ข่าว

จาก‘เด็กฝึกงาน’สู่กิจการของตัวเอง‘คมสัน ประสมศรี’

จาก‘เด็กฝึกงาน’สู่กิจการของตัวเอง‘คมสัน ประสมศรี’

20 มี.ค. 2558

คมคิดธุรกิจนิวเจน : จาก ‘เด็กฝึกงาน’ สู่กิจการของตัวเอง อาชีพที่เชื่อมั่น ‘คมสัน ประสมศรี’ : เรื่อง สุรัตน์ อัตตะ /ภาพ สมศักดิ์ เนตรทอง

 
             “ตอนเด็ก ๆ ฝันอยากจะมีอาชีพเป็นสื่อมวลชน อยากออกหน้าจอทีวี เห็นผู้ประกาศในทีวีแล้วเราอยากจะเป็นแบบนี้บ้าง เป็นอาชีพที่ผมใฝ่ฝันมาก แต่ก็ทำได้แค่ฝันครับ”
 
             ความใฝ่ฝันในอาชีพของเด็กหนุ่มจากดินแดนชายขอบ”คมสัน ประสมศรี"ที่จับพลัดจับผลูมาสู่วงการธุรกิจนำเที่ยวหลังไม่มีโอกาสได้สัมผัสอาชีพในฝัน ทำได้เพียงแค่การอบรมคอร์สสั้น ๆ ในโครงการสานฝันสู่ผู้ประกาศมืออาชีพ รุ่น Digital TV by Nation Channel Academy ของสถานีโทรทัศน์เนชั่นแชนแนลในยุคแรก ๆ
 
             “จำได้ว่าตอนนั้นมีโอกาสไปอบรมผู้ประกาศข่าวที่เนชั่นฯ เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ได้งานสัมผัสงานสื่อ” คมสันย้อนชีวิตในอดีต ก่อนชีวิตจะหักเหสู่อาชีพธุรกิจนำเที่ยวอย่างเต็มตัวในเวลาต่อมา โดยเริ่มจากการนักศึกษาฝึกงานให้กับบริษัท ท๊อปฮิต ทัวร์ ในเทอมสุดท้ายของการศึกษาระดับปริญญาตรี
 
             ช่วงนี้เองทำให้เขาได้เรียนรู้และได้รับประสบการณ์มากมายในการทำธุรกิจท่องเที่ยว ด้วยความขยัน มีใจรักงานบริการ ทำงานเข้าตาผู้ใหญ่ จนได้รับความวางใจจากผู้บริหารรับเข้าเป็นพนักงานของบริษัททันทีหลังสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี
 
             “ผมจบเอกอังกฤษธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี เมื่อปี 2548ช่วงเทอมสุดท้ายก่อนจบก็ไปฝึกงานที่ ท๊อปฮิต ทัวร์ พอฝึกเสร็จก็ไปอบรมหลักสูตรมัคคุเทศก์ทั่วไปที่ม.นเรศวรอยู่ 2 เดือน จากนั้นเจ้านายก็รับทำงานเลยในตำแหน่งพนักงานขาย”
 
             กว่า 8 ปีที่คมสันอยู่ในอาชีพธุรกิจนำเที่ยว ทำให้ได้เรียนรู้งานในทุกมิติ เริ่มจากพนักงานขายธรรมดา จนก้าว ขึ้นมารั้งตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปทำหน้าที่คอยรับสั่งงานจากผู้บริหารมากระจายสู่พนักงานของบริษัทและช่วงนี้เองเขาได้เจอกับเพื่อนร่วมงานที่เป็นคนรุ่นใหม่อยู่ในวัยเดียวกันร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาลูกค้าและผู้บริหารบริษัท
 
             “แรงจูงใจตั้งแต่แรกผมปรารถกับตัวเองว่าจะอยู่กับคุณทักษิณ(ดร.ทักษิณ ปิลวาสน์) เจ้าของท๊อปฮิต ทัวร์ เพราะท่านเป็นคนสร้างผมขึ้นมา คอยสอน คอยให้คำแนะนำชี้แนะทุกอย่าง แต่หลังจากท่านเสียก็เริ่มมองว่าเราจะอยู่ตรงนี้อีกกี่ปี  จะเป็นผู้จัดการอยู่อีกนานไหม เพราะตอนนั้นผมเองก็ 30 แล้ว ถามว่าอีก 10 ปีข้างหน้าเรายังเป็นผู้จัดการอยู่หรือ เรามาเปิดกิจการของตัวเองได้ไหม เพราะผมมองว่าการเปิดกิจการมันไม่ใช่เสร็จในปีเดียว แต่มันต้องมีจุดเริ่มต้นก่อน”
 
