ข่าว

'คนขายฝัน'

'คนขายฝัน'

16 มี.ค. 2558

'คนขายฝัน' : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ โดย... ประภัสสร เสวิกุล


 
          ถ้าจะพูดว่า “นักการเมืองคือคนช่างฝัน และรัฐบาลคือบริษัทขายฝัน” ก็คงจะไม่ห่างไกลจากความจริงเท่าไหร่นัก เพราะการเมืองโดยแท้จริงเป็นเรื่องของความคิด ความฝัน และอุดมคติ ที่อยากจะเห็นสังคมเป็นอย่างที่ตนต้องการ หรือเปลี่ยนแปลงสังคมเสียใหม่ นักปฏิวัติสังคมเหล่านี้มักจะเป็น “นักฝัน” มากกว่าเป็น “นักทำ” วันๆ ก็ฝันกันไป แต่ไม่ได้สัมผัสกับความจริง ปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง และความยุ่งยากของปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อลงมือทำแล้ว แต่จะเล็งผลเลิศเป็นสำคัญ และนักการเมืองเช่นนี้มักจะเก่งเสมอเมื่อเวลาที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล เหมือนกับคนดูมวยข้างเวทีที่มักจะออกท่าออกทางและวิพากษ์วิจารณ์นักมวยบนเวที ทั้งๆ เมื่อขึ้นเวทีแล้วก็ไม่ได้เก่งกาจสักเท่าไหร่ และอาจถูกน็อกกลางอากาศอย่างง่ายดาย 
 
          ที่ว่ารัฐบาลเป็น “บริษัทขายฝัน” ก็เพราะทุกรัฐบาลเมื่อขึ้นมาบริหารประเทศ ก็พยายามสร้างจุดขายของตนซึ่งมักจะเป็นเรื่องตรงข้ามกับรัฐบาลก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน, โครงการใหม่ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจ รวมถึงนโยบายประชานิยมแบบ ลด แลก แจก แถม แต่สักพักก็จะเห็นว่านโยบายที่สวยหรูและดีเลิศประเสริฐศรีนั้นไปไม่รอด เช่น นโยบายตรึงราคาสินค้า ก็จะพบว่าไม่สามารถทำต่อไปได้ เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้นตามไปด้วย การใช้รถเมล์โดยสารหรือรถไฟฟรี ก็มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะลำพังแค่การให้บริการตามปกติทั้งรถเมล์และรถไฟก็มีหนี้ค้างชำระจำนวนมหาศาล โครงการต่างๆ ต้องชะลอตัว เพราะไม่สามารถจะหาแหล่งทุนมาสนับสนุนได้ ความฝันจึงไม่หวานอีกต่อไป และต้องตื่นมาสู่ความเป็นจริง ขณะเดียวกันความเชื่อมั่นของประชาชนที่เคยฝากความหวัง ความฝัน กับรัฐบาลก็เริ่มคลอนแคลนลงทุกขณะ
 
          ความจริงการที่นักการเมืองจะเป็นนักฝัน หรือรัฐบาลจะเป็นบริษัทขายฝันไม่ใช่เรื่องที่ผิดร้ายอะไร หากแต่ทั้งนักการเมืองและรัฐบาลจะต้องรู้ว่าขอบเขตความฝันของตนนั้นอยู่แค่ไหน และควรเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับการฝันสลายด้วย ผมเชื่อว่าคนที่เป็นนักฝัน ไม่ว่าจะเป็น อับราฮัม ลินคอล์น, มหาตมะ คานธี, เนลสัน แมนเดลา ฯลฯ ไม่มีใครที่ไม่เคยผิดหวัง หรือเจ็บปวดเพราะความฝันของตน ต่อให้ความฝันนั้นดีงามสักเพียงไรก็ตาม เพียงแต่บุคคลเหล่านั้นไม่ได้นำความผิดหวังมาทำลายความหวังอันยิ่งใหญ่ แต่เรียนรู้ปัญหาและอุปสรรค แล้วนำมาปรับกลยุทธ์ในการก้าวไปสู่ความฝัน - รัฐบาลที่ขายฝัน หากเข้าใจสภาพความเป็นจริงของโลก และไม่หลับหูหลับตาเดิน ก็ย่อมจะหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมีสติ และหันมาขายความจริงให้มากกว่าความฝัน ก็เชื่อว่าประชาชนจะยังคงให้โอกาสอยู่เสมอ
 
          โดยสภาพของบางประเทศที่ผู้คนยังไม่ใส่ใจในความสำคัญของการศึกษา แสวงหาความจริง และมีชีวิตไปวันๆ กับความเพ้อฝันมอมเมา ก็ช่วยไม่ได้หรอกครับที่จะมีนักการเมืองช่างฝัน และรัฐบาลที่ขายฝัน ไม่ว่าจะเปลี่ยนนักการเมืองไปกี่รุ่น หรือเปลี่ยนรัฐบาลไปกี่รัฐบาลก็ตาม
 
          เรื่องนี้โทษใครไม่ได้หรอกครับ เมื่อทุกฝ่ายต่างก็อยู่ในโลกแห่งความฝัน
 
          ท้ายคอลัมน์วันนี้ หากผ่านร้านขายหนังสืออย่าลืมซื้อ “เนชั่นสุดสัปดาห์” เล่มล่าสุด ที่ เอก อัคคี รายงาน
 
          เรื่อง “ชุมนุมกวี 43 ชาติ แนวรุกด้านวัฒนธรรมเวียดนาม” (40 บาท) Mix แม็กกาซีน ฉบับที่ 100 ไฉไลตลอดเล่ม และเปิดใจ วินทร์ เลียววาริณ (140 บาท) ต่วย’ส ตูน และ ต่วย’ส ตูน พิเศษ ประจำเดือนมีนาคม 2558 (เล่มแรก 100 บาท เล่มหลัง 80 บาท)
 
.......................................
(หมายเหตุ 'คนขายฝัน' : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ โดย... ประภัสสร เสวิกุล)