
ถุงมือจอมหนึบเอพีดีฝันเป็นจริงพิศาล ดอกไม้แก้ว
17 มี.ค. 2558
คมคิดธุรกิจนิวเจน : ถุงมือจอมหนึบ เอพีดี ฝันเป็นจริง พิศาล ดอกไม้แก้ว : เรื่อง ปทุม กลิ่นหอม / ภาพ วันชัย ไกรศรขจิต
ด้วยความรักในอาชีพ บวกกับความฝันอยากมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และความคิดอยากขายของคุณภาพเทียบเท่าแบรนด์หรือยี่ห้อดังๆ ในราคาที่คนรากหญ้าจับต้องได้ จึงจุดประกายให้ "เอ๋" พิศาล ดอกไม้แก้ว นักฟุตบอลอาชีพ ในตำแหน่งผู้รักษาประตู วัย 30 ปี ตัดสินใจทำ "ถุงมือผู้รักษาประตู" อย่างจริงจัง หลังจากที่เคยลิ้มรสชาติความยากลำบากกว่าจะได้ครอบครองถุงมือคุณภาพดีๆ สักคู่มาแล้ว
ก่อนที่วันนี้จะเกิดขึ้น... นายทวารหนุ่มแห่งเมืองสุพรรณบุรี "พิศาล ดอกไม้แก้ว" ชื่อคุ้นหูในวงการฟุตบอลเมืองไทย โดยเฉพาะในศึกลูกหนัง ไทยพรีเมียร์ลีก ได้ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นให้ฟังอย่างน่าสนใจ
ด้วยฐานะครอบครัวที่ไม่ได้มั่งมี เห็นภาพคุณพ่อทำงานหนักมานาน ในฐานะลูกจ้างโรงสีแห่งหนึ่งในสุพรรณบุรีและมีรายได้ไม่มาก ส่งให้ พิศาล เป็นคนที่ดิ้นรนต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นมาตั้งแต่รู้ประสา โดยใช้ "ฟุตบอล" เป็นสะพานทอดหาอนาคต โดยเฉพาะเรื่องการเรียน ซึ่งหลังจากจบมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนตลิ่งชันวิทยา ก็ได้ทุนไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ แต่ครอบครัวไม่มีกำลังทรัพย์มากพอที่จะดูแลเรื่องการกินอยู่ได้ต่อเนื่อง ทำให้เขาต้องหยุดเรื่องการเรียนและออกหางานทำ พร้อมๆ กับสานฝันการเล่นฟุตบอลไปด้วย โดยเล่นมาแล้วทั้งตำแหน่งกองหน้า กองกลาง ก่อนลงเอยที่ ผู้รักษาประตู ซึ่งทำหน้าที่ได้ดีที่สุด
"ตอนนั้น ผมจนปัญญา เงินไม่มี ชีวิตมันสุดๆ แล้ว พ่อแม่ก็บอกให้เลิกเล่นบอลเถอะ แต่ผมอยากเดินตามฝัน จึงกลับไปอยู่สุพรรณ เดินสายเตะบอลหาเงิน ทำอยู่เป็นปี อยู่มาวันหนึ่ง ผมซึ่งจริงๆ กลัวพ่อมาก ได้ใช้ความกล้าที่มีอยู่ เข้าไปขอเงิน 3,000 บาท บอกกับพ่อว่าขอเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อเอาไปใช้เดินสายคัดเลือกเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ถ้าไม่ติด ผมจะไปทำงานหาเงินมาคืน พ่อให้ผมเลยนะ ทั้งๆ ที่มีอยู่ 5,000 บาท ผมไปคัดมาหลายที่ ผ่านไปเป็นเดือน กระทั่งคัดผ่านได้เล่นให้นครปฐม" พิศาล เล่าถึงความหลัง
