ข่าว

‘ไพบูลย์’คาด31มี.ค.ปมสัดส่วนสตรีได้ข้อสรุป

‘ไพบูลย์’คาด31มี.ค.ปมสัดส่วนสตรีได้ข้อสรุป

18 มี.ค. 2558

‘ไพบูลย์’ คาด 31 มี.ค.ปม ‘สัดส่วนสตรี’ ได้ข้อสรุป ย้ำร่างรธน.ลดอำนาจการเมืองเพิ่มอำนาจปชช. ยอมรับอำนาจกรรมการปรองดองภาค 4 อาจมีลักษณะเหมือน ‘รัฏฐาธิปัตย์’

 
             18 มี.ค.58 นายไพบูลย์ นิติตะวัน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ในขณะนี้มีการพิจารณารายละเอียดของแต่ละมาตราครบถ้วนแล้ว เหลือเพียงประเด็นเดียวที่แขวนอยู่คือ สัดส่วนสตรี ซึ่งคาดว่าภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ น่าจะหาข้อสรุปได้ด้วยการพบกันครึ่งทาง คือหาทางออกทางที่ 3 ขึ้นมาด้วยการพูดคุยตกลงกันได้ โดยไม่น่าจะต้องถึงกับมีการลงมติ และไม่คิดว่าจะเกิดความขัดแย้งในกรรมาธิการฯเหมือนครั้งที่ผ่านมา
 
             นายไพบูลย์ กล่าวว่า เสียงสะท้อนเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้เป็นธรรมชาติดี เพราะการร่างรัฐธรรมนูญผู้ได้รับผลกระทบต้องวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากเป็นกติกาสูงสุดของประเทศ จึงต้องมีทั้งคนได้และเสียประโยชน์ ในฐานะเป็นกรรมาธิการยกร่างฯ เราคุยกันเสมอว่าจะยกร่างด้วยหลักการเพิ่มอำนาจให้ประชาชน มีอำนาจอย่างแท้จริงอย่างเป็นรูปธรรม เป็นหัวใจสำคัญของการยกร่างจึงทำให้เกิดผลกระทบกับผู้เคยมีอำนาจไม่สามารถใช้อำนาจในส่วนนี้ โดยไม่พูดถึงอีกด้าน เช่น กรณีพรรคการเมืองที่คัดค้านว่าทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ แต่ไม่พูดว่า พรรคการเมืองอ่อนแอแต่ประชาชนเข้มแข็งขึ้น
 
             ส่วนที่มีการมองว่า ประเด็นในภาค 4 บททั่วไปที่บัญญัติว่า เนื้อหาในภาคนี้ก่อให้เกิดหน้าที่แก่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) นิติบัญญัติ , ศาล และองค์กรของรัฐทุกหน่วยงาน ทำให้เนื้อหาและองค์กรที่จะเกิดขึ้นตามภาค 4 มีอำนาจเสมือนรัฏฐาธิปัตย์ เพราะอยู่เหนืออำนาจอธิปไตย 3 ฝ่ายนั้น นายไพบูลย์ กล่าวว่า กรรมาธิการฯไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น แต่การตั้งข้อสังเกตถึงอำนาจของคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ ที่ให้ร่างพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษได้ ก็เพราะเกรงว่าหากเปลี่ยนรัฐบาลซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งอาจไม่สำเร็จ ไม่ได้คิดไปถึงขั้นว่าคณะกรรมการปรองดองที่จะเกิดขึ้น จะมีอำนาจในลักษณะรัฎฐาธิปัตย์ อยู่เหนืออำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ฝ่าย
 
