
'หนังสือพิมพ์รัฐบาล'อุดจุดบอดงานพีอาร์
17 มี.ค. 2558
'หนังสือพิมพ์รัฐบาล' อุดจุดบอดงานพีอาร์ : โดย...จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง สำนักข่าวเนชั่น
�
� � � � � � � � � � � � การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันอังคารที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา จู่ๆ มีเจ้าหน้าที่มาเดินแจกเอกสารให้แก่สื่อมวลชน และทุกคนที่อยู่หน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งใช้เป็นสถานที่ประชุม ครม. จนกระทั่งหลังประชุมจบลง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้นำเอกสารชิ้นนี้มาอวดให้สื่อมวลชน และยอมรับว่านี่คือ เอกสารจดหมายข่าวของรัฐบาล และไม่ได้ต้องการโชว์ผลงาน แต่ทำเพื่อต้องการให้รู้ว่ารัฐบาลทำอะไรไปบ้าง
�
� � � � � � � � � � � � จากการตรวจสอบที่ไปที่มาของเอกสารชุดดังกล่าว จนได้ความทราบว่าเป็นชิ้นงานของ กรมประชาสัมพันธ์ ที่ใช้ชื่อเอกสารที่มีรูปเล่มคล้ายหนังสือพิมพ์ ขนาด A3 หรือแท็บลอยด์ มีชื่อหัวหนังสือพิมพ์ว่า จดหมายข่าวเพื่อประชาชน มีความหนา 8 หน้า พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม และผู้ที่มาเดินแจกก็เป็นเจ้าหน้าที่ของกรมประชาสัมพันธ์ ที่มี อภินันท์ จันทรังสี" อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์มายืนดูลูกน้องเดินแจกเอกสารอยู่วงนอกด้วยตัวเอง
�
� � � � � � � � � � � � เมื่อพลิกอ่านหนังสือพิมพ์ของกรมประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ ก็พบว่าเป็นการจัดทำโดยกรมประชาสัมพันธ์ ที่มี อธิบดีอภินันท์ นั่งเป็นบรรณาธิการด้วยตัวเอง ประวิน พัฒนะพงษ์" รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็น รองบรรณาธิการ และมี ดร.ชินภัทร พุทธชาติ" ที่ปรึกษาอธิบดี เป็นที่ปรึกษากองบก. พร้อมเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ 7 คน นั่งทำงานในกองบรรณาธิการด้วย โดยไม่มีชื่อของบุคคลในรัฐบาลเข้าไปนั่งเป็นกองบรรณาธิการแต่อย่างใด
�
� � � � � � � � � � � � ส่วนเนื้อหาในเล่มพบว่ามีทั้งข่าว สกู๊ป รายงานพิเศษ คอลัมน์ รวมภาพชุด ที่เป็นเชิงบวกและอวดผลงานของรัฐบาลทุกข่าวทุกหน้าพาดหัวได้หวือหวาน่าสนใจคล้ายหนังสือพิมพ์ เช่น "รัฐ" ยันภาษีบ้านไม่กระทบประชาชน, ครม.ปรับเกณฑ์ลดขั้นตอนเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 เป็นต้น �
�
� � � � � � � � � � � � จุดที่น่าสนใจคือในส่วนของบทบรรณาธิการ หรือ บท บก. ที่เขียนระบุที่ไปที่มาของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ว่า ในแต่ละวัน มีข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลเข้าสู่การรับรู้ของประชาชนเป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่มักเป็นข่าวที่เกิดขึ้นตามกระแสข่าว ด้วยเหตุนี้นายกรัฐมนตรีจึงมีความห่วงใยต่อประชาชนในการรับรู้ข่าวสาร ที่รัฐกำลังดำเนินการ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่บางครั้งข้อมูลเหล่านี้ประชาชนยังไม่รับรู้หรืออาจได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ครบถ้วน ทำให้เสียโอกาสในการเข้าถึงบริการต่างๆ จดหมายข่าวฉบับนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อเผยแพร่นโยบายและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และอื่นๆ รวมทั้งสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของประชาชนซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาประเทศ
�
� � � � � � � � � � � � พออ่านบทบรรณาธิการจบแล้วก็ร้องอ๋อ เพราะตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในการประชุม ครม.ก่อนหน้านั้น 1 สัปดาห์ คือ เมื่อวันอังคารที่ 3 มีนาคม ที่มีรายงานข่าวแจ้งว่าบรรยากาศในการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการด้วยวาจาในที่ประชุมถึงการให้ข้อมูลและการประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาลที่พบว่ามีปัญหาในการเผยแพร่ผลงานของรัฐบาล โดย "บิ๊กตู่" กําชับทั้งครม.และหน่วยงานที่เกี่ยวของคือ กรมประชาสัมพันธ์ ให้ช่วยประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาล เพราะรัฐบาลทําภารกิจไปจํานวนมาก แต่การทําความเข้าใจโดยเฉพาะในระดับภูมิภาคยังทําได้น้อยมาก ทั้งที่การประชาสัมพันธ์ในส่วนกลางและจากกระทรวงก็มีช่องทางมาก
�
� � � � � � � � � � � � พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการว่าให้ออกหนังสือพิมพ์หรือเอกสารของรัฐบาล ซึ่งต้องไม่ใช่การโฆษณาผลงาน แต่เป็นการบอกให้สังคมทราบว่าปัญหาที่มีการเรียกร้องมีการดําเนินการถึงไหน ตรวจสอบได้อย่างไร!
