
แถลงคืบหน้าคดีระเบิดโคกโพธิ์หลังรวบคอเต็บ
13 มี.ค. 2558
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าแถลงคืบหน้าคดีระเบิดโคกโพธิ์ หลังขยายผลรวบ คอเต็บ ในพื้นที่ พบความเชื่อมโยงคดีสำคัญเพียบ
วันที่ 13 มี.ค.58 จากกรณีเหตุการณ์ผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้สร้างสถานการณ์ลอบยิงราษฎรได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และลอบวางระเบิดแบบแสวงเครื่อง ในขณะเจ้าหน้าที่เข้าทำการช่วยเหลือ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย พี่น้องประชาชนได้รับบาดเจ็บ 6 ราย รวมบาดเจ็บทั้งสิ้น 9 ราย เหตุเกิดเมื่อ 3 มี.ค. 2558 ในพื้นที่ตำบลท่าเรือ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี และภายหลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัย ณ บ้านเลขที่ 120 บ้านท่าคลอง หมู่ที่ 10 ตำบลโคกโพธิ์ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นบ้านของ นายสาการียา สาตำ คอเต็บประจำมัสยิดบ้านท่าคลอง ตรวจพบอาวุธ และเครื่องกระสุน รวมทั้งอุปกรณ์ในการประกอบ วัตถุระเบิดจำนวนมาก พร้อมสิ่งของอื่นๆ หลายรายการ ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มี.ค.58 เวลา 08.00 น. พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากการที่เจ้าหน้าที่เข้าติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งสามารถควบคุมตัวคอเต็บประจำมัสยิดในพื้นที่เอาไว้ได้ พร้อมอาวุธปืน วัตถุระเบิด และส่วนประกอบวัตถุระเบิดได้หลายรายการ ล่าสุดทางศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา ได้ตรวจสอบอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้ พบว่า มีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่ 2 เหตุการณ์ คือ กรณีปล้นฆ่าชิงรถยนต์กระบะจำนวน 2 คัน จากพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งเป็นร้านรับซื้อน้ำยาง กรณีดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 3 ราย
ส่วนอีกราย คนร้ายยิงผู้เสียหายบาดเจ็บ 1 ราย ในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา เช่นกัน จากนั้นคนร้ายก็ได้รถยนต์กระบะไปวางระเบิดในพื้นที่ เทศบาลตำบลตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อปี 2555 และอีกเหตุการณ์หนึ่ง คือใช้รถยนต์ที่ได้จากการปล้นฆ่า ไปใช้ก่อเหตุลอบยิงฐานปฎิบัติการบ้านยือลอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 13 กพ 56 ซึ่งเหตุการณ์นั้น ทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 16 ราย ซึ่งเป็นผลเชื่อมโยงจากการตรวจสอบอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้ ส่วนการขยายผลกลุ่มเครือข่ายก็พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ อยู่ในระหว่างการดำเนินการ
........................................
(หมายเหตุ ภาพจากแฟ้มข่าว)
........................................
(หมายเหตุ ภาพจากแฟ้มข่าว)



