ข่าว

ถอดรหัสขยะสู่‘แกรนิตแก้ว’พลังคิด‘วัฒน ทิพย์วีรนันท์’

ถอดรหัสขยะสู่‘แกรนิตแก้ว’พลังคิด‘วัฒน ทิพย์วีรนันท์’

19 มี.ค. 2558

คมคิดธุรกิจนิวเจน : ถอดรหัสขยะสู่ ‘แกรนิตแก้ว’ พลังคิด ‘วัฒน ทิพย์วีรนันท์’ : โดย...ธานี กุลแพทย์

 
           “ความคิด ความฝันของคนเราทุกคนจะไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าเราไม่ลงมือทำ …แต่ความฝันนั้นจะมีค่ามากที่สุด ก็ต่อเมื่อทำมันให้เป็นความจริงและจับต้องได้”
 
           การแข่งขันด้านการตลาดที่สูงขึ้น เป็นแรงผลักให้ผู้ประกอบการต่างผุดแนวคิดใหม่ๆ สร้างสรรค์ผลงานเพื่อความอยู่รอดเช่นเดียวกับ วัฒน ทิพย์วีรนันท์ เจ้าของกิจการรับซื้อเศษแก้วรีไซเคิลผู้คิดค้นเพิ่มค่าขยะจุดประกายสู่ผลิตภัณฑ์ปูพื้นคุณภาพ “แกรนิตแก้ว” นวัตกรรมใหม่แห่งวงการก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ ที่ได้รับความสนใจจากตลาดทั้งในและต่างประเทศขณะนี้
 
           ทายาทรุ่นที่ 2 ของห้างหุ้นส่วนจำกัดแก้วสิงห์ บนพื้นที่ตั้งโรงงาน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา วัฒน ทิพย์วีรนันท์ หลังจบการศึกษาก็รับช่วงต่อกิจการของครอบครัวรับซื้อขายขวดแก้วเศษแก้วทันที ต่อเมื่อกิจการที่เขาดูแลอยู่นั้นดำเนินไปได้สักระยะ การแข่งขันด้านการตลาดเริ่มสูงขึ้น โรงแก้วขนาดใหญ่ที่กิจการของเขาส่งขยะเศษแก้วให้หันมารับซื้อเศษแก้วเอง ทำให้เขาต้องปรับกิจการเพื่อก้าวให้ทันโลกปัจจุบัน
 
           วิถีชีวิตที่ผูกพันกับเศษแก้วมาตั้งแต่วัยเด็ก บวกกับพลังความคิดที่ไม่อยากให้ขยะของเหลือใช้เหล่านี้ มีจุดจบแค่ส่งคืนโรงหลอมแก้ว เพื่อการรีไชเคิลแล้วนำมันกลับมาใช้ใหม่เท่านั้น วัฒนจึงพยายามหาทางสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศษแก้วที่กองอยู่ในโรงงานของเขา ภายใต้แนวคิดผลิตเป็นวัสดุชนิดใหม่ หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ
 
           “ความคิดความฝันของคนเราทุกคนจะไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าเราไม่ลงมือทำ …แต่ความฝันนั้นจะมีค่ามากที่สุดก็ต่อเมื่อทำมันให้เป็นความจริงและจับต้องได้” วัฒนบอกถึงแรงบันดาลใจ
 
           กระบวนการเพิ่มค่าเศษแก้วช่วงนั้น วัฒนยอมรับว่าเขาเองก็ยังไม่นู้ทิศรู้ทางว่าจะออกมาในลักษณะใดบ้าง จึงได้นำเศษแก้วออกตระเวนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐหลายแห่ง
 
           "ตอนแรกไปติดต่อกรมวิทยาศาสตร์บริการแต่เขาไม่มีเวลาทำให้ ผมจึงหาไปเรื่อยๆ จนไปเจอศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC)ผมนำเศษแก้วไปให้เขาดู พูดคุยทำความเข้าใจกันพักใหญ่ ที่สุดแล้วก็ได้ ดร.อนุชา วรรณก้อน กับ ดร.วรพงษ์ เทียมสอน มาดูแลกระบวนการให้"
 
           ครั้งแรกของกระบวนการเพิ่มค่า วัฒนไม่ได้มุ่งแปรรูปเป็นแกรนิต แต่ได้ทดลองไปเรื่อยๆว่าเศษแก้วจะทำเป็นอะไรได้บ้าง เริ่มจากถอดรหัสเป็นโมเสสแก้วสีชิ้นเล็กๆ วัสดุปูผนังห้องน้ำ ได้ดีไซน์สวยถูกใจ ทว่า จดสิทธิบัตรไม่ได้ เพราะมีผู้ประกอบการหลายราย
 
