ข่าว

'มู'รับสมควรตก!เชลซีโดนเจ๊า2-2

'มู'รับสมควรตก!เชลซีโดนเจ๊า2-2

12 มี.ค. 2558

'ชูเซ มูรินโญ' กุนซือ เชลซี ยอมรับว่าทีมเล่นสมควรตกรอบยูฟ่า ชปล. หลังโดน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 10 คน ตีเสมอ 2-2 ในเกม 120 นาที รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2

 
                              ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 วันที่ 11 มีนาคม "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์ลีกเอิง ฝรั่งเศส โดยเกมนี้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนตั้งแต่ช่วงนาทีที่ 31 เนื่องจาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงตัวเก่งถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม และจบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0
 
                              อย่างไรก็ตามครึ่งหลัง เชลซี มาได้ประตูนำ 1-0 จาก แกรี เคฮิลล์ นาทีที่ 81 แต่ทีมเยือนตามทวงคืนได้จาก ดาวิด ลุยซ์ โหม่งลูกเตะมุมในนาทีที่ 86 เมื่อครบ 90 นาที เสมอ 1-1 รวมผล 2 นัด เสมอ 2-2 ต้องต่อเวลา
 
                              ช่วงต่อเวลาเจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำเป็น 2-1 จากลูกจุดโทษของ เอดอง ฮาซาร์ด นาทีที่ 96 แต่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยังมีลูกฮึดไล่ตามตีเจ๊าได้จากลูกโหม่งของ ติอาโก ซิลวา นาทีที่ 113 ครบ 120 นาที เสมอ 2-2 รวมผล 2 นัด เสมอ 3-3 ทำให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยกฎประตูทีมเยือน
 
                              ชูเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมเชลซี ยอมรับว่าผลงานของทีมในเกมนี้สมควรแล้วที่ทีมต้องตกรอบ เพราะมีความผิดพลาดจากการตั้งรับลูกเตะมุมถึง 2 ครั้ง ขณะที่ผลงานเฉพาะตัวของผู้เล่นทำได้ไม่ดีนัก อีกทั้งทีมยังเสียสมาธิกัน
 
                              "เราไม่ควรจะได้เข้ารอบ เมื่อทีมไม่สามารถป้องกันลูกเตะมุมได้ 2 ครั้ง และเสียสองประตู ทีมไม่สมควรจะเป็นผู้ชนะ ฟอร์มการเล่นเฉพาะตัวก็ไม่ดีพอ และเมื่อคุณเสียสองประตูจากลูกเตะมุมแบบนี้ มันคือการขาดสมาธิ การขาดความรับผิดชอบในการประกบตัว และพื้นที่ที่คุณต้องคุม เราไม่สามารถจัดการกับความกดดันได้ เราสมควรโดนลงโทษด้วยผลเสมอนี้และตกรอบ" มูรินโญกล่าว 
 
                              ด้าน โลรองต์ บลองก์ เทรนเนอร์เปแอสเช จะส่งเรื่องอุทธรณ์ต่อยูฟ่า ถึงใบแดงของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่พยายามชักขาหลบ ออสการ์ ในจังหวะโดนใบแดงแล้ว และหวังว่าจะได้กองหน้ารายนี้กลับมาเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ขณะที่การเข้ารอบครั้งนี้เป็นเหมือนกับการที่ทีมขึ้นชั้นไปอยู่ระดับเดียวกับบรรดาทีมใหญ่ของยุโรปแล้ว 
 
                              "เกมนี้เต็มไปด้วยความกดดันอย่างหนัก ทั้งสองทีมต่างกดดันใส่คู่ต่อสู้ แต่ผมคิดว่าทีมของผมดีกว่าเชลซี ในทุกพื้นที่ของสนาม เปแอสเช สมควรจะได้เข้ารอบ เราพยายามเล่นฟุตบอลมากกว่าเชลซี และสร้างโอกาสที่อันตรายได้หลายครั้ง เราตั้งรับกันได้ดีมาก ผมพูดว่าเราต้องตั้งรับให้ดีเพื่ออยู่ในเกม ลูกตั้งเตะเซ็นเตอร์แบ็กทำได้ดีทั้งเกมรุกและรับ มันเป็นฟอร์มที่มหัศจรรย์ของเกมโดยรวม เปแอสเช อยากเข้าไปร่วมกลุ่มกับลีกใหญ่ๆ และผมคิดว่าเราทำได้ในคืนนี้ เป็นการรับรองถึงสิ่งที่สโมสรทำมาหลายปี" บลองก์กล่าว
 
                              ขณะที่ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เปิดฟุตบอล อารีนา มิวนิค ไล่ต้อนชนะ ชัคเตอร์ โดเนตส์ แชมป์ลีกลูกหนังยูเครน ไปแบบขาดลอยถึง 7-0 หลังจากทีมเยือนต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ตั้งแต่นาทีที่ 2 ของเกม เมื่อ โอเล็กซานเดอร์ คูเชอร์ ไปดึง มาริโอ เกิตเซ จนเสียจุดโทษและถูกใบแดง โธมัส มุลเลอร์ ยิงจุดโทษ นาทีที่ 4 ตามมาด้วยประตูของ เฌอโรม บัวเต็ง นาทีที่ 34, ฟรองค์ ริเบรี นาทีที่ 49, โธมัส มุลเลอร์ ซัดเพิ่มนาทีที่ 51, โฮลเกอร์ บัดสตูเบอร์ นาทีที่ 63, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นาทีที่ 75 และมาริโอ เกิตเซ นาทีที่ 87 รวมผล 2 นัด บาเยิร์น มิวนิค เป็นฝ่ายชนะไปแบบท่วมท้น 7-0 เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ 
 
                              มีร์เซีย ลูเชสคู กุนซือชัคเตอร์ โดเนตส์ ออกมาโวยว่าการถูกใบแดงของคูเชอร์ ตั้งแต่นาทีที่ 3 เป็นความเสียหายของทีม และจังหวะดังกล่าวไม่น่าจะเป็นใบแดง ซึ่งหลังจากเหลือ 10 คน ทำให้ทีมไม่สามารถเล่นตามแผนการที่วางเอาไว้ได้
 
                              "ผมคิดว่าใบแดงเป็นเรื่องไม่ยุติธรรม จากนั้นเราไม่สามารถเล่นในเกมของพวกเราได้ เราแพ้ในทุกพื้นที่ พวกเขาแข็งแกร่งกว่าทุกอย่าง เกมนี้สำหรับพวกเรามันจบตั้งแต่ตอน 3-0 แล้ว" ลูเชสคู กล่าว
 
 
 
 
 
------------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)