หลังก้าวสู่ถนนอาชีพนักฟุตบอล ซึ่งนับรวมปีนั้น ค.ศ.2006 มาถึงปัจจุบัน ร่วม 9 ปี เขาผ่านมาหลายต้นสังกัดในศึกไทยพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ นครปฐม, สุพรรณบุรี, บีอีซี-โทเรศาสน ที่เคยอยู่มา 6 ปี ก่อนย้ายมาอยู่ แบงค็อก ยูไนเต็ด และถูกยืมตัวไปเล่นให้ กัล์ฟ สระบุรี ในปัจจุบัน ทำให้เขามีทรัพย์มากพอในการดูแลพ่อแม่ให้มีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย ได้ประสบการณ์จากการเล่นฟุตบอล รวมถึงได้สัมผัสถุงมือมาแล้วหลายยี่ห้อ และทำให้รู้ดีว่าถุงมือคุณสมบัติแบบไหนที่เหมาะกับการทำหน้าที่ปราการด่านสุดท้ายของทีม ที่จะต้องปกป้องไม่ให้ลูกฟุตบอลที่มาจากฝ่ายตรงข้ามผ่านเข้าไปตุงตาข่ายได้
ประสบการณ์ที่สะสมมาเต็มกล่อง ผนึกกำลังกับพลังแห่งความศรัทธาในตัวเอง ส่งให้ พิศาล เดินตามความฝันที่อยากใส่ถุงมือ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเขาลงไปเฝ้าเสา และอยากขายของดีราคาถูก ทำให้เขาลงมือทำ "ถุงมือคู่แรก" ขึ้นมาใช้เองก่อน โดยประเดิมในศึกลูกหนัง ไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014
"ผมทำคู่แรกเอามาใช้เองก่อนในไทยพรีเมียร์ลีกปีที่แล้ว ผมพบว่าคุณภาพและวัตถุดิบก็เทียบเท่าแบรนด์ดังทั่วไป แต่แบรนด์นั้นๆ ทำไมราคาค่อนข้างสูง ก็เลยจุดประกายขึ้น ผมอยากทำถุงมือแบรนด์ของผมเอง เป็นถุงมือที่มีคุณภาพเทียบเท่าแบรนด์ดังๆ ในราคาที่จับต้องได้สำหรับตลาดล่าง สำหรับเด็กบ้านนอกอย่างผมที่สมัยก่อนกว่าจะเก็บเงินซื้อได้มันยากมากๆ และทำทุกอย่างที่เกี่ยวกับผู้รักษาประตู ซึ่งทำให้ผมมีวันนี้ ทำให้คนนึกถึงตำแหน่งนี้แล้วต้องนึกถึง เอพีดี" พิศาลเผยถึงสิ่งที่ตกผลึกจากความคิดของเขา
จากจุดนั้น กลายเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้ชายผู้นี้ ซึ่งไม่แตกต่างจากเราทั้งหลายที่ไขว่คว้าหาหนทางสู่ความสำเร็จ ก้าวไปเป็นนักธุรกิจรายย่อย ผลิต "ถุงมือผู้รักษาประตู" ออกจำหน่ายในที่สุด ในแบรนด์ของคนไทย "APD" หรือ เอพีดี ซึ่งเป็นชื่อย่อจากชื่อเล่น ชื่อจริง และนามสกุล ของเขาทั้งหมด โดย อักษร A มาจาก AE (เอ๋) ส่วน P มาจาก Pisan (พิศาล) และ D มาจาก Dokmaikeaw (ดอกไม้แก้ว)
ธุรกิจแรกของพิศาล เกิดขึ้นจากแรงสนับสนุนของ "แซม" ปิยะ เอกวิริยทร ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยอีกแรง ด้วยการติดต่อโรงงานรับจ้างผลิตถุงมือ ที่ประเทศปากีสถาน ซึ่งค่าแรงงานไม่สูง พร้อมประสานหาดีไซเนอร์มาช่วยออกแบบ ซึ่งโชคดีได้ "พี่แปน" จินตศานติ อุตตมะเวทิน ดีไซเนอร์ที่มีหัวใจรักการเล่นฟุตบอล โดยเฉพาะตำแหน่งนายทวาร เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงทำให้ทุกอย่างลงตัวอย่างรวดเร็ว
"ผมขายดีไซน์ ความแปลกใหม่ ความเป็นไทย และความเป็นตัวตนของผม โดยมี ดอกไม้แก้ว เป็นสัญลักษณ์ ซึ่งอยู่ในลักษณะที่กลีบกำลังบิดหมุนอย่างอ่อนช้อย โดยเวลาที่ผมเล่นฟุตบอล ผมจะคอยสังเกตในแต่ละจุด เช่น ชกบอลด้วยจุดไหนแล้วทำให้บอลไปดีขึ้น การดูดบอล ทิศทางบอลไม่เปลี่ยน ผมจะนำเอาสิ่งเหล่านี้มามิกซ์กับงานของผม" นายทวารแห่งเมืองขุนแผน กล่าว
หลังจากผลิตได้ตรงตามสเป็ค ถุงมือยี่ห้อ "เอพีดี" ล็อตแรก จำนวน 200 คู่ ก็ถูกลำเลียงมายังประเทศไทย ช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2558 โดย พิศาล ซึ่งได้จดแจ้งทรัพย์สินทางปัญญาเรียบร้อยแล้ว คาดว่า 200 คู่นี้ กว่าจะทำให้คนคุ้นหู ติดตา และเข้ามาซื้อ คงต้องใช้เวลานานพอสมควร เพราะยังไม่มีใครรู้จัก แต่ปรากฎว่า หลังจากที่แบ่งให้พรีเซนเตอร์ไปใช้แล้ว ที่เหลืออยู่ 150 คู่ ก็ถูกลูกค้าแย่งกันจับจองหมดลงภายในเวลาไม่ถึงเดือน หลังจากเปิดตัว APD Goalkeeper Sport & Fashion ผ่านเว็บเพจ เฟซบุค และอินสตาแกรม ได้ไม่นาน แถมยังไม่เพียงพอต่อความต้องการอีกด้วย
กระแสตอบรับที่ดีเกินคาด น่าจะมาจากราคาที่ไม่สูงมาก โดยถุงมือ "เอพีดี" ล็อตแรก ราคา 1,600 บาท ในขณะที่ยี่ห้ออื่น ซึ่งวัสดุและคุณภาพไม่ต่างกัน ราคาเกือบ 2,000 บาท ส่วนล็อตต่อๆ ไปของ "เอพีดี" ราคาจะถูกปรับไปที่ 1,800 บาท เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนวัสดุให้เหมาะสมกับการใช้งานยิ่งขึ้นไปอีก ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น แต่ก็ยังเป็นราคาที่ถูกกว่ายี่ห้ออื่น ซึ่งตัวท็อป ราคาประมาณ 3,000-4,000 บาท
"สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผมรู้สึกดี ที่ได้ทำให้คนไทยหันมาสนใจแบรนด์ไทย ซึ่งมีคุณภาพเหมือนกัน หากพูดตรงๆ ถุงมือแบรนด์ดังทั่วไป มีความทนทานไม่ได้ต่างอะไรกันมากนัก ขึ้นอยู่กับการใช้งานและการดูแลของแต่ละคน แต่แบรนด์ดังๆ เขามีผู้รักษาประตูระดับโลกเป็นพรีเซนเตอร์ มีการตลาดสูง ผมก็เริ่มทำแบบนั้นบ้าง โดยมีผู้รักษาประตูระดับแนวหน้าของเมืองไทยนำไปใช้เพื่อช่วยโปรโมท ประตูระดับอาชีพ ถ้าของไม่ดี เขาก็คงไม่กล้าใช้กันแน่นอน ตอนนี้มี 7 ทีมในไทยพรีเมียร์ลีกที่ใช้ถุงมือของผมอยู่คือ สุพรรณบุรี ราชบุรี แบงค็อก เชียงราย ท่าเรือ สระบุรี และยังไม่รวมอีกหลายทีมในลีกรอง" พิศาล กล่าว
