยธรรม : โดย...สำนักข่าวเนชั่น)