ข่าว

นักท่องเที่ยวจีนบุก‘ปาเลา’ชาวเกาะไม่ปลื้ม

นักท่องเที่ยวจีนบุก‘ปาเลา’ชาวเกาะไม่ปลื้ม

18 มี.ค. 2558

‘ปาเลา’สวรรค์ของนักดำน้ำดูปะการัง-ชมความบริสุทธิ์ของธรรมชาติทะเลอันดับต้นๆของโลกแต่ไม่ใช่ทุกคนจะปลาบปลื้มกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นและเหตุใดนนท.จีนจึงมากมายขนาดนี้

 
          สวรรค์ของนักดำน้ำดูปะการังและชมความบริสุทธิ์ผุดผ่องของธรรมชาติทะเลอันดับต้นๆ ของโลกอย่าง ปาเลา หรือชื่อทางการ สาธารณรัฐปาเลา ส่วนหนึ่งของหมู่เกาะไมโครนีเซีย ในมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นอีกดินแดนที่นักท่องเที่ยวมากกำลังซื้อจากแดนมังกร แห่แหนกันไปอย่างผิดหูผิดตาในชั่วเวลาไม่นาน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ปลาบปลื้มดีใจกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น และสงสัยว่าเหตุใด นักท่องเที่ยวจีนจึงมากมายขนาดนี้ 
 
          เดิม นักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่สุดในปาเลาเป็นชาวญี่ปุ่น รองลงไปเป็นไต้หวันและเกาหลีใต้ 
 
          ตลอดทั้งปี 2557 ปาเลา ต้อนรับนักท่องเที่ยว 1.41 แสนคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 34% ส่วนมากเป็นเพราะจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีน 
 
          ในปีนี้ เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์เดือนเดียว นักท่องเที่ยวจีนพุ่งพรวด 500% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 10,955 คน มากกว่าครึ่งของประชากรทั้งเกาะที่มีอยู่ราว 2 หมื่นคน และมีสัดส่วนเกือบ 62% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด
 
          เอเอฟพี สัมภาษณ์นักธุรกิจคนหนึ่งเป็นเจ้าของบริษัทไอทีจากเมืองเฉิงตู ในมณฑลเสฉวน ที่กล่าวว่าคงเป็นเพราะเพื่อนร่วมชาติมีอันจะกินมากขึ้นของเขา ต้องการมองหาแหล่งท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ แหวกแนวเดิมอย่างการท่องเที่ยวแบบแพ็กเกจทัวร์ อย่างตัวเขาเองและครอบครัว เริ่มต้นเดินทางครั้งแรกด้วยการไปเที่ยวเกาะไห่หนาน หรือไหหลำ เกาะของจีนในทะเลจีนใต้ ที่ปัจุบันกำลังพัฒนาโรงแรมที่พักขนานใหญ่ จากนั้น เดินทางเที่ยวประเทศไทย และออกไปยังมัลดีฟส์ 
 
          นักท่องเที่ยว วัย 46 ปีรายนี้ กล่าวว่า ปะการังที่ปาเลา สวยงามกว่าที่เกาะไห่หนานมาก  
 
          ด้าน เจี่ย อี้ซิน สาววัย 30 ปีจากนครเซี่ยงไฮ้ เล่าว่า เธอซื้่อทัวร์ปาเลา 6 วันทางอินเทอร์เน็ต โดยจ่ายค่าเดินทางกว่า 6 หมื่นบาทโดยไม่ลังเล ที่นี่เหมือนกับสวรรค์ ผู้คนเคารพสิ่งแวดล้อม ขณะที่เซี่ยงไฮ้ อากาศเป็นมลพิษมาก 
 
          ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนต่างพูดถึงประสบการณ์อันน่าประทับใจในปาเลา กลับกัน ตามถนนหนทางในเมืองโครอร์ เมืองใหญ่และเมืองหลวงเก่าของปาเลา มีเสียงบ่นว่า ชาวจีนเสียงดังและไม่เคารพสภาพแวดล้อม อย่างคนขับรถแท็กซี่คนหนึ่งบ่นว่านักท่องเที่ยวจีนทำลายปะการังและทิ้งขยะลงทะเล 
 
          และเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวของจีนรายหนึ่งชื่อ เยลโลว์ สกิน สร้างความไม่พอใจอย่างมากหลังทำใบปลิวโฆษณาโดยใช้ภาพถ่ายของนักท่องเที่ยวจีนฉีกยิ้มกว้างขณะอุ้มเต่าขึ้นมาจากน้ำ ชาวบ้านยังโทษนักท่องเที่ยวจีนว่าเป็นต้นเหตุทำให้แมงกะพรุนที่ทะเลสาบแมงกะพรุนตาย         
 
          ปาเลา เป็นแหล่งรวมของนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม คือราว 70% ไปที่นั่นเพื่อสัมผัสประสบการณ์ดำน้ำชมปะการังที่ยังคงความเป็นธรรมชาติดั้งเดิม จึงเป็นความแปลกตาอีกอย่างที่นักท่องเที่ยวลูกใหม่จากจีน ส่วนใหญ่สนใจพักผ่อนหย่อนใจบนชายหาดมากกว่า และนักท่องเที่ยวสวมแจ็กเก็ตส้ม ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดบนเรือสปีดโบ๊ทท่องทะเลสาบ "มิลกี้ เวย์" เป็นภาพที่ไม่คุ้นตาสำหรับชาวบ้านหากย้อนเวลากลับไปไม่กี่เดือนก่อน
 
          แม้รายได้จากการท่องเที่ยว คิดเป็น 85% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี )ของปาเลา และขณะที่ใครๆ ก็ต้องการส่วนแบ่งตลาดนักท่องเที่ยวจีน ที่มีตัวเลขใช้จ่ายต่างแดน 1.63 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่แล้ว แต่รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาในอัตรารวดเร็วเช่นนี้ กำลังสร้างความวิตกถึงผลเสียหายระยะยาว 
 
          นาเน ซิงเกียว ผู้อำนวยการท่องเที่ยวปาเลา กล่าวว่า กำลังพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์กับการทะลักเข้ามาของนักท่องเที่ยว และด้วยขนาดที่สร้างแรงกดดันอย่างมาก “เราไม่เคยประสบสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน เราเป็นประเทศเล็กๆ ไม่มีทรัพยากรมากนัก การเพิ่มขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน เป็นสิ่งท้าทายที่เราไม่รู้จัก”                 
 
          รัฐบาลปาเลากำลังสำรวจหนทางชะลอคลื่นนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยจะเริ่มลดเที่ยวบินเหมาลำจากจีนลงครึ่งหนึ่งในเดือนหน้า 
 
          ประธานาธิบดีทอมมี เรเมงเกเซาแห่งปาเลา ยืนยันว่า การทำเช่นนี้มิได้มีเจตนาเลือกปฏิบัติชาติใดชาติหนึ่ง แต่เพื่อป้องกันการท่องเที่ยวพึ่งพาตลาดเดียวจนมากเกินไป ขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามอย่างน่าคิดว่า “เราอยากควบคุมการเติบโต หรือเราอยากให้การเติบโตมาควบคุมเรา”
 
          ประธานาธิบดีปาเลา กล่าวว่า ในฐานะผู้นำ หากปล่อยให้แนวโน้มนี้ดำเนินต่อไปจะถือว่าไม่รับผิดชอบ “ผมไม่ได้มองแค่ปัจจุบัน แต่ในฐานะผู้นำ ผมต้องมองถึงวันข้างหน้าด้วย”
 
          แต่หากไปถามโรงแรม ร้านอาหารและมัคคุเทศก์ในปาเลา ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นักท่องเที่ยวจากจีนจะยังแห่กันมาอยู่ดี และยอดจองที่พักบางโรงแรมหลายเดือนข้างหน้าก็เต็มหมดแล้ว
 
.......................................
(หมายเหตุ ตีพิมพ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันอังคารที่ 17 มีนาคม2558)