
'ในหลวง-พระราชินี'ประทับศิริราช
13 มี.ค. 2558
หมายกำหนดการ เสด็จฯ ไปทรงพักผ่อนพระวรกาย ณ พระตำหนักจิตรลดาฯ ของ 'ในหลวง-พระราชินี' เลื่อนออกไป ประทับศิริราช
วันที่ 13 มีนาคม2558 ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะแพทย์ผู้ถวายการดูแล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เปิดเผยว่า พระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยทั่วไปแข็งแรงดี เสวยพระกระยาหายได้ปกติ ไม่มีพระอาการประชวรใดๆ เพียงแต่กำลังพระวรกายยังไม่พร้อมที่จะเสด็จพระราชดำเนินกลับไปประทับ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ในระหว่างนี้ แต่สามารถเสด็จพระราชดำเนินกลับไปประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ได้ระยะหนึ่ง เพื่อทรงเปลี่ยนพระราชอิริยาบถ เปรียบเสมือนทรงได้กลับไปเยี่ยมบ้านฟื้นฟูพระวรกายให้มีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งมากขึ้น เช่นเดียวกับ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขณะนี้ทรงมีพระพลามัยทั่วไปแข็งแรงเป็นปกติ ตลอดระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับรักษาพระอาการประชวร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ตามเสด็จฯ มาประทับเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิดเพื่อถวายกำลังพระหทัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดยในช่วงค่ำของวัันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จลงจากชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเสด็จพระดำเนินประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต โดยใช้เส้นทางเลี้ยวขวาที่หอประชุมราชแพทยาลัย เข้าสู่ถนนบวรสถานพิมุข ผ่านตึกศรีสังวาลย์ ออกจากโรงพยาบาลศิริราชทางประตู 8 (ประตูท่าน้ำ) จากนั้นขบวนเสด็จฯ ขึ้นสะพานอรุณอัมรินทร์ มุ่งหน้าสู่สะพานพระราม 8 เลี้ยวซ้ายแยกจปร. ข้ามสะพานมัฆวานรังสรรค์ เลี้ยวผ่านวัดเบญจบพิตร เลี้ยวซ้ายเข้าประตูเสด็จ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในพระราชวังดุสิต
ซึ่งภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินจากพระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเย็นวันที่ 3 ต.ค.2557 ต่อมาสำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปรอท (ไข้)สูง 38.2 องศาเซลเซียส ผลการตรวจพระโลหิตแสดงว่ามีภาวะติดเชื้อ มีการเปลี่ยนแปลง ในความดันพระโลหิต และอัตราการเต้นของพระหทัยเร็วขึ้น คณะแพทย์จึงได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อถวายการตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษ หลังจากที่แพทย์ได้ถวายพระโอสถปฎิชีวนะทางหลอดพระโลหิต ความดันพระโลหิตคงที่ พระปรอท(ไข้)ลดลง สภาวะทางโภชนาการดีขึ้นเป็นลำดับ
จากนั้นเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2557 สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 12 ระบุว่า คณะแพทย์ได้ติดตามผลการตรวจพระอาการอักเสบของถุงเนื้อเยือ บนผนังของพระอันตะ(ลำไส้ใหญ่)ว่า ไม่มีพระปรอท(ไข้)และไม่มีพระอาการเจ็บพระนาภี(ท้อง)แล้ว การเต้นและการหายของพระหทัยเป็นปกติ ผลการถวายตรวจด้วยเครื่องเสียงที่ช่องพระนาภี(ช่องท้อง)ไม่พบการอักเสบของอวัยวะต่างๆ แต่อย่างใด ผลการตรวจพระโลหิตเป็นปกติ แพทย์ได้งดถวายพระโอสถปฎิชีวนะรักษาพระอาการแล้ว พระอาการทั่วไปเสวยได้มากขึ้น ทรงพระบรรทมได้ดี พระวรกายแข็งแรงเป็นลำดับ รวมระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับที่โรงพยาบาทศิริราช ทั้งสิ้นจำนวน 162 วัน
ในขณะที่ประชาชนที่ทราบข่าวต่างเดินทางไปยัง โรงพยาบาลศิริราช และตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเพื่อรอเฝ้ารับเสด็จอย่างเนื่องแน่น
ล่าสุด หมายกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินกลับพระตำหนักจิตรลดา พระราชวังดุสิตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เลื่อนออกไป ขณะที่สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรที่อาคารศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช ตามปกติ