             จากนั้นคมสัน พร้อมทีมงานคนรุ่นใหม่จากท๊อปฮิต ทัวร์ก็ก้าวออกมาสู่โลกกว้างด้วยการเปิดกิจการเป็นของตัวเอง ภายใต้ชื่อ ดรีม เดสติเนชั่นส์ ทัวร์ หรือดีดีทัวร์"พรสวรรค์หรือจะสู้พรแสวง" คติประจำตัวที่ท่องจนจำขึ้นใจสำหรับเด็กหนุ่มหัวใจรักงานบริการ จากเด็กฝึกงานจนก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการในวันนี้
 
             คมสัน บอกว่า ในวันที่ 9 มกราคม 2014 เป็นวันที่ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตในการอำลาชีวิตลูกจ้างสู่การเป็นเถ้าแก่ ด้วยการออกมาเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง โดยมีหุ้นส่วนสำคัญ ซึ่งเป็นทั้งน้องและเพื่อนที่ร่วมงานมาด้วยกันเปิดบริษัทใหม่ โดยมีสโลแกนว่า "ท่องเที่ยวสู่จุดหมายปลายฝันกับเรา ดรีม เดสติเนชั่นส์ ทัวร์"
 
             สโลแกนที่ว่านี้บ่งบอกถึงเป้าหมายอย่างชัดเจนในการเป็นผู้นำทางลูกค้าไปยังจุดหมายปลายทาง เพราะลูกค้าแต่ละท่านมีจุดหมายในการท่องเที่ยวที่ต่างกัน แต่ในความต่างกลับเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องนำท่านไปสัมผัสต่อด้วยกัน
 
             แม้ดรีม เดสติเนชั่นส์ ทัวร์จะเป็นบริษัทน้องใหม่ในวงการท่องเที่ยว ที่เพิ่งเปิดตัวมาได้เพียงแค่ 2 ปี แต่ทว่าทีมบริหารเต็มไปด้วยคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ไฟแรงผ่านประสบการณ์มาอย่างโชคโชน   โดยเฉพาะหัวเรือใหญ่อย่างคมสันที่ปัจจุบันนั่งบริหารในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ
 
             ด้วยพลังของคนหนุ่มสาวที่ทำงานได้เข้าขากัน หลังผ่านการเรียนรู้ซึ่งกันและกันมากว่า 8 ปีที่ท๊อปฮิตทัวร์  ใช้เวลาเพียง 2 ปี สามารถพัฒนาบริษัท จนเติบโตก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับแนวหน้าของเมืองไทย เป็นที่ยอมรับของลูกค้าผู้ใช้บริการและหน่วยงานภาครัฐ
 
             ไม่เพียงเท่านั้นล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา บริษัทได้ผ่านการประเมินรับรองมาตรฐานธุรกิจนำเที่ยวในระดับดีหรือระดับ 4 ดาวจากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่บริษัทเพิ่งดำเนินกิจการในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เพียงแค่ 2 ปี จะได้รับการรับรองในระดับนี้ หากไม่มีอะไรที่โดดเด่นและมีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน
 
             “เราพัฒนาบริษัทได้เร็วมาก โดยปกติระยะเวลาแค่ 2 ปีแล้วเราผ่านการประเมินระดับ 4 ดาวถือว่าเร็วมาก มีการประเมินอะไรบ้าง อันดับแรกเขาจะมาดูออฟฟิศก่อน มีที่ตั้งชัดเจนไหม จากนั้นจะมีแบบสอบถามวิชั่นผู้นำ มีบุคลากรพร้อมไหม สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มีไหม จดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ นี่คือการประเมิน บริษัทที่เพิ่งเปิดส่วนใหญ่จะลำบากมาก น้อยมากที่จะก้าวมาถึงจุดนี้ อย่างเก่งก็แค่ 3 ดาว แต่ของเราโชคดีด้วยตัวบุคลากรแต่ละคนมีความรู้ความชำนาญแล้วก็คุณวุฒิวัยวุฒิเพียบพร้อม นอกจากผมแล้วยังมีอีกหลายคนที่ ได้รับรางวัลมัคคุเทศก์ดีเด่น”
 
