ข่าว

‘บวรศักดิ์’ส่ง2ประเด็นปฏิรูปให้‘สปช.’ช่วยดำเนินการ

‘บวรศักดิ์’ส่ง2ประเด็นปฏิรูปให้‘สปช.’ช่วยดำเนินการ

18 มี.ค. 2558

"โฆษก กมธ.ยกร่างรธน." เผย "บวรศักดิ์" ส่ง 2 ประเด็นปฏิรูป ให้ "สปช." ช่วยดำเนินการ

 
 
          วันที่ 18 มี.ค.58 น.ส.สุภัทรา นาคะผิว โฆษก คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ลงนามในหนังสือถึงนายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อขอให้พิจารณา 2 ประเด็นการปฏิรูปที่เป็นผลจากการหารือกันของที่ประชุม กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ระหว่างที่ได้พิจารณาบทบัญญัติเป็นรายมาตรา

          ได้แก่ 1.การปฏิรูปเรื่องยาเสพติด จากสภาพปัญหาที่พบว่า การปราบปรามการค้าเสพติดที่ไม่มีกลไก ยุทธศาสตร์ หรือมาตรการในการดำเนินการให้ลดลงอย่างเห็นผลเป็นรูปธรรม และยังพบการขยายเส้นทางขนส่งยา โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน นอกจากนั้นแล้วยังพบว่าผู้ที่ถูกคุมขังด้วยประเด็นยาเสพติด ทั้ง ผู้ค้า, ผู้เสพ ปัจจุบันมีเพิ่มเป็นกว่า 2 ล้านราย ขณะที่ผู้เสพยานั้นตามหลักการสากลจะใช้กระบวนการทางสาธารณสุขเป็นผู้ดูแลแทนกระบวนการทางกฎหมาย เพราะถือว่าผู้เสพคือผู้ป่วย

          ดังนั้น เพื่อเป็นการปฏิรูปและลดปัญหาจากยาเสพติดจึงเห็นว่า สปช. ควรจะนำกลับไปพิจารณา เพื่อกำหนดมาตรการ กลไกในการดำเนินการปราบปราม และลดปัญหาดังกล่าวให้ได้ โดยนำผลการศึกษาทั้งในและต่างประเทศมาร่วมกันพิจารณา ในเบื้องต้นอาจมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดคำนิยามของผู้เสพหรือติดยาเสพติดว่าเป็นผู้ป่วน แทนกำหนดว่าเป็นผู้ที่ต้องได้รับการลงโทษ เพื่อให้ผู้ที่ถูกดำเนินคดีไม่ต้องตกอยู่ในสภาพผู้พิการทางสังคม ที่มีการบันทึกประวัติอาชญากร ซึ่งเป็นอุปสรรคของการใช้ชีวิตในสังคม

          และ 2.การปฏิรูปหลักสูตรขององค์กรที่มีหน้าที่ดูแล กำกับ และตรวจสอบ ที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นกระบวนการของการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบ และผู้ที่ถูกตรวจสอบ ทำให้หลายครั้งถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นมาตรฐานในการทำงาน ทั้งนี้ยอมรับการกำหนดหลักสูตรบางเรื่อง เช่น การส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่ดี แต่ควรเป็นหน้าที่ขององค์กรหรือสถาบันทางวิชาการที่เป็นผู้ดำเนินการจะเหมาะสมกว่า
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประเด็นการปฏิรูปเรื่องยาเสพติด เป็นประเด็นที่พิจารณาในชั้นยกร่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ในมาตราที่ว่าด้วยการปฏิรูปด้านสังคม ซึ่งเป็นบทบัญญัติใน (6) ที่กำหนดว่า ประเด็นเรื่องการปฏิรูปกฎหมายและแนวทางหลักการและแนวคิดในการป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาด และการส่งผ่านยาเสพติด โดยต้องลดทั้งอุปสงค์ และอุปทานในประเทศ การปรับให้ผู้เสพเป็นผู้ป่วยอย่างแท้จริง โดยใช้มาตรการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด มการพัฒนาระบบการบำบัด รักษา ฟื้นฟู ผู้ใช้และผู้ติดยาเสพติดที่เหมาะสมตามสภาพความเจ็บป่วย สนับสนนุให้ชุมชนมีความสามารถในการจัดการปัญหายาเสพติด และมีส่วนร่วมในการบำบัด ฟื้นฟู ดูแล ผู้ใช้และผู้ติดยาเสพติดในชุมชน และการบูรณาการองค์กรภาครัฐในการสนับสนุน ขณะที่ประเด็นการปฏิรูปการกำหนดหลักสูตรการศึกษาอบรมขององค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบนั้นเป็นข้อเสนอของ นางถวิลวดี บุรีกุล กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่เสนอให้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เนื่องจากพบปัญหาการขาดมาตรฐานของการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างผู้มีส่วนได้เสีย และเจ้าหน้าที่ในองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) , องค์กรศาล เป็นต้น