นายทวารแห่งศึกไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งมีคติประจำใจว่า "อย่ากลัวในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง" วางแผนสานต่อธุรกิจของเขา โดยนอกจากขายทางโลกออนไลน์แล้ว ยังได้ติดต่อขอเข้าไปวางขายในร้านอุปกรณ์ฟุตบอล Ari Football อีกด้วย โดยได้รับความอนุเคราะห์จากทางผู้จัดการร้านเป็นอย่างดี และล่าสุด พิศาล ยังได้ลองนำแบรนด์ของตัวเอง ไปทำ "หมวกและเสื้อยืด" ขายด้วย ปรากฎว่า กระแสตอบรับก็ออกมาดีเช่นกัน
ก้าวแรกในการทำธุรกิจ ซึ่งอาจไม่ใหญ่โตอย่างใครเขา แต่มันก็ทำให้หัวใจของพิศาลพองโตได้ และเพียงพอที่จะทำให้เขามีกำลังใจก้าวต่อไป เพื่อทำธุรกิจในแบรนด์ "เอพีดี" ให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่าในชั่วชีวิตของทุกคน สิ่งที่มีค่าและเป็นที่พึงปรารถนามีอยู่หลายสิ่งหลายอย่าง แต่สำหรับ "เอ๋" พิศาล ดอกไม้แก้ว ที่ได้รับการบันทึกลงหน้าประวัติศาสตร์ว่าเป็นนักฟุตบอลไทยคนแรกที่ผลิตถุงมือผู้รักษาประตูขึ้นมาขายในเมืองไทยไปเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่มีค่าและเป็นที่พึงปรารถนาที่สุดของเขาคือ "ความรัก ความอดทน ความกล้า และความศรัทธาในตัวเอง" เพราะมันทำให้แบรนด์คนไทยอย่าง "เอพีดี" ถือกำเนิดขึ้น
‘ใช้ดีจึงบอกต่อ’
ถุงมือมีคุณภาพอย่างที่ "เอ๋" พิศาล บอกไว้หรือไม่ คงต้องให้คนที่เคยใช้แล้วเป็นคนตอบ โดยนายทวารทีม ราชบุรี มิตรผล "อุกฤษณ์ วงศ์มีมา" เจ้าของไอจี Ukrit_27 อดีตทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ 3 สมัย ซึ่งครั้งล่าสุดที่พม่าได้เหรียญทองมาครองด้วย พร้อมเปิดใจถึงประสบการณ์ที่ได้รับ
"ผมได้ใช้ถุงมือเอพีดีแล้วครับ ใช้แล้วรู้สึกมั่นใจขึ้น ซึ่งเทียบกับแบรนด์ดังๆ ได้เลย เรื่องคุณภาพกับราคาก็เกินคุ้มครับ หลังจากที่ผมเคยใช้มาแล้วหลายยี่ห้อ พอพี่เอ๋ (พิศาล ดอกไม้แก้ว) ติดต่อมาให้เอาไปใช้ลองใช้ ลองแค่วันแรก ผมก็ตอบตกลงเป็นพรีเซนเตอร์ทันทีเลยครับ มันสู้กับแบรนด์ดังๆ ได้เลยครับ ผมใช้มาตั้งแต่แมทช์อุ่นเครื่องจนกระทั่งเปิดฤดูกาลศึกไทย พรีเมียร์ลีก รวมๆ แล้วก็ประมาณ 10 แมทช์แล้วครับ ใช้ได้ทั้งสนามที่มีฝนตกและสนามแห้งเลยครับ" อุกฤษณ์ อดีตนักเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น 128 เผย



