ข่าว

‘ณรงค์ศักดิ์’จากเด็กส่งมะพร้าวสู่เถ้าแก่ร้อยล้าน

‘ณรงค์ศักดิ์’จากเด็กส่งมะพร้าวสู่เถ้าแก่ร้อยล้าน

13 มี.ค. 2558

คมคิดธุรกิจนิวเจน : จาก ‘เด็กส่งมะพร้าว’ สู่เถ้าแก่ร้อยล้าน ก้าวธุรกิจที่มั่นคง ‘ณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน’ : เรื่อง สุรัตน์ อัตตะ /ภาพ สมศักดิ์ เนตรทอง

 
            “ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน” น่าจะใช้ได้ดีกับชีวิตเกษตรกรยอดนักสู้ ผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่ก้าวขึ้นมาจากชีวิตเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวธรรมดาสู่เจ้าของกิจการส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่มีมูลค่านับร้อยล้านในวันนี้ สำหรับ ”ณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน” เจ้าของบริษัท เอ็น.ซี.โคโคนัท จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายมะพร้าวน้ำหอมและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวน้ำหอม ภายใต้แบรนด์"N.C. CoCoNut" ในอ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี
 
            เขาใช้เวลาเพียง 20 ปีจากลูกหลานเกษตรกรธรรมดาในการเรียนรู้เชิงชั้นธุรกิจและสั่งสมประสบการณ์ จนก้าวขึ้นมาสู่การมีกิจการเป็นของตัวเอง แม้จะไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับเด็กหนุ่มที่มุ่งมั่น หวังต้องการปลดแอกความยากจนให้หลุดพ้นจากการถูกเอารัดเอาเปรียบของพ่อค้าคนกลาง ก่อนก้าวมาสู้เจ้าของธุรกิจอย่างเต็มตัว
 
            “ก็อยากจะเรียนสูง ๆ นะ จบออกมาจะได้มีงานมีการทำดี ๆ เหมือนคนอื่นเขา แต่หลังเรียนรามได้เพียงปีเดียว แม่ก็ให้กลับมาบ้านให้มาช่วยดูแลสวนองุ่น เพราะที่บ้านไม่มีใคร ตอนนั้นที่บ้านมีสวนองุ่นอยู่ 17 ไร่ มะพร้าวน้ำหอมอีก 30 ไร่ ช่วงนั้นองุ่นให้ผลตอบแทนดีมาก เทียบกับมะพร้าวคนละเรื่องเลย มะพร้าว 10 ไร่ ปีเดียวทำเงินล้านยากมาก แต่องุ่นทำได้หลายล้านเลยนะ”
 
            ณรงค์ศักดิ์ย้อนอดีตเมื่อ 20 ปีที่แล้วที่ต้องดูแลสวนองุ่น ซึ่งเป็นอาชีพที่ทำรายได้หลักเลี้ยงครอบครัวในขณะนั้น หลังสวมหมวกเกษตรกรชาวสวนองุ่นอยู่ 6 ปี ในที่สุดก็เปลี่ยนวิถีชีวิตจากคนทำไร่องุ่นสู่่เกษตรกรชาวสวนมะพร้าว แม้องุ่นจะเป็นผลไม้ที่ทำรายได้ดี แต่เขาก็คิดว่าอาจมีปัญหาต่อสุขภาพในอนาคตได้ เนื่องจากองุ่นเป็นไม้ผลที่ต้องใช้สารเคมีในทุกขั้นตอนการผลิต
 
            “ทำองุ่นอยู่ 6 ปีตั้งแต่ปี32 ถึงปี38 ก็ค้นพบสัจธรรม ถ้าทำไปเรื่อย ๆ คงมีปัญหาสุขภาพแน่นอน เพราะต้องอยู่กับยา อยู่กับสารเคมีตลอด ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว ก็เลยมาคิดว่าถ้าไม่ทำองุ่นแล้วจะทำอะไรดี พอดีมีมะพร้าวน้ำหอมอยู่ 30 ไร่ เลยตัดสินใจเลิกทำองุ่นหันมาเก็บมะพร้าวขายแทน”
 
