ข่าว

'ผู้ตรวจการแผ่นดิน' ล้างภาพเสือกระดาษ

'ผู้ตรวจการแผ่นดิน' ล้างภาพเสือกระดาษ

18 มี.ค. 2558

'ผู้ตรวจการแผ่นดิน' ล้างภาพเสือกระดาษ เล็งเพิ่มประสิทธิภาพ-ตอบสนองประชาชน : โดย...ทีมข่าวความมั่นคง

 
                         "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ถือเป็นองค์กรอิสระในลำดับต้นๆ ที่มีข่าวว่าจะถูกยุบภายหลังรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วเสร็จ เพราะถูกมองว่าไม่มีความจำเป็น และไม่มีอำนาจในการชี้ขาดเรื่องต่างๆ จนถูกเย้ยหยันว่าเป็น "เสือกระดาษ" ที่เสนอแนะได้แต่เฉพาะข้อคิดเห็น แต่ไม่มีอำนาจทางกฎหมายที่จะไปสั่งใครให้ปฏิบัติตามได้
 
                         ประเด็นร้อนนี้ แม้แต่ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ยอมรับว่า เรื่องการปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างของผู้ตรวจการแผ่นดินในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังเป็นวาระที่จะต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไป
 
                         โดยเฉพาะประเด็นการ "ยุบรวม" 2 องค์กรอิสระ คือ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็น "ผู้ตรวจการแผ่นดิน และพิทักษ์สิทธิประชาชน" เพื่อให้การทำงานมีความชัดเจน และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของผู้คน และกระทบต่อขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 องค์กรเป็นอย่างมาก
 
                         อย่างไรก็ตาม เขาจะไม่ยอมนิ่งเฉยให้องค์กรถูกยุบลงง่ายๆ โดย พล.อ.วิทวัส ซึ่งก้าวลงจากตำแหน่งรักษาราชการปลัดกระทรวงกลาโหมมาสวมหัวโขนใหม่ในฐานะผู้ตรวจการแผ่นดิน ระบุว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีการศึกษา และส่งความคิดเห็นไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อทำให้องค์กรสามารถทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ และตอบสนองผลประโยชน์ของชาติให้มากขึ้น  
 
                         สำหรับประเด็นที่เสนอให้มีการยุบรวมผู้ตรวจการแผ่นดินผนวกกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เขามองว่า หากไม่ได้รวมกันทางผู้ตรวจการแผ่นดินก็ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ แต่ถ้ามายุบรวมกันก็เหมือนกับมาเริ่มต้นปรับองค์กรใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะในเรื่องสถานะของเจ้าหน้าที่ที่ถนัดในเรื่องเนื้อหา และวิธีการทำงานที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งการไม่ยุบรวมกันคงจะดีกว่า
 
                         “ผมได้ให้ความคิดเห็นไปว่า ถ้าคิดจะรวมอย่าไปคิดแบบบัญญัติไตรยางค์ว่า เอาหน้าที่ทางโน้น 5 อย่าง ทางนี้อีก 6 อย่าง รวมเป็น 11 อย่าง ซึ่งมันไม่ใช่ เช่น ไปร่างมาว่าผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิประชาชนรวมเป็น 11 คน ซึ่งผมมองว่ามันมากเกินไป เพราะขนาดศาลรัฐธรรมนูญที่มีการพิจารณาเรื่องราวใหญ่ๆ มากมายยังมีเพียง 9 คนเท่านั้น"
 
                         พล.อ.วิทวัส ระบุว่า ได้เสนอไปว่า เฉพาะผู้ตรวจการแผ่นดินมีเพียง 5 คน ก็พอแล้ว และไปแบ่งงานกันทำตามความรับผิดชอบ เมื่อคนทำงานไม่มากก็สามารถไปจัดกลุ่มภารกิจได้ง่ายกว่า แต่ถ้าเราไปตั้งเป็น 11 คนจะทำให้เกิดความยุ่งยากขึ้น
 