�
� � � � � � � � � � � � นี่จึงเป็นที่มาของการออกหนังสือพิมพ์ในแบบฉบับของรัฐบาล ที่ออกมาอวดโฉมเป็นฉบับปฐมฤกษ์ ตามคำสั่งของนายกฯ เพื่อหวังว่าจะอุดช่องโหว่งานพีอาร์ของรัฐบาล ที่ทราบมาว่า หนังสือพิมพ์ฉบับนี้อาจจะตีพิมพ์แบบรายปักษ์ หรือราย 15 วันออก 1 ครั้ง ส่วนยอดตีพิมพ์ต่อครั้งจะเป็นเท่าไรนั้นยังไม่มีการเคาะตัวเลขที่แน่นอน แต่ที่แน่ๆ จะทำเป็นไฟล์ข้อมูลในรูปแบบ PDFและลิงค์หนังสือออนไลน์ แปะลงในเว็บไซต์หน่วยงานของรัฐ เพื่อเพิ่มช่องทางเผยแพร่อีกทางหนึ่งด้วย
�
� � � � � � � � � � � � คำถามที่ตามมาคือ ทำแค่นี้พอหรือไม่ กับการประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาลตามที่นายกฯต้องการ และถามต่ออีกว่าแค่ไหนถึงจะเผยแพร่ได้ลงถึงระดับภูมิภาคตามที่นายกฯ ปรารถนา?�
�
� � � � � � � � � � � � คำตอบก็คือ "ยังไม่พอ" สำหรับการส่งข่าวสารไปถึงรากหญ้า เพราะจากการพูดคุยกับ "วงใน" คนทำงานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล ยอมรับว่า แม้รัฐบาลจะมีสื่อในมือครบทุกช่องทาง ทั้งทีวี วิทยุ สื่อออนไลน์ และแม้กระทั่งการสื่อสารโดยตรงจาก "นายกฯ" ก็ยังไม่พอที่ข้อมูลจะไปถึงระดับรากหญ้า
�
� � � � � � � � � � � � เนื่องจากสิ่งที่ หายไป คือการใช้งบประชาสัมพันธ์ของทุกหน่วยงาน เพราะในช่วงต้นที่ คสช.เข้ามาบริหารงานใหม่ๆ มีนโยบายชัดเจนให้หน่วยงานประหยัดการใช้งบ ทั้งดูงาน และการประชาสัมพันธ์ ที่ ขีดเส้น ให้โฆษณา ห้าม แปะรูปรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ผู้บริหารหน่วยงานเข้าไปในการโฆษณาเหมือนในอดีต
�
� � � � � � � � � � � � ประกอบกับความเข้มงวดในการตรวจสอบการใช้งบประมาณ ที่มีการตั้ง คตร. หรือคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ และการจริงจังในการใช้ สัญญาคุณธรรม ทำให้หน่วยงาน ไม่กล้า ที่จะเซ็นอนุมัติงบประมาณเพื่อการประชาสัมพันธ์เต็มที่ ดังที่เคยปฏิบัติมา ดังนั้นป้ายโฆษณาหน่วยงานรัฐตามสี่แยกไฟแดง ป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่บนทางด่วน การซื้อพื้นที่โฆษณาบนหน้าหนังสือพิมพ์ ทีวี และป้ายโฆษณาเล็กตามชุมชนหมู่บ้านในต่างจังหวัด จึงมีจำนวนน้อยลงไปมาก และหมายรวมถึงการจัดกิจกรรมหรือ อีเวนท์ ต่างๆ ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคก็ลดลงด้วยเช่นกัน
�
� � � � � � � � � � � � นอกจากนี้ ต้องจับตากรณีทีมโฆษกรัฐบาล นำโดย รอ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ได้เรียกประชุมโฆษกทุกกระทรวงที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อปรับทัพการประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาลให้เข้มข้นและลงไปถึงรากหญ้ามากขึ้น�
�
� � � � � � � � � � � � จะหวังพึ่งพาแค่ "จดหมายข่าวเพื่อประชาชน" "รายการคืนความสุข" และ "รายการเดินหน้าประเทศไทย" คงไม่พอ !
�
�
�
�
�
-----------------------
�
('หนังสือพิมพ์รัฐบาล' อุดจุดบอดงานพีอาร์ : โดย...จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง สำนักข่าวเนชั่น)
�
�
�
�
�



