
โรงไฟฟ้ากลางทะเลทรายระเหิดนกในพริบตา
14 มี.ค. 2558
เวิลด์วาไรตี้ : โรงไฟฟ้ากลางทะเลทราย ระเหิด นกในพริบตา
ทางออกของมนุษย์สำหรับปัญหาการขาดแคลนพลังงานประเภทเชื้อเพลิงฟอสซิล คือ การสร้างแหล่งพลังงานทางเลือก ทั้งการใช้พลังงานลม น้ำ และแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้า แทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้ความมั่นคงในด้านพลังงานในอนาคตนั้นมีความชัดเจนและสดใสมากขึ้นกว่าช่วงหลายทศวรรษก่อนหน้านี้
แต่การสร้างแหล่งผลิตพลังงานทางเลือกนั้น อาจเป็นการทำร้ายธรรมชาติในแบบที่มนุษย์เรานึกไม่ถึง เช่น การสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ก็อาจส่งผลกระทบต่อสายพันธุ์สัตว์น้ำในแหล่งน้ำนั้นๆ หรือแม้แต่การสร้างแหล่งผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ก็กลับทำให้นกในท้องถิ่นเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วในสหรัฐอเมริกา เมื่อเกิดโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เครสเซนท์ ดูนส์ ในทะเลทรายรัฐเนวาดา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา ปรากฏว่าโครงการนี้ทำให้นกท้องถิ่น เสียชีวิตอย่างไม่สมควรและมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกที
ต้องอธิบายกันก่อนถึงการทำงานของแหล่งพลังงานจากแสงอาทิตย์แบบนี้ เพราะโครงการนี้ไม่ใช่แผงโซลาร์เซลล์ ที่มาติดตั้งกันบนพื้นที่ใหญ่ๆ แล้วค่อยแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า แต่โครงการในทะเลทรายเนวาดานี้ ใช้กระจกโค้ง 17,500 บาน สะท้อนแสงไปยังจุดรวมแสงบนหอคอยสูง 160 เมตรเหนือพื้นดิน เพื่อนำพลังงานความร้อนที่เกิดจากแสงอาทิตย์ที่มารวมกันเป็นจุดเดียวจนมีความเข้มสูงมากนั้น เผาเกลือ ที่บรรจุอยู่ในหอคอยตรงกลางไร่บานกระจกโค้ง แล้วนำเกลือที่กลายเป็นของเหลวเนื่องจากถูกความร้อนแผดเผานั้นไปส่งผ่านความร้อนให้กับน้ำ ทำให้น้ำกลายเป็นไอน้ำแรงดันสูงไปปั่นใบพัดเทอร์ไบน์ ของเครื่องผลิตไฟฟ้าอีกทอดหนึ่ง
เป้าหมายของโครงการนี้คือการผลิตพลังงานไฟฟ้า 110 เมกะวัตต์ โดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิง เพราะเกลือปริมาณมหาศาล ราว 32 ตัน ในหอคอย จะถูกนำกลับมาใช้เป็นวงจรหลอมละลายด้วยความร้อน-ส่งผ่านความร้อนให้แก่น้ำ-กลายเป็นของแข็งอีกครั้ง-นำกลับมาหลอมเลวด้วยความร้อน เช่นนี้ตลอดไปหลังจากที่เกลือทั้งหมดในหอคอยถูกหลอมละลายในช่วงแรที่มีการเดินเครื่องการผลิตไฟฟ้านาน 2 เดือน
โครงการนี้แล้วเสร็จและเริ่มทดลองเดินเครื่องตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา แม้จะเป็นการเดินเครื่องใช้พลังงานเพียง 1 ใน 3 ของพลังแสงอาทิตย์ที่สะท้อนจากกระจกโค้งทั้งหมด แต่กลับมีรายงานว่านกที่บินผ่านเขตระหว่างพื้นที่กระจกโค้งกับหอคอย “ถูกเผา” หรือ “ระเหิด” ไปแล้วกว่า 100 ตัว
ต้องอธิบายก่อนว่าการ “ระเหิด” คือ การที่สสารเปลี่ยนสถานะจากของแข็ง เป็นก๊าซ ในทันที โดยไม่เปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวก่อน ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดการระเหิดที่สำคัญที่สุดมาจากการใส่พลังงานเข้าไปในของแข็งนั้นเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น นกที่ “ระเหิด” ไปนั้น ก็ต้องได้รับพลังงานความร้อนมหาศาลจากการรวมแสงอาทิตย์จนมีความเข้มสูงมากจากกระจกโค้งมุ่งไปยังหอคอย
แม้ในมุมนี้โครงการเครสเซนท์ ดูนส์ จะดูเป็นผู้ร้ายตัวสำคัญ ที่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ แต่ที่จริงนั้นยังมีแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ทำลายสิ่งมีชีวิตมากกว่าโครงการ เครสเซนท์ ดูนส์ อีก โดยเมื่อเทียบพลังงานที่ผลิตออกมาในทุกเมกะวัตต์ แล้วนั้น โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินจะทำลายสิ่งมีชีวิตมากที่สุดถึง 7.9 ล้านชีวิต รองลงมาได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ที่ 3.3 แสนชีวิต ส่วนพลังงานแสงอาทิตย์จะทำลายชีวิตสูงสุดเพียง 28,000 ชีวิต
อย่างที่มีคำกล่าวว่า เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงดาว นับประสาอะไรกับการสร้างฟาร์มกระจกโค้งขนาดยักษ์ในพื้นที่ทะลทราย จะไม่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตอื่นกัน เพียงแต่เมื่อมองตามสถิติแล้วเขาว่า “ยอมรับได้”