            หลังการเข้าสู่วิถีเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว เขาก็เริ่มเก็บมะพร้าวจากสวนขายให้กับพ่อค้าที่มารับซื้อหน้าสวนจากนั้นก็ขยับมาเป็นคนรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่เพื่อไปส่งจำหน่ายตลาดไทฌอง โดยไม่ง้อพ่อค้า แม้จะได้ส่วนต่างเพียงแค่ลูกละบาท แต่ก็ยังดีกว่าถูกกดราคาจากพ่อคนกลางที่เข้ามารับซื้อหน้าสวน
 
            แม้ราคาซื้อขายมะพร้าวหน้าสวนเมื่อ 20 ปีที่แล้วจะถูกแสนถูกเฉลี่ยลูกละ 1-2บาทเท่านั้น แต่เกษตรกรก็ไม่ได้เดือนร้อน เพียงขอให้ขายได้เป็นพอ เนื่องจากไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย หากแต่พ่อค้าที่มารับซื้อนั้นกลับนำไปขายต่อในราคาที่สูงกว่าการรับซื้อจากเกษตรกรหลายเท่าตัว  นี่คือเหตุผลสำคัญที่เขาจำต้องตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง โดยเสนอตัวมารับซื้อเองและให้ราคาที่สูงกว่า
 
            “สมัยก่อนหาคนซื้อต่อจากเรายากมาก ส่งโรงงานเขาก็ไม่รับ เขามีโควตาอยู่แล้ว พอดีช่วงนั้นตลาดไทเปิด แผงว่างเยอะก็เลยเข้าไปติดต่อแม่ค้าเพื่อขอลงมะพร้าวปรากฎว่าได้ ไปส่งเท่าไหร่เขารับหมด ตอนนั้นเรารับซื้อมาลูก 2 บาทไปขายลูก 3 บาท เราได้ส่วนต่างลูกละบาท รวมค่าจ้างรถ ค่าจ้างลูกน้องขนมะพร้าว 5-6 คน ทำอยู่ระยะหนึ่งก็ถอยรถ10ล้อออกมา แรก ๆ มีคนขับ ช่วงหลังคนขับไม่มีเลยขับเอง ขนมะพร้าวจากดำเนินไปส่งตลาดไท ทำอย่างนี้ทุกวันเป็นกิจวัตรอยู่ 3 ปีเต็ม”
 
            จากนั้นเขาจึงคิดหาวิธีเพิ่มมูลค่ามะพร้าวด้วยการแปรรูปเป็นมะพร้าวเผาแทนที่จะส่งผลมะพร้าวสดอย่างเดียว วิธีการก็คือนำลูกมะพร้าวสดมาปอกเปลือกแล้วต้ม ก่อนเผาหัวด้วยแก๊สเพื่อทำเป็นมะพร้าวเผาจะขายได้ราคาที่เพิ่มขึ้น นี่คือจุดเริ่มต้นของการแปรรูปมะพร้าวและส่งออกมะพร้าวไปยังต่างประเทศเป็นครั้งแรก
 
            “ในช่วงปี44 มีพ่อค้าชาวไต้หวันมาติดต่อขอซื้อมะพร้าว สมัยก่อนมะพร้าวไทยเข้าไต้หวันยากมาก พอดีปีนั้นเขาเปิดให้เข้าได้ พ่อค้าคนนี้เขาได้โควตาจากรัฐบาล  เราก็ส่งมะพร้าวเจียสดชุบน้ำยากันเชื้อราแพ็คลงกล่องส่งไปให้เขา ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งออกมะพร้าวไปต่างประเทศคือไต้หวัน”
 
            แม้จะเริ่มเข้าสู่ยุคการทำตลาดในต่างประเทศ โดยเริ่มจากไต้หวันเป็นประเทศแรก แต่ก็ยังไม่ทิ้งตลาดในประเทศ อย่างตลาดไท ซึ่งเป็นตลาดที่ยังคงทำรายได้หลักให้กับเขา ก่อนเริ่มหาลู่ทางส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง พร้อมกับเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพิ่มเติม โดยเริ่มออกผลิตภัณฑ์ตัวที่ 3  วุ้นในลูกมะพร้าวเพื่อส่งไปจำหน่ายยังสิงคโปร์ เป็นประเทศถัดมา
 
