
'เดียร์'แฉ'เอนก'บงการบึ้มศาล
18 มี.ค. 2558
'เดียร์' แฉ 'เอนก ซานฟราน' บงการป่วนเมือง แลกพาลูกไปทำงานที่ออสเตรเลีย จับ 'แหวน' ไม่เกี่ยวคดี 6 ศพวัดปทุมฯ ใช้ข้อหาก่อการร้าย ขอสหรัฐส่งผู้ร้ายข้ามแดน
18 มี.ค. 58 ความคืบหน้าคดีปาระเบิดใส่ลานจอดรถหน้าศาลอาญา หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวผู้ต้องหาและนำตัวมาส่งมอบต่อพนักงานสอบสวนไปแล้ว 11 คน
ล่าสุด ทหารจากกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (พัน.ร.มทบ.11) ควบคุมตัว นายเจษฎาพงษ์ วัฒนพรชัยสิริ อายุ 44 ปี และนางสุภาพร มิตรอารักษ์ หรือ เดียร์ อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาในคดีปาระเบิดอาร์จีดี 5 ใส่ลานจอดรถศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อคืนวันที่ 7 มีนาคม มาส่งมอบต่อพนักงานสอบสวน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มอีก 2 คน
จากนั้น พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. สอบปากคำ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยนางสุภาพร สวมเสื้อสีแสด กางเกงขายาวสีดำ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงเดินประกบตลอดเวลา แม้ในช่วงสอบปากคำ ขณะที่นายเจษฎาพงษ์ สวมเสื้อเชิ้ต แจ็กเกตสีดำทับ โดยทั้งสองมีสีหน้าอิดโรย จากนั้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา พร้อมสอบประวัติ และแยกสอบปากคำทั้งคู่ โดยการสอบสวนนางสุภาพร เป็นไปอย่างเข้มข้น ก่อนควบคุมตัวนำไปฝากขังศาลทหารต่อไป
'เดียร์' หัวขบวนป่วนในประเทศ
พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 กล่าวว่า วันนี้ทหารนำนางสุภาพร และนายเจษฎาพงษ์ ซึ่งครบกำหนดควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก มาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน หลังจากส่งมอบผู้ต้องหาคนอื่นๆ ในขบวนการให้แล้ว 11 คน รวมวันนี้เป็น 13 คน โดยยังมีผู้ต้องหาตามหมายจับอยู่ในการควบคุมของทหารอีก 2 คน คือ นายวสุ เอี่ยมลออ ซึ่งมีหมายจับข้อหาร่วมกันก่อการร้าย และนายสุรพล เอี่ยมสุวรรณ และยังมีหลบหนีอีก 2 คน คือ นายมนูญ ชัยชนะ หรือ เอนก ซานฟราน ผู้บงการและผู้จ้างวาน และนายวิระศักดิ์ โตวังจร หรือ ใหญ่ พัทยา ผู้ร่วมวางแผนและจัดหาระเบิด
พล.ต.ต.ชยพล กล่าวต่อว่า การก่อเหตุระเบิดของขบวนการนี้แบ่งเป็น 2 ครั้ง ครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 เกิดในท้องที่ สน.โชคชัย พบว่านายมนูญ ได้ติดต่อทางไลน์ และโซเชียลมีเดียกับนางสุภาพร ให้ติดต่อว่าจ้างหาคนวางระเบิด 5 จุดในพื้นที่ กทม. ได้แก่ ศาลอาญา สวนลุมพินี สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินจตุจักร กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ และลานจอดโรงแรมสยาม เคมปินสกี้ โดยพบการโอนเงิน 5 หมื่นบาท ผ่านนายวสุ ส่งต่อให้นางวาสนา บุษดี และมีการติดต่อ น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือ แหวน ให้หาคนทำงาน
พล.ต.ต.ชยพล กล่าวต่อว่า จากนั้น น.ส.ณัฏฐธิดา ติดต่อนายสุรพล ซึ่งอ้างว่าตัวมีความรู้ด้านการประกอบระเบิดจากต่างประเทศ ให้รับงานวางระเบิดทั้ง 5 จุด แต่ไม่ทราบด้วยเหตุใดนายสุรพล ยกเลิกภารกิจ จึงมีการวางแผนใหม่อีกครั้ง เป็นครั้งที่ 2 ในเดือนมีนาคม คราวนี้นางสุภาพร ได้เปลี่ยนไปติดต่อผ่านนายวิชัย อยู่สุข หรือตั้ม และนายนรภัทร เหลือผล หรือบาส ก่อนติดต่อว่าจ้างนายวิระศักดิ์ รับงานว่าจ้างนายมหาหิน ขุนทอง และนายยุทธนา เย็นภิญญโญ รับงานก่อเหตุที่ศาลอาญา กระทั่งถูกจับกุมได้ สรุปแล้วนายมนูญ พยายามก่อเหตุรุนแรงใน กทม.ถึง 2 ครั้ง โดยติดต่อผ่านเครือข่ายนางสุภาพร ที่แยกชุดทำงานออกเป็น 2 สาย
