ข่าว

คุม‘4ผู้ต้องหา’บึ้มศาลส่ง‘สตช.’

คุม‘4ผู้ต้องหา’บึ้มศาลส่ง‘สตช.’

13 มี.ค. 2558

ส่ง 4 ผู้ต้องหาปาบึ้มศาลอาญาให้ ตร.สอบ-ผบ.ตร.เผย 3 ใน 4 รับสารภาพก่อนคุมตัวทำแผน

 
 
          วันที่ 13 มี.ค.58 เมื่อเวลา 10.30 น.  พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมนกูล ผบช.น. พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รองผบช.น.พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 รับการส่งมอบตัวผู้ต้องหาจากเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายมหาหิน ขุนทอง อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ ที่ 24/58 ซึ่งทำหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ น.ส.ณัฎฐพัชร์ อ่อนมิ่ง อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ ที่ 22/58 ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมประชุมและรู้เห็นการปาระเบิด นายยุทธนา เย็นภิญโญ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ ที่ 25/58 ซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์และปาระเบิด น.ส.ธัชพรรณ ปกครอง อายุ 20 ปี (ภรรยาของนายยุทธนา)ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ ที่ 23/58 ซึ่งเป็นผู้รู้เห็นการปาระเบิด ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาชุดแรกที่มีการออกหมายจับและถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกครบ 7 วัน ทหารจึงนำตัวมาส่งมอบให้กับคณะพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้นำรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า นูโว สีดำ ทะเบียน กงต 967 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ของกลางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย
 
          ต่อมาเวลา 11.20 น. ภายหลังการรับส่งมอบตัวพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ รวมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหารับทราบ จากนั้นพล.ต.อ.สมยศ พร้อมคณะ และพ.อ วิจารณ์ จดแตง ผอ.กฎหมายผู้อำนวยการกอ.รมน. ร่วมกันให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยพล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยข้อมูลหลังการสอบสวนผู้ต้องหาว่า ทหารได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาตามกฎอัยการศึกครบ 7 วัน และได้นำตัวผู้ต้องหามาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามขั้นตอนของกฎหมาย ประกอบด้วยนายมหาหิน ขุนทอง นายยุทธนา เย็นภิญโญ น.ส.ณัฏฐ์พัชร์ อ่อนมิ่ง (นัท) น.ส.ธัชพรรณ ปกครอง นำตัวเข้าสู่กระบวนการ และได้นำผู้ต้องหามาแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมพิมพ์ลายนิ้วมือ จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาจำนวน 3 คนให้การรับสารภาพ แต่นางสาวธัชพรรณ ปกครอง หนึ่งในผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็น แต่จากการสอบสวนและการข่าวของเจ้าหน้าที่พบว่านางสาวธัชพรรณเป็นภรรยาของนายยุทธนา และรู้เห็นการประชุมวางแผนลงมือก่อเหตุดังกล่าว
 
          พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า จากการสอบสวนสามารถสรุปได้ว่าผู้ต้องหาเป็นกลุ่มเดียวกับที่ลงมือก่อเหตุวางระเบิดสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยง มีแนวคิด ทัศนคติลักษณะเดียวกัน ส่วนสาเหตุที่เลือกปาระเบิดที่ศาลอาญา เนื่องจากเป็นสถานที่เชิงสัญลักษณ์ หรือเป็นสถานที่เชื่อมโยงกับความขัดแย้ง และไม่ใช่เฉพาะเจาะจงว่าเป็นวันที่ 15 มี.ค. ที่เจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ แต่ตั้งแต่มีเหตุการณ์ระเบิดในตะวันออกกลางเกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้เฝ้าระวังมาโดยตลอดเป็นเวลานานแล้ว แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่คู่กรณี แต่ทางเจ้าหน้าที่จะต้องดูแลความสงบเรียบร้อย หากมีผู้ก่อการร้ายหลบหนีเข้ามาประเทศ เพราะความไม่ประมาทของเจ้าหน้าที่โดยยึดตามแนวทางของคสช. และรัฐบาล เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในประเทศ และดูแลประชาชาชนให้เกิดความผาสุขปลอดภัย
 
          "ระหว่างที่มีการสอบสวน เราได้พูดคุยกับผู้ต้องหา รวมทั้งเอาน้ำให้ดื่ม ทำแผลให้ และพูดกับผู้ต้องหาว่า เราเป็นคนไทยด้วยกัน มีความคิดเห็นขัดแย้งกันได้ แต่ฆ่าคนไทยด้วยกันเองไม่ได้ ผมต้องรักษากฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร ไม่อยากเป็นคู่ขัดแย้งของใครหรือกลุ่มไหน ต้องทำไปตามหน้าที่ และผู้ต้องหาให้การสารภาพบอก นางสุภาพร มิตรอารักษ์ หรือเดียร์ เป็นผู้จ้างวาน เพื่อต้องการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศ และยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะต้องดูที่พยานหลักฐานว่ามีเพียงพอหรือไม่ โดยมอบหมายให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อ เนื่องจากต้องรอผลการสอบสวนผู้ต้องหาอีก 6 คน ที่ยังอยู่ในการควบคุมของทหารตามกฎอัยการศึก จะมีการส่งมอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในวันอาทิตย์ที่ 15 มี.ค. เวลาประมาณ 11.30 น. หลังจากที่ทหารมีการ
ควบคุมตัวครบ 7 วัน และคาดว่าหลังจากนี้จะมีผู้ต้องหาจำนวน 3 คนจากทางทหาร " ผบ.ตร.กล่าว

.......................................
(หมายเหตุ ภาพจากแฟ้มข่าว)