
โพลล์เผยปชช.เชื่อระเบิดศาลเกี่ยวการเมือง
12 มี.ค. 2558
ดุสิตโพล เปิดผลสำรวจ ปชช.เชื่อระเบิดศาลเกี่ยวข้องการเมือง ห่วงบ้านเมืองวุ่นอีก
วันที่ 12 มี.ค.58 ดุสิตโพล เผยผลสำรวจพบประชาชนเชื่อเหตุระเบิดศาลอาญาเกี่ยวข้องกับการเมือง ชี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนว่าบ้านเมืองจะวุ่นวายอีก ห่วงภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย ความน่าเชื่อถือและเสถียรภาพรัฐบาลลดลง แนะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย
จากเหตุระเบิดบริเวณลานจอดรถศาลอาญารัชดา เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของคืนวันที่ 7 มี.ค. 28558 ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้และถูกควบคุมตัวเพื่อขยายผลในคดีต่อไป เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน ต่อเหตุการณ์ระเบิด “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,271 คน ระหว่างวันที่ 8-11 มีนาคม 2558
ผลสำรวจ ประชาชนคิดอย่างไรกับเหตุการณ์ระเบิดบริเวณศาลอาญา อันดับ 1 เป็นการส่งสัญญาณเตือนว่าบ้านเมืองจะกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง 84.58 % อันดับ 2 เป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง 78.21 % อันดับ 3 สร้างสถานการณ์ ป่วนเมือง ทำให้บ้านเมืองไม่สงบ 76.79 % อันดับ 4 ควรเร่งหาตัวผู้บงการมาดำเนินคดีโดยเร็ว 72.86 % อันดับ 5 ทำให้ประชาชนวิตกกังวล หวาดระแวง รู้สึกไม่ปลอดภัย 65.62 %
ส่วนประชาชนคิดว่าเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้ เกิดจากสาเหตุใด อันดับ 1 ความขัดแย้งทางการเมือง 89.38 % อันดับ 2 ต้องการสร้างกระแส สร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง 75.92 % อันดับ 3 ไม่พอใจการทำงานและการตัดสินของศาลอาญา 66.88 % อันดับ 4 ผู้มีอิทธิพล อำนาจและผลประโยชน์ 63.73 % อันดับ 5 ต้องการต่อต้านรัฐบาล 60.27 %
เมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่าเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ อันดับ 1 เกี่ยวข้อง 64.20% เพราะ การตัดสินของศาลส่งผลกระทบต่อการเมือง มีผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ เหตุการณ์ระเบิดเกิดขึ้นหลังจากมีการตัดสินคดีทางการเมืองได้ไม่นาน ฯลฯ อันดับ 2 ไม่แน่ใจ 32.97 % เพราะ อาจมีสาเหตุมาจากเรื่องอื่น ยังไม่รู้ข้อเท็จจริง ควรรอฟังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฯลฯ อันดับ 3 ไม่เกี่ยวข้อง 2.83 % เพราะ อาจเป็นเพียงการสร้างกระแส เกิดจากความคึกคะนอง ไม่น่ามีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ฯลฯ
ประชาชนคิดว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้ มีอะไรบ้าง อันดับ 1 ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย ความน่าเชื่อถือและเสถียรภาพของรัฐบาลลดน้อยลง 83.40 % อันดับ 2 ประชาชนวิตกกังวลถึงความไม่ปลอดภัยและความไม่สงบของบ้านเมือง 82.30 % อันดับ 3 กระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการลงทุน 71.13 % อันดับ 4 ทรัพย์สินของรัฐเสียหาย ต้องเสียงบประมาณในการซ่อมแซม 69.63 % อันดับ 5 ทำให้รัฐบาลต้องประกาศใช้กฎอัยการศึกต่อไป 68.29%
สำหรับ วิธีการป้องกันแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก อันดับ 1 เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ตั้งด่านตรวจ เพิ่มสายตรวจในพื้นที่ 81.67 % อันดับ 2 ทุกคนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแล 80.88 % อันดับ 3 เมื่อจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ ต้องลงโทษอย่างเด็ดขาด รุนแรง 77.89 % อันดับ 4 ติดตั้งกล้องวงจรปิด อุปกรณ์ตรวจจับวัตถุอันตรายในสถานที่สำคัญ 75.37 % อันดับ 5 มีการตรวจสอบ ควบคุมการลักลอบขนย้ายระเบิดและอาวุธเถื่อนให้เข้มงวดมากขึ้น 61.68 %
ส่วนประชาชนอยากให้รัฐบาลหรือหน่วยงานต่างๆดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร อันดับ 1 รัฐบาลต้องสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามและดูแลการทำงานอย่างใกล้ชิด 86.15 % อันดับ 2 หาตัวผู้บงการตัวจริงมาดำเนินคดีโดยเร็ว 83.71 % อันดับ 3 มีการชี้แจงข่าวสาร ความคืบหน้าของคดีให้ประชาชนได้รับรู้ และไม่ปิดบังข้อมูล 79.46 % อันดับ 4 เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและต่างชาติ 73.88 % อันดับ 5 เดินหน้าสร้างความปรองดอง ความสามัคคีให้กับคนในชาติ ลดความเหลื่อมล้ำ แตกแยก 73.17 %



