
'สุทธิชัย'นำทีมพบตร.สู้คดี
12 มี.ค. 2558
'สุทธิชัย' พร้อมคณะผู้บริหารพบพนักงานสอบสวน เดินหน้าสู้ 'เอสแอลซี' แจ้งหมิ่นประมาท ยืนยันต่อสู้บนความถูกต้อง ด้าน ปชช.แห่มอบดอกไม้ให้กำลังใจล้น
12 มี.ค. 58 ที่ สน.ตลาดพลู นายสุทธิชัย หยุ่น ประธานบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และทีมผู้บริหารเนชั่น เดินทางไปพบ พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ตลาดพลู ถนนวุฒากาศ เพื่อชี้แจงเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทหลังจากบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) หรือเอสแอลซี เข้าแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาการสอบสวนนานกว่า 2 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ
นายสุทธิชัย กล่าวว่า การมารายงานตัวครั้งนี้ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา เพราะเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมทั้งปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพื่อให้สังคมไทยได้รับรู้ว่าผู้บริหารของเนชั่นกรุ๊ปและพนักงานในเครือพร้อมที่จะต่อสู้เรื่องนี้ด้วยจุดยืนบนความถูกต้อง ภายใต้กรอบของกฎหมายและจรรยาบรรณสื่อมวลชน เพื่อปกป้องคนข่าวเนชั่นที่ดำเนินการด้านข่าวมานานกว่า 40 ปี ซึ่งอะไรที่ทำหน้าที่ที่ไม่มีอิสระ เราก็ต้องมีการตรวจสอบว่ามีเจตนารมณ์ตรงกับเราหรือไม่ เราจึงต้องต่อสู้คดีนี้ในฐานะคนข่าว พร้อมยืนยันกับคนข่าวให้มีความเชื่อถือและไว้วางใจ เพราะถ้าเราทำข่าวแล้วไม่มีอิสระเราก็ต้องตรวจสอบ
“เราอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ สื่อที่ดีต้องมีผู้ถือหุ้นที่ดี เราจึงตั้งคำถามกับสังคมไทยที่ต้องการคำตอบ เพราะถ้าใครที่จะเข้ามาซื้อหุ้นก็ต้องมีความกังวล เพราะเขาเข้ามาซื้อหุ้นของเนชั่นมากเป็นพิเศษ เพราะตลอดที่ผ่านมาการนำเสนอข่าวของเครือเนชั่นล้วนยึดถือความถูกต้องเป็นสำคัญ และเชื่อมั่นว่าการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตด้วยวิชาชีพของสื่อมวลชนในฐานะผู้สังเกตการณ์และเฝ้าระวังภัยให้กับสังคมเป็นมืออาชีพ” นายสุทธิชัย กล่าว
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ระหว่างการเข้าพบพนักงานสอบสวนของนายสุทธิชัยพบว่า ประชาชนจากหลายพื้นที่ทั้งเดินทางมาจาก จ.ราชบุรี นครปฐม กรุงเทพมหานคร เขตบางแค บางกอกน้อย บึงกุ่ม พระโขนง มาให้กำลังใจนายสุทธิชัย และคณะผู้บริหารที่ถูกกล่าวหาบริเวณหน้า สน.ตลาดพลู พร้อมนำดอกกุหลาบสีแดงมามอบให้เป็นกำลังใจในการต่อสู้จากกลุ่มทุนสีเทาที่เข้ามาซื้อหุ้นบริษัทในเครือเนชั่น
ร.ต.ประเสริฐ เทพเกื้อ ชาว จ.ราชบุรี กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนบ้านรวม 10 คน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาและมาถึงกรุงเทพมหานครเมื่อช่วงสาย หลังจากทราบข่าวว่านายสุทธิชัย และคณะผู้บริหารต้องมารับทราบข้อกล่าวหาเรื่องหมิ่นประมาท ทั้งนี้ ยืนยันว่า ในฐานะผู้บริโภคข่าวและชื่นชอบดูข่าวช่องเนชั่นมานาน ได้รับรู้ว่าเนชั่นทำข่าวบนฐานของข้อเท็จจริงของสังคมมาโดยตลอด เมื่อรู้ว่าเนชั่นกำลังจะถูกฟ้องร้องด้วยความไม่เป็นธรรม จึงรู้สึกกังวลใจ ถึงแม้ตัวเองจะไม่มีอำนาจช่วยเหลือได้ แต่ส่วนหนึ่งขอเป็นส่วนเล็กๆ ที่จะสามารถช่วยให้กำลังใจได้ จึงอยากจะให้นายสุทธิชัยต่อสู้ต่อไปบนความถูกต้อง ให้เป็นที่พึ่งของประชาชนต่อไป สิ่งไหนดีก็สนับสนุน สิ่งไหนไม่ดีต้องคัดค้าน
“ผมทราบข่าวจากพรรคพวกและได้ติดตามข่าวมาโดยตลอดว่าคุณสิทธิชัย หยุ่น ถูกกลั่นแกล้ง ก็รู้สึกไม่สบายใจ เพราะเห็นความไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้น จึงได้พูดคุยกับเพื่อนและมีความคิดเห็นตรงกัน จึงเดินทางมาให้กำลังใจในวันนี้ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะติดตามการต่อสู้ของกระบวนการตามกฎหมายที่ผมเชื่อว่ามีความยุติธรรมอยู่” ชาวจ.ราชบุรี กล่าว
ไม่ต่างจากความคิดเห็นของ น.ส.พิรงรอง รามสูต อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เดินทางมาให้กำลังใจในฐานะที่เคยเป็นรุ่นน้องอยู่ที่เนชั่น กล่าวว่า เนชั่นทำงานบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและมีความเป็นมืออาชีพ ดังนั้น จึงต้องแยกว่าการทำธุรกิจทั่วไปกับการทำธุรกิจสื่อ มันแตกต่างกัน ถึงแม้จะดูเหมือนไม่ต่างแต่มีเส้นบางๆ กั้นอยู่ จึงต้องแยกออกจากอำนาจทุน
ขณะที่ นางอัญญาอร พานิชพึ่งรัถ หนึ่งในผู้เดินทางมาให้กำลังใจ เปิดเผยว่า ได้ติดตามสถานการณ์การเข้ามาซื้อหุ้นของบริษัทเนชั่น ซึ่งรับรู้ว่าเป็นคนเดียวกับคนที่ซื้อหุ้นของสปริงนิวส์ จึงรู้สึกไม่สบายใจ เพราะการซื้อหุ้นในเนชั่นครั้งนี้เกินร้อยละ 10 มีความเป็นห่วงว่า การเสนอข่าวต่อไปจะไม่มีความเที่ยงตรง เพราะการบริหารงานจะต้องถ่วงดุลกัน ข่าวต้องมีความหลากหลาย จึงได้เข้ามาให้กำลังใจนายสุทธิชัย อยากให้นายสุทธิชัยเข้มแข็งต่อสู้กันต่อไป
“การทำหน้าที่สร้างการเรียนรู้ให้กับประชาชนรับรู้หลายทาง เป็นสื่อที่จะคอยบอกให้ประชาชนรับรู้ เพราะเท่านี้ก็รับรู้ได้ว่าคุณสุทธิชัย ได้มาแสดงความบริสุทธิ์ใจและพร้อมต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมาย ดิฉันจึงขอติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าผู้ถือหุ้นคนนี้จะมีความเคลื่อนไหวอะไรอย่างไรอีก แต่ถ้าอนาคตมีการพูดคุยกันและตกลงกันได้ด้วยดีทั้งสองฝ่ายดิฉันก็ไม่ขัดข้องอะไร” นางอัญญาอร กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ตลาดพลู กล่าวว่าเบื้องต้นทางผู้ถูกกล่าวหาได้ให้การปฏิเสธต่อเจ้าพนักงานสอบสวน ทั้งนี้หากสอบสวนแล้วเข้าข่ายความผิดจะส่งสำนวนฟ้องทันที จากนี้จะทำหนังสือไปยังกระทรวงไอซีทีว่า ใครเป็นเจ้าของ เพื่อถามว่าข้อความใครเป็นผู้ลงในเว็บไซต์ ต่อจากนี้จะทำหนังสือไปยังราชบัณฑิตยสถานเพื่อตรวจสอบข้อความที่ลงในเว็บไซต์ว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ ส่วน นายนิติราษฎร์ บุญโย ผู้ดูแลเว็บไซต์ ติดภารกิจ เจ้าหน้าที่ต้องให้ทำหนังสือชี้แจงว่า เกิดจากสาเหตุอันใด และจะเข้าพบพนักงานสอบสวนเมื่อไหร่
คดีดังกล่าวมีผู้บริหารเครือเนชั่นถูกกล่าวหารวม 5 ราย ประกอบด้วย 1.บริษัท กรุงเทพธุรกิจ มีเดีย จำกัด 2.นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น 3.น.ส.ดวงกมล โชตะนา กรรมการผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท กรุงเทพธุรกิจมีเดีย จำกัด 4.นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา และ 5.นายนิติราษฎร์ บุญโย ผู้ดูแลเว็บไซต์และบรรณาธิการข่าวออนไลน์ เว็บไซต์ www.bangkokbiznews.com ทุกคนเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหายกเว้น นายนิติราษฎร์ติดภารกิจไปทำข่าวที่ต่างประเทศ



