
มูรินโญกับเชลซีต้องโทษตัวเอง
14 มี.ค. 2558
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : มูรินโญกับเชลซีต้องโทษตัวเอง
"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี คือทีมที่มีโอกาสดีที่สุดที่จะเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อมองกันจากผลงานนัดแรกที่บุกไปเสมอ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 1-1 ได้ถึงปาร์ค เดส์ แปรงส์ แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อเกิดขึ้นเมื่อทีมของ ชูเซ มูรินโญ ตกรอบคาถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของตัวเอง
จากการที่แมนฯ ซิตี แพ้ บาร์เซโลนา คาบ้าน และ อาร์เซนอล แพ้ โมนาโก คาบ้าน เชลซี จึงเป็นทีมที่โอกาสดีที่สุด แต่เมื่อต้องกระเด็นตกรอบในครั้งนี้คงจะโทษใครไม่ได้นอกจากตัว ชูเซ มูรินโญ ตัวกุนซือและนักเตะในทีมเอง
ก่อนหน้านี้ มูรินโญ มักจะออกมาโวยวายเสมอว่า เชลซี ไม่ได้รับการตัดสินที่เข้าทางเท่าที่ควร โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก ที่ถึงกับบอกว่ามีกระบวนการต่อต้าน เชลซี มีการตัดสินที่ไม่เข้าทางอยู่หลายครั้ง จนทำให้ทั้ง ดิเอโก คอสตา และเนมันยา มาติช ต้องโดนแบนยาวมาแล้ว แต่สำหรับเกมยุโรปแล้วไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะเกมกับ เปแอสเช เมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีการตัดสินของกรรมการที่เข้าทางอยู่ไม่น้อย แต่สุดท้ายทีมของมูรินโญ ก็ยังตกรอบอยู่ดี
การตัดสินของผู้ตัดสิน บิยอร์น คุยเปอร์ส ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่มากก็น้อยน่าจะมีผลมาจากเกมจิตวิทยาของมูรินโญ ที่ออกมาโวยวายผู้ตัดสินก่อนหน้านี้ ดังนั้นในนาทีที่ 31 ของเกม เปแอสเช ต้องเหลือแค่ 10 คน ทั้งๆ ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช พยายามดึงขากลับมาไม่ให้ทำร้าย ออสการ์
ความพยายามของอิบราฮิโมวิช ไม่เป็นผล และกลายเป็นใบแดง ทำให้ทีมเยือนต้องเล่นกันแค่ 10 คน หลังจากทั้งกุนซือและผู้เล่นของเชลซี พยายามเข้ากดดันผู้ตัดสินอย่างชัดเจน
หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น ความรุนแรงเกิดขึ้นจากทั้งสองทีมมากขึ้นเรื่อยๆ หากว่ายึดมาตรฐานเดียวกันแล้ว บางที ออสการ์ ก็น่าจะโดนใบแดงตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม มูรินโญ ถึงตัดสินใจส่ง วิลเลียน ลงมาแทนเมื่อจบครึ่งแรก
ยังไงซะ เชลซี ก็เป็นทีมที่มีผู้เล่นมากกว่าไปแล้ว แต่สิ่งที่มูรินโญ ตัดสินใจบัญชาให้ลูกทีมเล่น เป็นเหมือนกับสิ่งที่ทำร้ายทีมตัวเองเหมือนกัน โดยสมัยที่คุมทีมอยู่ รีล มาดริด ฮอร์เก บัลดาโน ผู้อำนวยการกีฬาในตอนนั้น เคยออกมาต่อว่าแท็กติกการเล่นแบบปลอดภัยไว้ก่อนแบบนี้มาแล้ว
เมื่อเชลซี มีผู้เล่นมากกว่า น่าจะเป็นเรื่องง่ายที่จะบดขยี้ใส่คู่แข่งอย่างเต็มที่ และปิดโอกาสของ เปแอสเช ให้เร็วที่สุด เหมือนอย่างที่ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ไม่คิดอะไรมากเดินเกมรุกใส่ ชัคเตอร์ โดเนตส์ ที่เหลือ 10 คน ตลอดทั้งเกมจนชนะแบบถล่มทลาย 7-0
