ข่าว

‘สุวพันธุ์’แจงเบิกจ่ายงบฯกระเตื้องหนุนศก.เดินหน้า

‘สุวพันธุ์’แจงเบิกจ่ายงบฯกระเตื้องหนุนศก.เดินหน้า

18 มี.ค. 2558

‘สุวพันธุ์’ เผยเบิกจ่ายงบฯกระเตื้อง หนุนศก.เดินหน้า มั่นใจรับมือภัยแล้งได้ ย้ำเร่งแก้ปัญหาหมอกควัน หลังกระทบภาคธุรกิจอื่น

 
           18 มี.ค.58 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล (กขร.) ครั้งที่ 3/2558 โดยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายสุวพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ว่าการประชุมวันนี้ได้หารือ 3 ประเด็น คือ 1.การติดตามรายงานผลการดำเนินงานในรอบเดือนที่ผ่านมา 2.การจัดทำกรอบการรายงานผลงานครบรอบ 6 เดือนของรัฐบาล โดยคาดว่าในช่วงเดือนเมษายนจะสามารถแถลงผลงานรัฐบาลได้ และ 3.เรื่องการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญบางเรื่องซึ่งยังหารือค้างอยู่
  
           นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐนั้น ได้รับการยืนยันว่าปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งคาดว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ และได้กำหนดมาตรการเบิกจ่ายเงินไปแล้ว โครงการใดที่ได้รับการอนุมัติและสามารถเบิกจ่ายเงินลงไปได้ ใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน ส่วนการหารือเรื่องการดำเนินงานที่สำคัญบางโครงการ เช่น การช่วยเหลือปัญหาภัยแล้ง ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ทำร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และกอ.รมน. ในเรื่องของการเพิ่มพูนรายได้นั้น ขณะนี้มีความคืบหน้า โดยมีแผนงาน โครงการ ของระดับตำบลที่ได้เสนอมา ประมาณ 98 เปอร์เซนต์ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการเป็นรายโครงการ คาดว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้
  
           นายสุวพันธุ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ได้รับการยืนยันว่าภัยแล้งที่เกิดขึ้นซ้ำซากใน 31 จังหวัด หรือที่มีการประกาศภัยแล้งลงไปในระดับหมู่บ้านกว่า 6,000 หมู่บ้านนั้น การช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะลงไปช่วยเหลือในพื้นฐานข้อมูลในพื้นที่ระดับหมู่บ้าน โดยแนวโน้มคาดว่าจะสามารถรับมือได้ โดยได้รับการยืนยันจากทุกกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นการขุดเจาะน้ำบาดาล การตั้งศูนย์รับปัญหา การช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถประกอบอาชีพได้ระหว่างประสบภัยแล้ง
 
 
‘สุวพันธุ์’ เผยเร่งกระตุ้นส่งออก
 
 
           นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการกระตุ้นในเรื่องของการส่งออก ซึ่งมีการชะลอตัวลง โดยทางกระทรวงพาณิชย์ได้รายงานขั้นต้นว่า มาตรการหลักคือการรณรงค์ตลาดในการส่งออกเพิ่มมากขึ้น ทั้งตลาดหลักที่มีอยู่เดิมของสหภาพยุโรป (อียู) หรือตลาดศักยภาพ หรือตลาดใหม่ๆ รวมทั้งการให้ธุรกิจขนาดใหญ่ได้เป็นพี่เลี้ยงกับผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) และการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น
 
           เมื่อถามว่า ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือได้รับการรายงานหรือไม่ ว่ามีการยกเลิกกรุ๊ปทัวร์จากต่างประเทศ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า พล.อ.ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุมครม.รับทราบเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ถึงมาตรการแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งรัฐบาลก็เร่งรัดให้ความช่วยเหลือในหลายมาตรการด้วยกัน เช่น การบังคับใช้กฎหมายกับผู้เผา การดำเนินการทำฝนหลวง การเอาน้ำเข้าไปช่วยในพื้นที่ รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้เข้าไปดูแลมากขึ้น นอกจากนั้นยังได้รับความร่วมมือจากกองทัพบกและกองทัพอากาศเพิ่มมากขึ้น ตนมองว่าจะต้องทำให้ปัญหาดังกล่าวลดลงโดยเร็ว เพราะกระทบต่อภาคธุรกิจต่างๆ
  
           เมื่อถามว่า การติดตามนโยบายซึ่งประชุมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วมีนโยบายใดต้องเร่งแก้ไขเพื่อเป็นไปตามเป้าหมาย นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่างานที่รัฐบาลทำมีหลายส่วนด้วยกัน ซึ่งส่วนที่ตนทำเป็นหลักคือ นโยบายหลัก 11 ด้านของรัฐบาลซึ่งมีข้อสั่งการเพิ่มเติมของนายกรัฐมนตรีและนโยบายที่รัฐบาลออกมา เช่น ข้อริเริ่มใหม่ๆ อย่างในครั้งนี้มีการพูดถึงตลาดชุมชน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยรายงานว่า มีตลาดชุมชนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกว่า 2,000 ตลาด กระทรวงเกษตรฯก็เช่นเดียวกัน ซึ่งนโยบายตลาดชุมชนก็ถือเป็นนโยบายหลัก เช่นเดียวกับนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจเป็นการเฉพาะ ขณะเดียวกัน การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่กระทรวงพาณิชย์กำลังดำเนินการก็เป็นเรื่องสำคัญ
 
 
แถลงผลงานรอบ 6 เดือนรัฐบาล ต้นเม.ย.นี้
 
 
           นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ในการแถลงผลงานในรอบ 6 เดือนของรัฐบาลนั้นอยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยจะให้ทุกหน่วยงานส่งผลงานมายัง กขร. ภายในวันที่ 20 มี.ค.นี้ และจะดำเนินการเรียบเรียงเพื่อจัดแถลงในช่วงต้นเดือนเม.ย. ส่วนรูปแบบจะเป็นเหมือนครั้งที่ผ่านมาหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ ขณะเดียวกันการติดตามผลงานของคสช.นั้น จะเป็นลักษณะการลงพื้นที่ไปช่วยแก้ปัญหา ทั้งนี้การขับเคลื่อนเป็นหน้าที่ของทั้งรัฐบาลและคสช. ซึ่งรัฐบาลอาจมีหลายหน่วยงานขับเคลื่อนที่ดำเนินงานแยกกัน ซึ่งคสช.จะดูในเรื่องปัญหา อุปสรรคและข้อขัดข้อง เช่น การขับเคลื่อนเรื่องภัยแล้ง หรือหมอกควัน หากกำลังคนไม่พอหรืออุปกรณ์ที่จำเป็น คสช.ก็จะเข้ามาช่วย และจะสั่งการได้ว่าจะลงไปช่วยในส่วนใด