ข่าว

‘วินธัย’จวก‘ฮิวแมนไรท์วอทช์’บิดเบือน-อคติ

‘วินธัย’จวก‘ฮิวแมนไรท์วอทช์’บิดเบือน-อคติ

18 มี.ค. 2558

‘โฆษกคสช.’ จวก ‘ฮิวแมนไรท์วอทช์’ บิดเบือน-ให้ข้อมูลเชิงอคติ ยันรัฐไม่ได้มอง ‘ผู้เห็นต่าง’ เป็นศัตรู พร้อมเปิดช่องทางให้แสดงความเห็น ย้ำศาลทหารมีอิสระ-เป็นกลาง

 
          18 มี.ค.58 พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกและโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียของฮิวแมนไรท์วอทช์ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ที่เห็นต่างว่า ถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน โดยภาครัฐไม่ได้จ้องจับผู้เห็นต่างอย่างแน่นอน ซึ่งการดำเนินการเป็นการบังคับใช้กฎหมายเท่าที่จำเป็นต่อผู้ที่ทำผิดกฎหมายเท่านั้นไม่อยากให้มีการไปบิดเบือน สังคมจะสงบสุขได้คนในสังคมต้องเคารพกฎกติกา ทั้งนี้ภาครัฐเข้าใจผู้เห็นต่างมาตลอดและไม่ได้มองเป็นศัตรูหรือฝ่ายตรงข้าม
 
          “ยืนยันว่า รัฐบาลและ คสช.จัดช่องทางสำหรับให้คนเห็นต่างได้แสดงออกหลากหลาย ด้วยการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจำนวนหลายพันจุดทั่วประเทศ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากตรงนี้จะมีรูปแบบที่เป็นระบบ รวมถึงจะมีผลตอบสนองไปตามความต้องการไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องดังกล่าวทาง ฮิวแมนไรท์วอทช์ ไม่เคยพูดถึงเลย ทั้งนี้ การมองจากภายนอกอาจต้องศึกษาให้ลึกและรอบด้าน ที่สำคัญไม่ควรให้ความเห็นตามกระแสด้วยมุมมองเชิงอคติ เชื่อมั่นว่าต่างประเทศมีความเข้าใจถึงบริบทความแตกต่างของประเทศไทย โดยเฉพาะขณะนี้ยังมีความพยายามเคลื่อนไหว ในลักษณะแอบแฝงซ่อนเร้นความต้องการที่แท้จริง เพื่อหลอกล่อให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ที่จะสามารถหยิบไปเป็นประเด็นขยายผลกดดันโจมตี” พ.อ.วินธัย กล่าว
 
          พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า สำหรับข้อเรียกร้องไม่ให้พลเรือนขึ้นศาลทหารนั้น ขอชี้แจงว่าในการดำเนินคดีกับพลเรือนที่ทำความผิดและ
 
          ต้องขึ้นศาลทหารมี 2-3 ฐานความผิดเท่านั้น แบ่งเป็น คดีที่ไม่รุนแรง เช่น การห้ามชุมนุมที่ขัดกับประกาศ คสช. เนื่องการชุมนุมที่ผ่านมาเป็นสาเหตุทำให้คนละเมิดสิทธิ์กันอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดความสูญเสีย ส่วนคดีที่รุนแรง เช่น คดีที่เกี่ยวกับความมั่นคง จนก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในช่วงที่ผ่านมา
 
          “คนที่ทำความผิดในลักษณะเช่นนี้ จะถูกระบุให้อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลทหาร โดยที่ผ่านมา ทาง คสช.ได้เคยแจ้งไว้เป็นประกาศเพื่อให้สังคมได้รับทราบอย่างเปิดเผย ขออย่าบิดเบือนในลักษณะเหมารวม ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวถูกเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมืองที่อยู่ในภาวะไม่ปกติ จุดประสงค์เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพ สามารถยับยั้งคนที่มีเจตนาไม่ดี ไปละเมิดสิทธิ์ผู้อื่นด้วยการใช้ความรุนแรงได้ และเชื่อว่าเป็นการบริหารบ้านเมืองในช่วงไม่ปกติที่ไม่ต่างจากสากลทั่วไป”พ.อ.วินธัย กล่าว
 
          พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า สำหรับความกังวลในเรื่องความยุติธรรม ความเป็นกลาง และความเป็นอิสระในการพิจารณาคดี ของศาลทหารนั้น จากประวัติการพิจารณาคดีของศาลทหารในอดีตที่ผ่านมา ก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามกระบวนการยุติธรรม สำหรับผลการพิจารณาคดี ก็ไม่เคยปรากฏพบข้อกังขาใดๆ จึงมองว่า จ้อเรียกร้องไม่ให้พลเมืองขึ้นศาลทหาร น่าจะเป็นมุมมองเดิมๆ ที่ล้าสมัย และไม่เข้าใจระบบกระบวนการยุติธรรมของศาลทหาร ที่สำคัญยังไม่ได้มีข้อพิสูจน์อะไรในเชิงจับต้องได้ว่าการพิจารณาคดีจากศาลทหารไม่มีความยุติธรรม นอกจากจะใช้ความรู้สึกจินตนาการไปเอง โดยที่ไม่มีเหตุผลที่เป็นรูปธรรม จึงขอให้ศึกษา สังเกตการณ์ ดูวิธีการการดำเนินการของศาลทหารก่อน ไม่ใช่ให้ข้อมูลไปโดยไม่มีข้อเท็จจริงอะไร ทำให้สังคมสับสน และอาจถูกมองว่า เหมือนไปก้าวล่วงทางด้านสิทธิความเชื่อมั่นต่อการทำหน้าที่ของศาลทหารได้
 
          พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ขอยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่พบว่า รัฐมีการละเมิดสิทธิ์ของประชาชน ในผลลัพธ์ที่เห็นเชิงประจักษ์ ส่วนใหญ่เป็นเพียงข้ออ้างที่มักถูกหยิบยกมากล่าวเพียงให้เกิดประเด็นให้สังคมสนใจตามกระแสเท่านั้น