           สุดท้ายในปี 2552จึงมาลงตัวที่ “แกรนิตแก้ว”ผลิตภัณฑ์ปูพื้นที่มีคุณสมบัติคล้ายกระเบื้อง ไม่ปรุงแต่ง หากแต่สีสันลวดลายเกิดจากธรรมชาติของเศษแก้วที่นำมาผลิต ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมใหม่ของวงการวัสดุก่อสร้าง แต่กว่าจะเป็นแกรนิตแก้วรีไซเคิล100%วัฒนยอมรับว่าต้องผ่านกระบวนการทดลองแก้ไขอยู่นานหลายปีและแน่นอนว่าเมื่อประสบผลสำเร็จ เขาจึงจดสิทธิบัตรทางปัญญา เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวของไทยในปีเดียวกันนั้น
 
           ทว่า กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ วัฒน ยอมรับว่าประสบปัญหาอุปสรรคมากมายตั้งแต่ตอนวิจัย เช่นขนาดและสัดส่วนของเม็ดแก้ว ตลอดจนอุณหภูมิที่ไม่ได้สัดส่วน ต่อเมื่อพอมาถึงการผลิตจริง ปัญหายิ่งมีมากเป็นร้อยเท่า อุณหภูมิของเตาไฟฟ้า(ที่วิจัย)ไม่เท่ากับเตาแก๊ส(ที่ผลิตจริง) กำลังอัดของการอัดแผ่นใหญ่ก็เปลี่ยนไป
 
           ด้วย “แกรนิตแก้ว” ล้วนเป็นผลมาจากการใช้นวัตกรรมต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มดังกล่าว ทำให้ในปี 2552 ผลิตภัณฑ์ได้รับรางวัล G upcycle ระดับดีเยี่ยม จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม รางวัลยอดเยี่ยมสาขาวัสดุตกแต่งในงานประกวดศิลปะเครื่องปั้นดินเผาแห่งชาติ ครั้งที่ 17 ปี 2554 อีกทั้ง ผลิตภัณฑ์ ผ่านมาตรฐานสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ด้วย
 
           จากนั้นปีต่อๆมา วัฒนจึงเริ่มทำตลาดในนามแบรนด์ “แก้วสิงห์” ด้วยการเดินสายออกบูธตามงานต่างๆที่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนจัดขึ้น ประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์ทางเฟสบุ๊คนอกจากนั้นก็ใช้วิธีสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ โดยนำแบรนด์“แก้วสิงห์” ไปผูกกับธุรกิจประเภทเเดียวกัน  ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ปูพื้นแกรนิตแก้วได้รับความสนใจในเวลาอันรวดเร็ว โดยเฉพาะต่างชาติ อาทิ ญี่ปุ่น ประเทศแถบยุโรป กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง
 
           โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่น เพราะคนญี่ปุ่นชอบในความเป็นธรรมชาติของลวดลายที่ไม่ปรุงแต่ง อีกทั้งให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดกระทบสิ่งแวดล้อม
 
           “ขณะที่การทำตลาดในบ้านเราช่วงแรกค่อนข้างยาก เพราะคนไทยเรายังยึดติดกับค่านิยมที่ว่าผลิตภัณฑ์เป็นเศษแก้วจากกองขยะซึ่งเป็นผลทำให้การตั้งราคาขายถูกมองว่าแพงเกินจริง” วัฒนแจงทิศทางการตลาด
 
           เหตุนี้ผลิตภัณฑ์ปูพื้นแบรนด์ “แก้วสิงห์” จึงมุ่งส่งตลาดญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในอนาคต โดยที่ผ่านมาจะผลิตส่งครั้งละ 4 หมื่นแผ่น/ตู้รถคอนเทนเนอร์ ในอัตราตารางเมตรละ 3,000 บาท
 
           อย่างไรก็ตาม วัฒนยอมรับว่า ปัจจุบันการทำตลาดในบ้านเราดีขึ้นบ้าง เมื่อผลิตภัณฑ์ได้รับความสนใจจากวงการอสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโดมีเนียม วัดต่างๆ ที่มีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง มีตลาดยุโรปให้ความสนใจตอบรับเป็นอย่างดี หลังเดินสายไปออกบูธงานแพนดอร่าที่ประเทศเดนมาร์กเมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมกันนั้นในเดือนสิงหาคม ปี 2558  มีออกบูธโชว์ผลิตภัณฑ์ ที่เมืองแฟร้งเฟิร์ต ประเทศเยอรมัน และในปี 2559 จะเริ่มส่งออกประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา
 
