ข่าว

'ห้าวิถีสู่แสงสว่างของไทย'

'ห้าวิถีสู่แสงสว่างของไทย'

16 มี.ค. 2558

'ห้าวิถีสู่แสงสว่างของไทย' : มองยุทธศาสตร์ โดย... เรือรบ เมืองมั่น

 
 
          สถานการณ์ของไทยเวลานี้ไม่สู้ดีนัก ถึงแม้จะกระตุ้นตนเองให้มีความหวังอย่างไรก็ต้องมองรอบตัวแล้วเห็นความจริงที่รายล้อมอยู่ สภาวะเงินฝืดที่อะไรก็แพงแต่ไม่กล้าใช้เงิน บรรยากาศซบเซาที่ท่องเที่ยวโล่งว่างเปล่า ธนาคารไม่กล้าปล่อยกู้ คนดูหงอยๆ ธุรกิจเริ่มเลย์ออฟ แม้แต่ราชการที่กระทบหลังชาวบ้านเขาก็ไม่ได้ขึ้นเงินเดือน ที่เป็นเช่นนี้มีผู้รู้มากมายบอกถึงสาเหตุและทางแก้ไขแล้ว แต่ด้วยปัจจัยนานาทำให้ไม่สามารถบรรลุได้ นั่นเพราะห้าประการนี้ไทยยังไม่ตกผลึกว่าจะเลือกเดินแบบใด
 
          ประการแรกก็คือการยอมรับจากนานาชาตินั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องสร้างให้ได้ ในข้อเท็จจริงแล้วรัฐบาลนี้ก็ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลอื่นของโลกในระดับหนึ่ง ชาติตะวันตกยังหวังให้ไทยกลับเข้าสู่โหมดประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งโดยเร็ว ถ้าสำเร็จตรงนี้เมื่อไหร่การยอมรับจะตามมา นำไปสู่ข้อตกลงอีกมาก วันนี้นานาชาติไม่ได้บีบไทยแรงแบบฟิจิหรือเมื่อปีก่อน แต่ถนนสู่ประชาธิปไตยยังไม่แน่ชัดเพราะสาเหตุที่เรารู้กันอยู่ ทำให้ไทยยังโดนสื่อต่างชาติหรือองค์กรระหว่างประเทศไม่น้อยเล่นงานวิพากษ์วิจารณ์ในเวทีโลกหนักหน่วง พวกเหล่านี้มีอิทธิพลต่อมติมหาชนและต่อรัฐบาลต่างชาติ ถ้าเอาชนะใจพวกเขาไม่ได้พวกเขาก็จะเป็นอุปสรรคไปอีกนาน  
 
          ประการต่อมายิ่งยากใหญ่ นั่นคือการทำให้เกิดสามัคคีในหมู่คนต่างสี ใครจะว่าไม่มีแล้วเหลืองๆ แดงๆ แต่ในความเป็นจริงพวกเขายังมีกันอยู่และถ้าเลือกได้ พวกเขาก็จะไม่ร่วมมือกับอีกฝ่ายหนึ่งหรือร่วมมือไปแกนๆ ซึ่งผลสัมฤทธิ์ก็จะเกิดน้อย  ทางแก้ตรงนี้อาจยากกว่าคำว่าปรองดองซึ่งก็ยังเป็นเพียงนามธรรม ประการที่สามก็เกี่ยวข้องกัน คือต้องสร้างขันติธรรมทางอุดมการณ์ที่ต่างกันให้ได้ ในยุคที่หลักความเชื่อในคนไทยช่างหลากหลายและกล้าแสดงออกสู่สาธารณะ การขัดใจกันในเรื่องของศาสนา การเมือง การใช้ชีวิตและอื่นๆ มีมากมาย หลายครั้งไม่อดกลั้นกันหรือหาจุดลงตัวกันไม่ได้ เช่น มัสยิดที่น่านจะสร้างได้ไหม หรือวิถีปฏิบัติของแรงงานประเทศเพื่อนบ้านกับประเพณีไทย สิ่งเหล่านี้ต้องใช้ขันติและทางออกที่เหมาะสมซึ่งในหลายเรื่องยังหาไม่เจอ
 
          การไม่ให้คนชั่วเข้ามามีอำนาจเป็นเรื่องที่รณรงค์กันอยู่ทั่วไปและเป็นปัญหาที่หนักอยู่แล้วสำหรับการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกระดับชั้น  แต่สิ่งที่สังคมไทยกำลังประสบอยู่ก็คือการที่มีคน “สวมคราบคนดี” จำนวนไม่น้อย เอาดีเข้าตัวเอาชั่วเข้าคนอื่น มีอำนาจและหาทางใช้อำนาจนั้นในรูปแบบต่างๆ จนวุ่นวาย ตรงนี้แก้ยากเพราะพวกนี้มักมีอิทธิพลไม่งั้นคงไม่กล้าเป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่แรก สำหรับประการสุดท้ายนั้นคือรัฐต้องส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรมจริงๆ เหมือนที่หลายกลุ่มเคยรณรงค์ต่อต้านทุนสามานย์ แต่ในวันนี้เราได้เห็นทุนนิยมที่ใช้ช่องทางได้เปรียบในทุกรูปแบบและไม่ผิดกฎหมายสยายปีกไปทั่วทุกตลาด  ถ้าพวกนี้ไม่ถูกควบคุมธุรกิจทุกอย่างตกอยู่ในมือพวกเขา ประชาชนจะยิ่งเดือดร้อนไม่ใช่แค่แข่งขันไม่ได้ แต่อาจต้องเสียที่อยู่ที่กิน สิ้นกำลังใจในการใช้ชีวิต ส่วนประเทศก็ไม่ได้รับการประกันจากนายทุนว่าเมื่อรวยแล้วจะต้องช่วยชาติแต่อย่างใด
 
          ห้าประการนี้เป็นอีกหนึ่งชุดปัญหาที่เติมเข้าไปให้คิด ไม่ได้บอกทางออกไว้ก่อน  เอาไว้เมื่อประเทศพ้นจากความตกต่ำแล้วลองมาย้อนดูจะพบว่าทั้งห้าประการถูกแก้แล้วโดยอัตโนมัติ  
 
........................................
(หมายเหตุ 'ห้าวิถีสู่แสงสว่างของไทย' : มองยุทธศาสตร์ โดย... เรือรบ เมืองมั่น)