            ถึงแม้ผลิตภัณฑ์วุ้นในลูกมะพร้าวจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี แต่ก็ต้องประสบปัญหาความไม่ลงตัวของถุงบรรจุภัณฑ์ใส่มะพร้าวแช่เย็น ส่งผลทำให้อายุการเก็บรักษาสั้น ถือเป็นข้อจำกัดของการส่งออกไปประเทศที่ต้องใช้ระยะเวลาการขนส่งนาน ๆ
 
            หลังเจอปัญหาดังกล่าว เขาจึงไปปรึกษากับบริษัท พรีแพ็ค(ประเทศไทย) จำกัดและบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัดเพื่อร่วมกันพัฒนาบรรจุภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ ทำให้มะพร้าวแปรรูปวุ้นในลูกมะพร้าวสามารถมีอายุการเก็บได้นานขึ้นถึง 3 สัปดาห์ จนสามารถขยายตลาดส่งออกได้เพิ่มขึ้นขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโรปและออสเตรเลีย ที่ต้องใช้ระยะเวลาการขนส่งยาวนานขึ้น
 
            “มะพร้าวควั่น ปอกเปลือกเหลือแต่เปลือกขาว ๆ รูปทรงนี้สามารถเก็บได้นานถึง 2 เดือน เป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่ขายดิบขายดีในประเทศไกล ๆ อย่างอเมริกา ยุโรปหรือออสเตรเลีย   อย่างห้างวูเวิร์ดที่มีอยู่กว่าพันสาขาทั่วออสเตรเลีย เขาก็มาคอนแท็คทำสัญญาซื้อขายโดยตรงกับเราเลย”ณรงค์ศักดิ์เผยข้อมูล
 
            แม้ตลาดจะมีความสำคัญ แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าก็คือคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าจะต้องได้รับการยอมรับของลูกค้าและผู้บริโภคด้วย ซึ่งนับเป็นความโชคดีของเขาที่เข้าใจธรรมชาติของมะพร้าวน้ำหอมเป็นอย่างดี  ณรงค์ศักดิ์บอกว่าระยะเวลาการเก็บเกี่ยวจะมีส่วนสำคัญอย่างมากในการคงไว้ซึ่งคุณภาพและรสชาติความหอมอร่อย โดยให้สังเกตุจากการออกดอกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 7 เดือนพอดี หากน้อยกว่าหรือมากกว่านี้รสชาติความหอมของน้ำมะพร้าวก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
 
            “จะทำยังไงให้อนาคตเรามั่นคง สามารถยืนอยู่ในตลาดได้นาน สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้ในฐานะลูกชาวสวนอยู่กับมะพร้าวมาตั้งแต่เด็ก รู้ว่าตัดตอนไหนอร่อยที่สุด ก็รู้ว่ามะพร้าวออกดอกประมาณ 7 เดือนจะแก่ได้ที่ นับไปไม่เกิน 5 วัน ถือเป็นช่วงอร่อยที่สุด ให้รีบตัดเลย รสชาติก็จะไม่เปลี่ยน ถ้าตัดก่อนหน้านั้นเนื้อจะบางน้ำจะเปรี้ยว แต่หากเกิน 5 วันเนื้อจะหนาน้ำจะซ่าไม่อร่อย ฉะนั้นช่วงนี้เป็นช่วงที่มะพร้าวอร่อยที่สุด”
 
            ณรงค์ศักดิ์ยอมรับว่าการทำให้ผลผลิตมะพร้าวมีคุณภาพได้มาตรฐานทุกลูกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะต้องทำความเข้าใจกับเกษตรกรในเครือข่ายกว่า 300 ราย รวมกว่า 7,000 ไร่ครอบคลุมพื้นที่ 3 จงัหวัดได้แก่ จ.ราชบุรี สุมทรสงครามและสมุทรสาครให้มีการดูแลรักษา ตั้งแต่เริ่มออกดอกจนถึงการเก็บเกี่ยวให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน
 