             คมสันยังย้ำถึงจุดเด่นของบริษัทอยู่ที่ตัวพนักงานทุกคนที่ทำงานด้วยหัวใจรักบริการ เนื่องจากถูกปลูกฝังใจรักบริการคือหัวใจของงานมัคคุเทศก์ ทำให้นำมาถ่ายทอดสู่น้อง ๆ และพนักงานในองค์กรทุกคน ฉะนั้นอย่ามาอิดออดในการให้บริการลูกค้า อย่ามามีข้อแม้
 
             “แค่ปฏิเสธคำแรกมันก็ไม่ใช่งานบริการแล้ว นี่คือสิ่งที่เป็นพ้อยสำคัญเลย คำถามแรกที่ปฏิเสธลูกค้าจะมาเรียกงานบริการไม่ได้”บอสใหญ่ดี.ดี.ทัวร์กล่าวย้ำอย่างมั่นใจ ส่วนเป้าหมายต่อไปมองไปที่มาตรฐานระดับ 5 ดาวหรือระดับดีเด่น ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดที่ทุกบริษัทต่างใฝ่ฝันอยากจะได้มาครอบครอง เพราะจะช่วยการันตีความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือของบริษัทที่มีต่อลูกค้าผู้ใช้บริการและในอนาคตก็จะต่อยอดมาสู่ธุรกิจโรงแรมเพื่อจะได้ครบวงจรมากขึ้น
 
             ถึงแม้ทุกวันนี้จะมีบริษัทที่ทำธุรกิจนำเที่ยวเกิดขึ้นมากมาย แต่เขามองว่ามันไม่ใช่คู่แข่ง หากแต่เป็นเครือข่ายพันธมิตรมากกว่า โดยนำจุดแข็งของแต่ละบริษัทมาให้บริการและมุ่งเน้นเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณเพื่อนำมาซึ่งประโยชน์ของลูกค้าที่จะได้รับสูงสุด
 
             ปัจจุบันคมสัน นอกจากนั่งบริหารในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดรีม เดสติเนชั่นส์ ทัวร์ ยังรั้งตำแหน่งรองเลขาธิการสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ระหว่างประเทศ ( TTI) ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับคณะกรรมการฯและสมาชิกสมาคม ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจนำเที่ยว พร้อมทั้งเจียดเวลาช่วงเสาร์และอาทิตย์เรียนต่อในระดับปริญญาโท เอ็มบีเอ ซีอีโอ ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
 
             เนื่องจากมองว่าผู้บริหารจะต้องไม่หยุดนิ่งในการศึกษาหาองค์ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อนำมาประยุกต์ในการทำงานในองค์กร นอกจากนี้ยังรับเป็นพิธีกรรายการทีวีและดีเจวิทยุเมื่อมีโอกาสอำนวยในการให้ข้อมูลความรู้และเป็นจุดประกายน้องๆ ที่สนใจรักงานบริการเพื่อสานฝันในการเป็นมัคคุเทศก์มืออาชีพต่อไปในอนาคตอีกด้วย
 
 
 
สะท้อนมุมมองจาก ‘หุ้นส่วน-ลูกค้าใช้บริการ’
 
             ราเมศร์ เสือยงค์ ผู้จัดการทั่วไป ดรีม เดสติเนชั่น ทัวร์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทสะท้อนตัวตนของคมสัน ประสมศรี ในฐานะรุ่นพี่จบจากมหาวิทยาลัยเดียวกันและได้รับการชักชวนจากคนสัมเข้ามาสู่วงการธุรกิจนำเที่ยว  โดยเริ่มต้นจากผู้ช่วยมัคคุเทศก์ของท๊อปฮิตทัวร์ ก่อนลาออกมาต่อสู้ชะตาชีวิตด้วยกัน ด้วยการร่วมลงทุนตั้งบริษัท พร้อมกับนั่งบริหารในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป
 
             “ผมจบฟู๊ดซาย เป็นรุ่นน้องพี่กุ้งปีนึง ตอนแรกก็มาฝึกงานตามคำชักชวนของพี่กุ้ง ไม่ได้เกี่ยวกับสาขาที่จบมาเลย ตอนแรก ๆ ก็สนุกดีนะ ตอนนั้นกำลังทำโปรเจกต์อจบอยู่เวลาว่างเยอะ ฝึกอยู่ 5-6 เดือน คุณทักษิณเจ้าของบริษัทก็บอกว่าสนใจทำงานไม๊ ก็เลยตกลง จึงอยู่ที่นั่นมาตลอดตั้งแต่จบ”
 
             เขาเผยต่อว่าหลังลาออกจากบริษัทก็ได้รับการชักชวนจากพี่กุ้งมาร่วมลงทุนตั้งบริษัทด้วยกันกับเพื่อน ๆ ที่ร่วมงานกันมา โดยได้ไปปรึกษาขอคำแนะนำจากประสิทธิ วิชัยสุชาติ บิดาของศิริพัฒ วิชัยสุชาติ เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนด้วยกันถึงขั้นตอนการดำเนินงานกิจการ จนในที่สุดก็สำเร็จด้วยดี
 
             “ตอนพวกเราออกมาตั้งบริษัทก็ไปขอคำปรึกษาจากป๊า(ประสิทธิ วิชัยสุชาติ) พ่อของตะวัน(ศิริพัฒน วิชัยสุชาติ)  ท่านอยู่ในวงการนี้มานาน เป็นอดีตนายกสมาคมเรือไทย ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำจากท่านด้วยดี ท่านบอกเรื่องระบบบัญชีสำคัญมาก ต้องดูแลให้ดี”ราเมศน์เล่าที่มา จากนั้นก็ทำการเลือกผู้นำโดยหุ้นส่วนทั้ง 5 คนตัดสินใจเลือกคมสันมาเป็นหัวเรือใหญ่ในการดูแลกิจการ
 
             “พี่กุ้งเขาไม่ได้เน้นผลประโยชน์เป็นหลัก เน้นว่าลูกค้าพอใจ บริษัทอยู่ได้ น้อง ๆ มีงานทำ มีรายได้ ทุ่มเทให้กับองค์กร ลูกค้าได้สมน้ำสมเนื้อที่เขาไว้ใจ นี่คือหลักการบริหารของเขา”
 
             ขณะที่วีระวัฒน์ วัฒนกุลหนึ่งในลูกค้าที่ใช้บริการกับดี.ดี.ทัวร์กล่าวถึงคนสัม ประสมศรีว่าเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่มีใจรักงานบริการและทำงานด้วยใจ มองลูกค้าที่ใช้บริการเสมือนหนึ่งญาติมิตรหรือคนในครอบครัว ทำให้ทุกครั้งที่ใช้บริการกับบริษัทนี้รู้สึกสบายใจ มั่นใจในความปลอดภัยและไม่กลัวถูกหลอก
 
             “ผมเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยว ใช้บริการทัวร์มาก็เยอะ เห็นปัญหามาก็มาก แต่พอมาใช้บริการบริษัทนี้ก็รู้สึกประทับใจ เป็นทีมงานคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจมาก บริหารจัดการดี รู้สึกดีทุกครั้งที่มีการเดินทาง โดยเฉพาะคุณกุ้ง ผมว่าเขาเป็นผู้นำคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจในรายละเอียดของเนื้องานเป็นอย่างดี”ลูกค้าคนเดิมกล่าวทิ้งท้าย
 
 
 
กว่าจะถึงวันนี้ ‘ซีอีโอ’ ดีดีทัวร์
 
             คมสัน ประสมศรี ปัจจุบันอายุ 33 ปี เป็นบุตรชายคนโตในจำนวนพี่น้อง 2 คนของนายคำรมณ์นางน้อย ประสมศรี  มีพื้นพเดิมอยู่ที่อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว จบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนวัดเกศแก้วแล้วมาต่อในระดับมัธยมที่โรงเรียวังน้ำเย็นวิทยาคม ก่อนมาต่อในระดับปริญญาตรีเอกอังกฤษธุรกิจที่มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี ปัจจุบันอยู่ในระหว่างศึกษาระดับปริญญาโทสาขาเอ็มบีเอ ซีอีโอ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
 
             คนสันได้ฉายแววความเป็นผู้นำมาตั้งแต่เด็ก เริ่มจากการเป็นหัวหน้าชั้นเรียนมาตั้งแต่ระดับประถมศึกษา จนถึงมหาวิทยาลัย และยังมีความสามารถด้านกีฬาที่โดดเด่น โดยเฉพาะฟุตบอล เป็นนักฟุตบอลมาตั้งแต่สมัยเรียน ในฐานะกัปตันสามารถพาทีมคว้าแชมป์และรองแชมป์ในหลายรายการ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดรีม เดสติเนชั่น จำกัด หรือ ดี.ดี.ทัวร์ ประกอบธุรกิจนำเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