             “ผมจะได้นำประเด็นเหล่านี้ไปอภิปรายในที่ประชุม เมื่อมีการทบทวนร่างรัฐธรรมนูญหลังจากที่ ครม. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) , สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอคำแปรญัตติมาแล้ว โดยกรรมาธิการฯเห็นว่าที่มาของคณะกรรมการปรองดอง ต้องมากับส่วนที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายที่ขัดแย้งสองฝ่ายจะมาจากการเมืองโดยภาพรวมฝ่ายการเมือง ก็จะเป็นเสียงส่วนใหญ่ของคณะกรรมการชุดนี้ เจตนาของเราคือให้คู่ขัดแย้งที่คุยกันไม่ได้มาคุยกัน โดยมีคนกลางไกล่เกลี่ย เหมือนระบบอนุญาโตตุลาการเท่านั้น ไม่ได้คิดไปถึงขั้นให้อำนาจคณะกรรมการปรองดองฯอยู่เหนืออำนาจอื่น เช่น การเสนอพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษได้ ก็เพราะต้องการให้มีผลในทางปฏิบัติเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งได้เลย โดยไม่ไปติดขัดที่ขั้นตอนของฝ่ายการเมือง ที่มีอำนาจในขณะนั้น ซึ่งอาจจะเป็นคู่ขัดแย้งก็ได้” นายไพบูลย์ กล่าว
 
             นายไพบูลย์ กล่าวถึงประเด็นที่ให้เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ พิจารณาอภัยโทษผู้ที่ให้ความจริงที่เป็นประโยชน์ หรือ สำนึกผิดต่อกรรมการ ว่า หากเห็นว่าเป็นอำนาจที่กว้างเกินไป ก็สามารถที่จะทบทวนในเรื่องดังกล่าวได้ รวมถึงกรณีที่มีการบัญญัติระบุอำนาจให้ รวบรวมข้อเท็จจริง และทำรายงานเกี่ยวกับความขัดแย้ง การละเมิดกฎหมายการละเมิดสิทธิมนุษยชน และผู้ที่เกี่ยวข้องที่เป็นผู้กระทำ ทั้งนี้การเปิดเผยชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องหรือข้อมูลอื่น ที่ทำให้ทราบได้ว่าเป็นผู้ใดไม่ได้ เว้นแต่จะเปิดเผยตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กฎหมายบัญญัตินั้น กรรมาธิการฯมีเจตนาเพียงแค่ต้องการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่ปิดบังความจริงจากผลที่รวบรวมข้อเท็จจริงได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถดูเนื้อหาให้ละเอียดรอบคอบอีกครั้งได้
 
 
‘ไพบูลย์’ เผย กก.ปรองดอง ชุด ‘อเนก’ เร่งปล่อยนักโทษการเมือง รวมคดีอาญา
 
 
             นายไพบูลย์ นิติตะวัน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่จะนิรโทษกรรมให้กับประชาชนที่มาชุมนุมแล้วทำผิดคดีอาญา ซึ่งในปัจจุบัน มีผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กรณีบุกเอ็นบีที 80 กว่าคน และคดีอื่นๆ รวมกว่า 400 คน ส่วนกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มีเกือบพันคน ขณะที่กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ซึ่งถูกดำเนินคดีอาญาก็มีเป็นร้อย ซึ่งตนเห็นว่าคนเหล่านี้เข้าข่ายที่จะนิรโทษกรรมให้ได้ เว้นคดีอาญาที่ทำให้ถึงแก่ชีวิต เผา ทุจริตคอร์รัปชั่น หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สิ่งเหล่านี้นิรโทษกรรมไม่ได้
 
             “แม้แต่คดีก่อการร้ายผมก็คิดว่าอยู่ในข่ายที่จะนิรโทษกรรมได้ เพราะพันธมิตรก็โดน , กปปส.ก็โดนข้อหากบฏ ซึ่งหากจะดำเนินการก็ต้องทำให้กับทุกฝ่าย โดยคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธานกำลังจะทำข้อเสนอแนะไปที่รัฐบาลปัจจุบันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการเรื่องการอำนวยความยุติธรรมในประเด็นเหล่านี้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีคณะกรรม การปรองดองแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นก่อน เว้นแต่จะทำไม่เสร็จ” นายไพบูลย์ กล่าว
 
             นายไพบูลย์ กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่มีการเยียวยาผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส.และการค้นหาความจริงอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาล ที่ผู้ได้รับผลกระทบสามารถเรียกร้องให้รัฐบาล ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาค้นหาความจริงได้ แต่โดยส่วนตัวแล้วยังพอใจกับการติดตามจับกุมคนร้าย ที่ก่อเหตุในช่วงการชุมนุมได้ ซึ่งก็เชื่อมโยงกับการก่อเหตุร้ายในขณะนี้ด้วย เพียงแต่ยังไม่มีการจัดทำอย่างเป็นระบบเท่านั้น