"นางสุภาพร หรือเดียร์ จัดว่าเป็นกลุ่มทุนที่เป็นหัวใจสำคัญในประเทศไทย มีนายเอนก ซานฟราน เป็นกลุ่มทุนสำคัญในต่างประเทศ สนับสนุนทางการเงินจากต่างประเทศ พบมีการโอนเงินให้กัน ครั้งแรกโอนให้ 5 หมื่นบาท ก่อนจะให้ลงมือ ส่วนครั้งที่ 2 โอนผ่านบัญชีลูกชายนางสุภาพร 5 หมื่นบาท เพื่อให้นำไปเยียวยาครอบครัวของคนที่ถูกจับ โดยเหตุที่นางสุภาพรไม่ให้โอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง อ้างว่าไม่มีบัญชีธนาคาร มีเพียงบัญชีของอดีตสามี ซึ่งหย่าร้างไปแล้ว อีกทั้งสามียังมีคดีติดตัวอีกด้วย จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับเงินก้อนนั้น" ผบก.น.6 กล่าว
สารภาพ 'เอนก ซานฟราน' รับดูแลลูก
พล.ต.ต.ชยพล กล่าวอีกว่า ส่วนเหตุจูงใจนั้น นางสุภาพร ให้การว่า นายเอนกรับปากว่าจะเลี้ยงดูบุตรชาย 2 คน และหากดำเนินการตามสั่งแล้วเสร็จจะพาไปทำงานเก็บองุ่นที่ประเทศออสเตรเลีย โดยเหตุหลักที่ร่วมมือกันก่อเหตุ เพราะมีอุดมการณ์การเมืองสอดคล้องกัน โดยนายเอนกนั้นอยู่ในต่างประเทศ มีอุดมการณ์ต่อต้านรัฐบาลปัจจุบัน และต่อต้านสถาบันฯ ทั้งนี้ การติดต่อของกลุ่มนี้จะใช้ช่องทางไลน์ และโซเชียลมีเดียต่างๆ บางคนไม่รู้จักกัน ไม่เคยพบกันด้วยซ้ำ เพียงแต่ติดตามกันทางโซเชียลมีเดียด้วยมีอุดมการณ์ แนวคิดสอดคล้องกัน
ด้าน พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า นางสุภาพรมีประวัติเป็นระดับแกนนำในกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมือง ที่มีความขัดแย้งในอดีต โดยนางสุภาพรเป็นแกนนำระดับสำคัญที่มีบทบาทและได้รับการยอมรับพอสมควร ที่ผ่านมาหน่วยความมั่นคงเคยขึ้นบัญชีมีข้อมูลไว้ เพียงแต่ตอนนั้นยังไม่มีหลักฐานหรือสิ่งบ่งชี้ว่าจะกระทำความผิด ขณะที่ผู้ต้องหาบางคนในกลุ่มนี้ เช่น นายมนูญนั้น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ฐานหมิ่นสถาบันฯ แต่หลบหนีอยู่ต่างประเทศ ซึ่งยืนยันได้ว่าตำรวจและทหารดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งหมดตามกฎหมายและพยานหลักฐานที่ปรากฏ ตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับกลุ่มใด โดยทั้งหมดเกิดจากคำให้การของผู้ต้องหาทั้งสิ้น
"เหตุจูงใจนอกจากค่าจ้างแล้ว กลุ่มผู้ต้องหายังมีอุดมการณ์แนวคิดทางการเมืองที่เหมือนกัน การก่อเหตุแต่ละครั้งก็มีเหตุผลหลายอย่าง ทั้งอุดมการณ์ที่ตรงกัน ถูกหลอก ถูกชักจูง และเงินค่าจ้าง"
จับ 'แหวน' ไม่เกี่ยวคดี 6 ศพวัดปทุมฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีการโยงถึง น.ส.ณัฏฐธิดา หรือแหวน ซึ่งเป็นพยานสำคัญในคดีสังหาร 6 ศพ ที่วัดปทุมฯ ที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้ต้องหา อาจถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นความบังเอิญเกินไปหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน ตามคำให้การผู้ต้องหา ตัวของ น.ส.ณัฏฐธิดานั้น เราไม่เคยเอาเข้ามาเกี่ยวข้อง และไม่สามารถนำเขามาเกี่ยวโดยไม่มีคำให้การของผู้ที่เกี่ยวข้องซัดทอดกล่าวถึง เมื่อนางสุภาพรให้การว่าติดต่อผ่าน น.ส.ณัฏฐธิดา ไปถึงนายสุรพล ชื่อของ น.ส.ณัฏฐธิดา จึงปรากฏในสำนวนการสอบสวน และเมื่อเป็นสิ่งผิดกฎหมายพนักงานสอบสวนจึงต้องดำเนินการตามกระบวนการ ส่วนจะบังเอิญพอเหมาะพอดีเกินไปหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถกะเกณฑ์กำหนดได้ จึงยืนยันพนักงานสอบสวนทำตามพยานหลักฐาน และหากซัดทอดไปถึงใครที่มากกว่านี้ พนักงานสอบสวนก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน
เมื่อถามว่า ความพยายามก่อเหตุของผู้ต้องหาในครั้งแรก สอดคล้องกับการเกิดเหตุที่หน้าห้างสยามพารากอน พบว่าเป็นฝีมือกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า บอกหลายครั้งว่ากลุ่มที่พยายามก่อเหตุรุนแรงเป็นกลุ่มเดียวกัน บางครั้งทำสำเร็จ บางครั้งก็ไม่สำเร็จ ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ก็เป็นไปได้ว่า อาจบงการโดยกลุ่มนี้ แต่ใช้คนทำงานอีกสายหนึ่ง เห็นได้จากกรณีนี้แบ่งชุดทำงานเป็น 2 กลุ่ม แต่จ้างวานโดยนายเอนกเพียงคนเดียว ไม่ทราบว่าเหตุที่สยามพารากอนจะเป็นนายเอนกที่ไปจ้างอีกกลุ่มหรือไม่ จนกว่าจะจับกุมแล้วสอบสวนขยายผลว่า เหตุที่พารากอนใครก่อเหตุ ใครอยู่เบื้องหลัง เชื่อมโยงถึงใครบ้าง ต้องรอให้จับกุมผู้ต้องหาให้ได้ก่อน
ใช้ข้อหาก่อการร้าย ขอสหรัฐส่งผู้ร้ายข้ามแดน
ผบ.ตร.กล่าวถึงการขอตัวนายมนูญ หรือเอนก เป็นผู้ร้ายข้ามแดนว่า ในอดีตเคยพยายามขอตัวนายเอนกจากสหรัฐอเมริกาแล้ว ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่เนื่องจากสหรัฐไม่มีความผิดข้อหาดังกล่าวในสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่ขณะนี้นายเอนกมีหมายจับในข้อหาก่อการร้าย ซึ่งไทยและสหรัฐมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนร่วมกัน จากนี้พนักงานสอบสวนจะดำเนินการทำตามขั้นตอนส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป โดยติดต่อผ่านอัยการให้ตรวจสำนวน ก่อนส่งกลับกองการต่างประเทศ ส่งต่อกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่นำเข้าสู่กระบวนการขอตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป ซึ่งไทยกับสหรัฐมีความสันพันธ์ที่ดีต่อกัน
ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า สำหรับนายเอนกนั้น เป็นนักธุรกิจที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศ มีความคิด ความเชื่อคล้ายกลุ่มผู้ก่อเหตุ มีการแลกเปลี่ยนข่าวสาร สั่งการผ่านโซเชียล เป็นคนที่มีอิทธิพลพอสมควร ส่วนค่าจ้างที่ดูไม่มากนั้น เหตุเพราะผู้ก่อเหตุมีแรงจูงใจทางการเมืองอยู่แล้ว รวมทั้งมีข้อตกลงแลกเปลี่ยน จึงตัดสินใจลงมือกระทำ สำหรับนางสุภาพรนั้นเมื่อครั้งที่เคลื่อนไหวกลุ่มการเมือง อาจรู้จักผู้ใหญ่หลายคน เพราะเป็นคนที่มีบทบาทสำคัญ ทำให้การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับความเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มก่อความรุนแรงในประเทศไทยที่หลักฐานปรากฏชัด นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอื่นที่ยังหลบหนี ซึ่งทุกกลุ่มมีลักษณะเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน เพียงแต่แบ่งหน้าที่กันทำตามความถนัด
เมื่อถามว่า แกนนำทางการเมืองคนอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกันมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ขณะนี้สามารถนำมาเปิดเผยได้เพียงเท่านี้ สำหรับคนอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องต้องรอผลการสอบสวนก่อน หากพบความเกี่ยวข้อง เชื่อมโยงที่เป็นความผิดก็ต้องดำเนินการขอนุมัติหมายจับต่อไป เช่นเดียวกับกรณีที่มีการพาดพิงถึงอดีตนายทหารและนายตำรวจระดับสูงนั้น หากไม่พบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงแล้วมีความผิดถึงขั้นขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับกุมได้ ก็ยังไม่ถือว่าเกี่ยวข้อง หากมีหลักฐานจนนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับต่อศาลได้ก็ไม่สามารถละเว้นได้ ทั้งนี้ เนื่องจากทั้ง 2 คนเป็นบุคคลมีชื่อเสียง จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่วนต้องเชิญมาให้ปากคำหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของพนักงานสอบสวนว่าจำเป็นหรือไม่