มูรินโญ เลือกจะให้ลูกทีมเล่นแบบเน้นการครองบอล ไม่มีความพยายามเจาะเข้าทำประตูในกรอบเขตโทษเท่าไรนัก พอเจอทางตันก็ส่งหลังถ่ายบอลกันไปเรื่อยๆ ซึ่งรูปแบบการเล่นนี้เป็นการส่งเกมสำหรับ เปแอสเช ที่เล่น 11 คน แต่หลังจากที่ อิบราฮิโมวิช ออกจากสนามไป ความอันตรายของทีมเยือนย่อมจะหายไปเยอะ แต่ มูรินโญ ก็ไม่ได้ปรับเปลี่ยนสถานการณ์ของทีมตัวเอง
ช่วงครึ่งหลังการเล่นแบบเลี้ยงโอกาสของเปแอสเช เอาไว้ ทำให้เกือบจะพังพาบก่อน หากว่าจังหวะยิงของ เอดิสัน คาวานี โดนเสาเหลี่ยมดีสักหน่อย
จริงอยู่ที่ในที่สุดแล้วเชลซีมาได้ประตูนำจาก แกรี เคฮิลล์ ในนาทีที่ 81 แต่นั่นก็ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อย เพราะยังไงซะ เปแอสเช ก็ยังต้องยิงให้ได้ 1 ประตูเพื่อต่อเวลาอยู่ดี และในที่สุดทีมเยือนที่รอโอกาสทั้งเกมโต้กลับและลูกตั้งเตะก็มาสบโอกาสในช่วงท้ายเกม
จังหวะโขกของ ดาวิด ลุยซ์ เป็นความผิดพลาดในแนวรับของเชลซี ที่ขาดสมาธิชัดเจน ทั้งๆ ที่เพิ่งส่ง เคิร์ท ซูมา ลงมาช่วยเล่นลูกกลางอากาศอยู่อีกคน
ช่วงการต่อเวลา มูรินโญ ตัดสินใจส่ง ดิดิเยร์ ดร็อกบา ลงมาแทน รามิเรส และก็ถือว่าได้ผล ลูกกลางอากาศมีส่วนทำให้ทีมได้จุดโทษ และได้ประตูนำอีกครั้ง แต่ก็เหมือนเดิมตรงที่ว่ามูรินโญ และเชลซี ยังคงเปิดโอกาสให้ เปแอสเช อยู่เสมอ
ในที่สุดลูกเตะมุมที่ เปแอสเช รอคอยก็มาถึง ฝั่งขวาเป็นการเตือนจากการโขกของ ติอาโก ซิลวา และจากนั้นทางฝั่งซ้าย ทั้งๆ ที่เชลซีมีผู้เล่นที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดีทั้ง ดร็อกบา, แกรี เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี และเคิร์ท ซูมา แต่ทั้ง 4 คนเกิดสับสนทำให้ ซิลวา โหม่งเข้าไปได้
ความผิดพลาดในแนวรับอาจจะมาซึ่งการตกรอบของเชลซี ก็จริง แต่อีกเหตุหลักคือ เชลซี เปิดโอกาสให้ เปแอสเช อยู่เสมอ ทั้งๆ ที่มีความได้เปรียบอย่างมากมายทั้งในช่วง 90 นาที และในช่วง 120 นาที ที่นักเตะของเปแอสเช กำลังอ่อนล้ากันแบบสุดๆ
อย่างไรก็ตามความสำเร็จของเปแอสเช ในครั้งนี้คงต้องชม โลรองต์ บลองก์ และลูกทีมที่มาเยือนแบบไม่ตื่นเต้นว่าจะต้องเร่งยิงประตูทั้งในช่วงที่มี ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หรือว่าช่วงที่เหลือเพียงแค่ 10 คนแล้ว
เกมรับก็ตั้งรับกันอย่างใจเย็น ประกอบกับการที่เชลซี เน้นการส่งบอลไปมา ไม่ทำเร็ว ทำให้นักเตะที่มีวินัยของทีมเยือนลงมาคุมพื้นที่ไปตั้งรับกันได้ทัน จะมีพลาดก็เพียงลูกเตะมุมที่เชลซี มีโชคจากการพลาดของ ดิเอโก คอสตา จนมาเข้าทางให้ เคฮิลล์ ยิงประตูได้
สำหรับ ชูเซ มูรินโญ แล้ว เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ คงเป็นบทเรียนสำคัญที่อ่านสถานการณ์ไม่ขาด และเชื่อว่าทีมจะทำได้ตามแผนการที่วางเอาไว้ทุกอย่าง ในความเป็นจริงหากว่ามีประตูนำในครึ่งแรก ครึ่งหลังลงมาเน้นอีกสักประตูก็อาจจะทำให้เปแอสเช ถอดใจกันไปเอง แต่สุดท้ายก็ลืมไปว่าหากไม่ยิงให้ขาดไปก่อน ยังไง เปแอสเช ก็ต้องการเพียงแค่ประตูเดียว สถานการณ์ก็พลิกทุกสิ่งทุกอย่างได้
หากว่า มูรินโญ และเชลซี มีความกล้าไปกว่านี้ เราคงได้เห็นเชลซี ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ไปแล้ว
------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP , EPA)