            “บริษัทจะมีการประชุมเกษตรกรสมาชิกในเครือข่ายปีละ 1-2 ครั้งเพื่อหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนให้ความรู้การจัดการสวนมะพร้าว ระบบน้ำในสวน การให้ธาตุอาหารและปุ๋ยที่เหมาะสม ตลอดจนการป้องกันกำจัดศัตรูพืชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต”
 
            ปัจจุบันดำเนินธุรกิจส่งออกมะพร้าวและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวน้ำหอมของเขา ภายใต้แบรนด์ เอ็น.ซี.โคโคนัท จะประสบผลสำเร็จสามารถครองตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ มีปริมาณการส่งออกเฉลี่ยปีละ 20-25 ล้านลูก มูลค่าไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อปี แต่เขาก็ไม่เคยหยุดยั้งในการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองลูกค้าในตลาดอยู่เสมอ ล่าสุดได้ร่วมกับสำนักนวัตกรรมแห่งชาติในการทำวิจัยผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ซึ่งคาดว่าจะนำออกวางจำหน่ายในตลาดในเร็ว ๆ นี้
 
            ไม่เพียงเท่านั้นเขายังได้คำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โดยร่วมกับบริษัท มหาชัย กรีนพาวเวอร์ จำกัดในการนำเปลือกมะพร้าวที่เหลือจากกระบวนการผลิตมาทำเป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องได้ประมาณเดือนมิถุนายน 2558 ที่จะถึงนี้
 
            ณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน นับเป็นคลื่นลูกใหม่ในวงการธุรกิจการเกษตรที่เติบโตมาจากเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว จนก้าวขึ้นมากุมธุรกิจส่งออกมะพร้าวรายใหญ่ มีมูลค่าตลาดรวมนับร้อยล้านในวันนี้
 
 
 
ย้อนตำนาน ‘มะพร้าวน้ำหอม’ ไทย
 
 
            เป็นที่รับรู้กันดีว่ามะพร้าวน้ำหอมเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของไทยชนิดหนึ่ง ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกประมาณ 115,700 ไร่ ผลผลิตประมาณ 407,000 ตัน โโดยมีพื้นที่ปลูกหลักอยู่ใน 5 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาครและฉะเชิงเทรา
 
            ณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน ย้อนอดีตมะพร้าวน้ำหอมของไทยว่ามะพร้าวสายพันธุ์นี้มีอยู่ที่เดียวในโลกและเป็นการกลายพันธุ์มาจากมะพร้าวพันธุ์ต้นเตี้ยสีเขียวที่เรียกว่า หมูสีเขียว ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมที่ปลูกกันมากในอ.สามพรานและอ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ก่อนที่คนรุ่นเก่าได้เห็นจุดเด่นตรงนี้ จึงได้นำไปปลูกไปยังพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาครและฉะเชิงเทราและอีกหลายพื้นที่ในเขตที่ราบลุ่มภาคกลาง
 
            โดยเฉพาะบริเวณปากแม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำบางปะกง จะพบเห็นการปลูกมะพร้าวน้ำหอมกันมาก เนื่องจากสภาพแวดล้อมและดินมีส่วนทำให้คุณภาพของมะพร้าวน้ำหอมยังคงลักษณะของความหอม เพราะถ้านำไปปลูกในที่ห่างไกลออกไป ความหอมจะหายไปหรือจะมีความหอมน้อยลง
 
            “พันธุ์จากสามพราน มาบ้านแพ้วแล้วมาดำเนินฯ ปัจจุบันขยายพื้นที่ปลูกเต็มจังหวัดราชบุรี ที่ดำเนินปลูกมากที่สุดประมาณ 4-5หมื่นไร่ หัวใจสำคัญอยู่ที่ดินดี มีแหล่งน้ำถึง จะเห็นว่าแม่น้ำแม่กลองไหลไปถึงไหนปลูกมะพร้าวดีไปถึงตรงนั้น” ณรงค์ศักดิ์ ย้ำทิ้งท้าย