           สำหรับอนาคตของแบรนด์ "แก้วสิงห์" วัฒนจะไม่หยุดอยู่แค่แกรนิตแก้วเท่านั้น ตอนนี้เขาได้เริ่มโครงการวิจัยผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ขึ้นอีก คืออิฐมวลเบาจากขยะขวดแก้ว ซึ่งจะเข้ามาเป็นทางเลือกตรงกลางระหว่างอิฐบล็อกราคาถูก กับอิฐมวลเบาราคาแพงได้
 
           สุดท้ายไม่ว่าอาชีพไหนๆแวดวงใด วัฒน บอกว่าหากทุกคนชัดเจนในตัวตนและจริงใจกับงานที่ทำ ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นได้เองดัง ”แกรนิตแก้ว” ผลิตภัณฑ์ปูพื้นจากเศษขยะแบรนด์ “แก้วสิงห์” ที่เขาสรรสร้างขึ้นมาหวังจะเป็นทางเลือก สร้างสีสันให้กับวงการวัสดุก่อสร้าง และวงการอสังหาริมทรัพย์ของไทยไม่มากก็น้อย
 
 
ปั้นเศษแก้ว...สู่วัสดุปูพื้น
 
           กว่าจะได้มาซึ่ง "แกรนิตแก้ว" นวัตกรรมใหม่ซึ่งเกิดจากเศษแก้วล้วนๆ วัฒนบอกไม่ใช่เรื่องง่ายผ่านพบปัญหา อุปสรรคมากมาย ทว่า ทั้งหมดก็ผ่านพ้นไปได้ และจบลงที่วัสดุปูพื้นคุณภาพ ใน 5 ขั้นตอน
 
           1.เลือกขวดแก้วและคัดแยกสี ซึ่งขั้นตอนนี้ที่จะทำให้วัสดุปูพื้นมีสีสันที่แตกต่างกัน เช่น สีเขียวคือเศษแก้วขวดไฮเนเก้น สีน้ำตาลขวดกระทิงแดง หรือจะย้อมสีขวดแก้วเป็นสีดำเพื่อให้เหมือนหินแกรนิตจริงๆก็ได้เช่นกัน
 
           2.นำขวดแก้วไปบดให้ละเอียดแล้วคัดแยกขนาดเพื่อให้ได้ผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน
 
           3.หลอมเศษแก้วด้วยความร้อน 400 องศาเซลเซียส
 
           4.อัดรวมกันเป็นแผ่นตามขนาดต่างๆ ที่ขณะนี้สามารถผลิตได้ขนาดใหญ่ 10x10 นิ้ว
 
           5.ขัดผิวหน้าชิ้นงานให้เรียบ นำไปใช้ปูพื้นได้ทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ มีความทนทานเสมือนแกรนิตจากธรรมชาติ
 
 
About Him
 
           วัฒน ทิยพ์วีรนันท์ ในวัย 46 ปี เป็นชาวกรุงเทพฯโดยกำเนิด มีพี่น้อง 3 คน เขาเป็นคนกลาง
 
           จบการศึกษาปริญญาตรี จากสถาบันราชภัฏเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขาวิทยาศาสตรบัณฑิต
 
           ด้วยที่เขามีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ จึงไม่แปลกที่จะชอบงานด้านค้นคว้าทดลองอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ รวมถึงการนำเอาเศษแก้วมาทำเป็นวัสดุปูพื้นในครั้งนี้ด้วย
 
           ปัจจุบัน วัฒน ลุยงาน ในนามห้างหุ้นส่วนจำกัดแก้วสิงห์ ที่ครอบคลุมการจัดส่งเศษแก้วให้กับโรงงานเป่าขวดต่างๆ จัดส่งเศษแก้วบดละเอียดให้กับอุตสาหกรรมเซรามิก (ใช้เคลือบ) ผลิตผลิตภัณฑ์ปูพื้นแกรนิตแก้ว ผลิตอิฐมวลเบาผสมเศษแก้ว
 
           เขายังเดินสายเป็นอาจารย์พิเศษให้กับนิสิตนักศึกษา อาทิ คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน,คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร กทม. และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 
           ทั้งมวลนี้ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ การทำงานแก่น้องๆ ด้วยมุ่งหวัง เขาเหล่านี้จะนำความคิด ความฝัน ร่วมสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆประดับโลกให้มากยิ่งขึ้น