
กมธ.ร่าง รธน.แจงopen listคือคืนอำนาจปชช.เลือก
16 มี.ค. 2558
"กมธ.ร่างรธน." แจงระบบopen list คือคืนอำนาจให้ปชช.เลือกส.ส.บช.-ลดอำนาจนายทุนฮุบพรรค ตอกกลับนักการเมืองจะมีปัญหาอะไร ในเมื่ออ้างประโยชน์ปชช.มาตลอด
วันที่ 16 มี.ค.58 จากกรณีที่มีพรรคการเมืองให้ความเห็นท้วงติงต่อระบบการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ด้วยการเปิดให้ประชาชนมีสิทธิ์ลงคะแนน เพื่อจัดลำดับผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อตามคะแนนนิยม หรือ open list และร้องขอให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ทบทวนบทบัญญัติดังกล่าว ด้วยเหตุผลสำคัญ คือ เป็นกลไกที่ทำลายพรรคการเมือง และไม่ยึดโยงกับประชาชนในพื้นที่เพราะผู้แทนที่ประชาชนเลือกอาจไม่มีฐานเสียงในพื้นที่นั้น
นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเนชั่น ว่าตามเจตนารมณ์ของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญที่ให้มีระบบ open list นั้นเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนต่อการเลือกผู้แทนที่ตนเองรู้จัก และลดอำนาจกรรมการบริหารพรรคการเมืองต่อการเลือกบุคคล เพื่อส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส แบบบัญชีรายชื่อ ที่อดีตพบปัญหาคือมีการเลือกผู้สนับสนุนทุนให้พรรคการเมือง เลือกผู้ใกล้ชิดกับหัวหน้าพรรค อยู่ในลำดับบัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ ซึ่งบางครั้งประชาชนไม่รู้จักและไม่เคยเห็นผลงาน ดังนั้นประเด็นที่กำหนดให้มีระบบเลือกแบบ open list นั้นเพื่อขจัดปัญหานายทุนพรรคการเมืองที่ครอบงำพรรคการเมือง และให้สิทธิประชาชนเลือกผู้แทนที่ตนเองรู้จักและเห็นผลงาน
ส่วนกรณีที่ระบุว่าหากให้ประชาชนจัดลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อเอง อาจเกิดปัญหาเรื่องฐานประชาชนในพื้นที่นั้น ตนมองว่าเป็นการยกเหตุผลที่ขัดแย้งกันในความเหมาย เพราะกรณีที่ประชาชนเลือกบุคคลที่ส่งลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จะหมายถึงบุคคลผู้นั้นเป็นที่รู้จักของประชาชน
พล.ท.นาวิน ดำริกาญจน์ โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวในประเด็นเดียวกันกับสำนักข่าวเนชั่นว่า ในการประชุม กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตนเคยเสนอให้กำหนดคำนิยาม หรือ เจตนารมณ์ที่สื่อให้เห็นถึงความหมายของ ส.ส. ที่มีหน้าที่ยกร่างกฎหมาย คือเป็นผู้แทนปวงชนทั้งประเทศ ไม่ใช่หมายถึงผู้แทนปวงชนเฉพาะจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง เพื่อสร้างความตระหนักให้กับ ส.ส.ว่าต้องทำหน้าที่เพื่อคนไทยทุกคน ส่วนประเด็นที่พรรคการเมืองกังวลว่าเมื่อประชาชนจัดอันดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยตนเองแล้วจะทำให้กระทบต่องานในพื้นที่นั้น ต้องเข้าใจว่าการดูแลพื้นที่หรือประชาชนนั้นจะอยู่ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหากในอนาคตเกิดจังหวัดจัดการตนเองแล้ว หน่วยงานท้องถิ่นนั้นจะมีบทบาทสำคัญในการดูแลประชาชน ไม่ใช่ ส.ส. อย่างที่นักการเมืองเข้าใจในหลักนิยม
“หากประชาชนเลือกจัดอันดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากลำดับท้ายให้เป็นลำดับต้นๆ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนรู้จักส.ส.ผู้นั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับการจัดลำดับของกรรมการบริหารพรรคการเมือง ผมขอตั้งคำถามต่อพรรคการเมืองว่า พรรคการเมืองเคยพูดประโยคเว้นประโยคว่าประโยชน์คือประชาชน ดังนั้นการคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกผู้แทนที่ตนเองรู้จักและเห็นผลงานจะมีปัญหาอะไร” พล.ท.นาวินกล่าว
พล.ท.นาวิน กล่าวถึงประเด็นการสร้างความเข้มแข็งในระบบพรรคการเมืองด้วยว่าจำเป็นที่ต้องกำหนดนโยบายพรรคที่ดีและยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนที่ดี ไม่ใช่ปล่อยให้มีความขัดแย้งหรือตีกันเอง หรือแทงข้างหลังกันเองภายในพรรคการเมืองเพราะสิ่งดังกล่าวถือเป็นประเด็นที่ทำให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ



