ข่าว

ตร.แปดริ้วจับกัญชาครั้งมโหฬารหนักเกือบ1ตัน

ตร.แปดริ้วจับกัญชาครั้งมโหฬารหนักเกือบ1ตัน

18 มี.ค. 2558

ตำรวจแปดริ้วจับขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติจากฝั่งลาว ครั้งมโหฬารเกือบ 1 ตัน มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท พร้อมยึดทรัพย์สินทั้งขบวนการได้อีกกว่า 10 ล้านบาท

 
           18 มีนาคม 2558 เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช. ภ.2 พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ รอง ผบช. ภ.2 พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผบก. ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.สัมพันธ์ เบญจศิริ รอง ผบก. พ.ต.อ.ธรรมนูญ มั่นคง ผกก.สส. ภ.จว.ฉช. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และฝ่ายทหารจากกองพลทหารราบที่ 11 ได้ร่วมกันนำผู้ต้องหา จำนวน 4 คน พร้อมของกลางเป็นกัญชาอัดแท่ง ขนาดแท่งละ 1 กก. รวม 800 กก. รถยนต์จำนวน 8 คัน ทองคำแท่งน้ำหนักรวม 90 บาท โฉนดที่ดิน จ.อุดรธานี 31 ไร่ มูลค่า 4 ล้านบาท และเงินสดจำนวน 1 ล้านบาท มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ยังบริเวณด้านหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา
 
           โดย พล.ต.ท.ธเนตร์ ได้กล่าวชื่นชมตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่สามารถทำการจับกุมขบวนการผู้ค้ากัญชารายใหญ่ได้ในครั้งนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ได้เคยทำการจับกุมผู้ค้าฝิ่นรายใหญ่ที่สุดในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา มาแล้วจนได้ของกลางรวม 21 กก. มูลค่า 14.7 ล้านบาท พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่าถึง 12.9 ล้านบาท เมื่อช่วงเดือน ก.พ.58 ที่ผ่านมานั้น
 
           นอกจากนั้น ยังสามารถทำการจับกุมกัญชารายใหญ่ได้อีก รวมมูลค่ามากถึง 20 ล้านบาท หากถูกนำไปจำหน่ายปลีก และยังขยายผลทำการจับกุมไปจนถึงตัวผู้ร่วมขบวนการรายใหญ่ได้ทั้งหมด พร้อมยึดทรัพย์สินได้มากถึง 10.9 ล้านบาท
 
           ขณะที่ พล.ต.ต.ธีรพล กล่าวถึงผลการจับกุมในครั้งนี้ว่า การจับกุมขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติรายนี้ ได้เริ่มจากการจับกุมตัวผู้เสพกัญชารายย่อยได้ในพื้นที่ จากนั้น ได้ทำการขยายผลไปจนถึงยังผู้ขาย คือ นายสำราญ มากสมบูรณ์ อายุ 44 ปี ชาว อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ด้วยการล่อซื้อกัญชาน้ำหนัก 1 กก. หลังทำการจับกุมตัวได้ จึงนำตัวไปค้นบ้านพัก ในเขต ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมืองฉะเชิงเทรา และพบของกลางเป็นกัญชาอัดแท่งอีก 52 กก. รวมของกลาง 53 กก.
 
           หลังการสืบสวนขยายผล จนท.ยังทราบด้วยว่า กัญชาที่ถูกนำเข้ามาขายและแพร่ระบาดในพื้นที่แถบภาคตะวันออก และปริมณฑล รวมถึง กทม. นั้น เป็นเครือข่ายที่มาจาก จ.อุบลราชธานี ซึ่งนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้ทำการวางแผนขยายผลเพื่อทำการจับกุมต่อไป จนสามารถทำการจับกุมเครือข่ายนี้ได้ทั้งขบวนการอีก 4 คน คือ นายวินัย แสงกล้า อายุ 40 ปี นายยงยุทธ์ บ้านแสน อายุ 30 ปี นายประพิศ ดุจดา อายุ 35 ปี และนายจำปา มาลุน อายุ 32 ปี พร้อมด้วยกัญชาอัดแท่งอีกจำนวน 747 กก. รวมมูลค่าตามราคาที่รับซื้อมา 6 ล้านบาท
 
           หลังการจับกุมได้ตั้งข้อกล่าวหาต่อ นายสำราญ มากสมบูรณ์ ผู้ต้องหารายแรกที่ได้ทำการสอบสวนดำเนินคดีและยืนคำร้องส่งศาลฝากขังไปแล้วว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ส่วนผู้ต้องหาอีก 4 รายที่เพิ่งจับกุมตัวได้ภายหลัง ได้ตั้งข้อกลาวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
 
           จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 คนนี้ ยังพบข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า ขบวนการดังกล่าวนี้ ได้ทำการขนส่งกัญชามาจากชายแดน จ.อุบลราชธานี เพื่อนำมาส่งขายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และภาคตะวันออกเป็นจำนวนมาก ถึงสัปดาห์ละ 2 เที่ยว โดยจะทำการขนส่งมาครั้งละ 1 ตัน พล.ต.ต.ธีรพล กล่าว