                         กรณีการปรับปรุงโครงสร้างอีกประเด็นที่เขามองว่า ไม่น่าจะเหมาะสมคือชื่อองค์กรใหม่ที่ "ยาว" เกินไป ซึ่งปกตินิสัยคนไทยไม่ค่อยชอบเรียกชื่ออะไรยาวๆ และชื่อเดิมคือ ผู้ตรวจการแผ่นดิน คนก็รู้แล้วว่ามีหน้าที่อะไร 
 
                         "อย่างกรณีการปรับโครงสร้างกระทรวงกลาโหม ที่มีการเปลี่ยนชื่อจาก กองบัญชาการทหารสูงสุด เป็น กองบัญชาการกองทัพไทย แต่เราไม่ได้เปลี่ยนชื่อผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพราะคำนึงถึงเรื่องความคุ้นเคยกับชื่อดังกล่าว จึงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง" พล.อ.วิทวัส ยกตัวอย่างจากเรื่องใกล้ตัวในกองทัพ
 
                         ด้านข้อเสนอเรื่องการเยียวยาผู้ชุมนุมทางการเมือง ทั้งกลุ่ม นปช. และกลุ่ม กปปส. จำนวน 7.5 ล้านบาท พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องไปดูเป็นรายกรณีกันไป เพราะการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้นหลายเหตุการณ์หลายวาระ ซึ่งเทียบเคียงกันไม่ได้ และบางกรณีก็อาจจะต้องตัดสิทธิ์ โดยเราจะต้องทำการศึกษา เพราะบริบทของแต่ละเหตุการณ์มีความแตกต่างกัน
 
                         พล.อ.วิทวัส กล่าวถึงภารกิจหลักของผู้ตรวจการแผ่นดินในปัจจุบัน มี 2 เรื่องใหญ่ต้องเข้าไปตรวจสอบ คือ 1.คดีพระธัมมชโย ที่พระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ เข้ามาร้องเรียน และ 2.คดียักยอกเงินของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ซึ่งทั้ง 2 คดีมีข้อมูลเยอะมาก ดังนั้นการพิจารณาคงต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรเพื่อความรอบคอบ
 
                         "เรายังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้ แต่จะพยายามเร่งรัดให้ดีที่สุด และจะต้องระมัดระวังในการสอบสวน ต้องฟังข้อมูลรอบด้าน โดยคดีพระธัมมชโยจะต้องเริ่มสอบสวนตั้งแต่เริ่มต้น ยืนยันว่า การทำงานไม่มีแรงกดดันอะไร เพราะในการทำงานจะดูว่า ข้อมูลที่ได้รับมีความครบถ้วน และมีเหตุมีผลหรือไม่"
 
                         ส่วนประเด็นเกี่ยวกับพระวินัย พล.อ.วิทวัส ระบุว่า เป็นเรื่องของมหาเถรสมาคม ซึ่งหากเทียบกับฆราวาสก็เหมือนกับ "คณะกรรมการจริยธรรม" ตามหน่วยราชการต่างๆ ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และไม่อยากให้วิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย เพราะอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งในหมู่คณะสงฆ์
 
                         ขณะที่กรณีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตั้งลูกเมียและเครือญาติ เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวนั้น พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า สนช.มีการขยับบ้างแล้ว โดยมีการประชุมกวดขัน และมีการแก้ไขไปในตัวของเขาเอง ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับวุฒิภาวะที่จะต้องพิจารณาว่า อันไหนถูกอันไหนไม่ถูก คงไม่มีใครมาร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน
 
                         สำหรับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เขามองว่า รัฐบาล และ คสช. ทำงานกันอย่างระมัดระวังอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ซึ่งเราไม่ห่วงในเรื่องการทุจริต เพราะรัฐบาล และ คสช. มีความจริงใจเข้ามาแก้ไขปัญหาเพื่อให้ประเทศชาติเดินต่อไป ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินก็คงต้องเร่งทำงานเช่นกัน แต่ก็ต้องทำอย่างรอบคอบมากที่สุด
 
 
 
 
 
-------------------------
 
('ผู้ตรวจการแผ่นดิน' ล้างภาพเสือกระดาษ เล็งเพิ่มประสิทธิภาพ-ตอบสนองประชาชน : โดย...ทีมข่าวความมั่นคง)