ข่าว

ลบบัญชีแค้น 'ขาใหญ่' เมืองขุนแผน

ลบบัญชีแค้น 'ขาใหญ่' เมืองขุนแผน

13 ก.ค. 2552

สิ้นเสียงสวดพระพุทธมนต์วันเข้าพรรษา ณ วัดบางสาม ก็มีเสียงปืนเข้ามาแทรก พร้อมกับความตายของ "ยงยุทธ โกมลสิงห์" หรือเซียะ บางสาม วัย 52 ปี ผู้กว้างขวางใน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ที่กลับจากทำบุญมุ่งหน้ากลับบ้านพักพร้อมลูกสาว !?!

 คดีอุกอาจท้าทายกฎหมายกลายเป็นที่โจษขานกันไปต่างๆ นานาเกี่ยวกับประเด็นสังหารโหดครั้งนี้ ตามข้อมูลที่ตำรวจมีอยู่ พบว่าเซียะ บางสาม เป็นผู้กว้างขวางและเซียนพระชื่อดัง เป็นคนใจถึง กล้าได้กล้าเสีย ทำธุรกิจหลายอย่าง โดยเฉพาะการเป็นนายหน้ารับเคลียร์การเข้ารับราชการทหารกองเกิน เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเขารับเคลียร์ให้ชาวบ้านหลายราย แต่ปรากฏว่ามีชายถึงวัยเกณฑ์ทหารจับได้ใบแดงหลายคน จนสร้างความไม่พอใจให้ใครหลายคน เพราะได้จ่ายเงินไปแล้วและยังไม่ได้คืน ชุดสืบสวนเองก็ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ แต่ไม่มากไปกว่าเรื่องค้างคาใจกับเพื่อนสนิทคนหนึ่งเมื่อ 5 ปีก่อน

 ครั้งนั้นเซียะมีความสนิทสนมอย่างมากกับผู้กว้างขวางคนหนึ่งใน ต.บางเลน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ต่อมาผู้กว้างขวางคนที่ว่าถูกตำรวจ บช.ภ.7 จับกุมข้อหาค้ายาเสพติด โดยเซียะถูกมองว่าเป็นสายให้ตำรวจชุดจับกุม นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ถึงคราวขาดสะบั้นลง มีความบาดหมางเข้ามาแทนที่ และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเซียะเองก็ตระหนักดีว่า เขาถูกปองร้ายหมายชีวิต ตั้งแต่นั้นเซียะก็พกปืน .357 ติดตัวตลอดเวลา

 ก่อนเกิดเหตุไม่นานผู้กว้างขวางบางสามรู้ข่าวว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์แปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่ โดยเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งบนถนนบางลี่-วัดไผ่โรงวัว หมู่ 1 ต.บางเลน อ.สองพี่น้อง จึงแจ้งให้ จ.ส.ต.ประเสริฐ พิมพิรัตน์ ตำรวจสายตรวจ ต.บางเลน ทราบ นำกำลังไปตรวจสอบ แต่ไม่พบกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องสงสัย เนื่องจากไหวตัวทันหลบออกจากโรงแรมไปก่อนหน้าไม่นาน

 กระทั่งวันที่ 8 กรกฎาคม 2552 วันเข้าพรรษาเซียะพร้อมด้วยลูกสาววัย 18 ปี ขับรถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน บจ 5112 สุพรรณบุรี ไปทำบุญที่วัดบางสาม เมื่อทำบุญตักบาตรเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ขับรถกลับบ้าน ขณะถึงสี่แยกบางสามห่างจากวัดไม่มากนัก มีรถกระบะอีซูซุ 4 ประตู สีน้ำเงิน ทะเบียน วอ 4696 กรุงเทพมหานคร ขับขึ้นประกบแล้วคนในรถก็ชักปืนยิงใส่เซียะทางด้านขวา จนรถจอดแน่นิ่งอยู่ริมถนน ชาวบ้านที่อยู่ไกลออกไปได้ยินเสียงปืนชุดแรก แล้วก็เงียบหายไป ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้นมาอีกชุดถี่ยิบ ซึ่งเป็นจังหวะที่มือปืนลงจากรถมายิงซ้ำอีกหลายนัด ส่งผลให้ผู้กว้างขวางบางสามเสียชีวิตทันที ส่วนลูกสาวถูกลูกหลงเข้าที่แขนขวา 2 นัด ส่วนคนร้ายกลับไปขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว 

 ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุต่างทยอยเข้ามาดูเหตุการณ์ และช่วยกันนำตัวลูกสาวของเซียะออกจากรถส่ง รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 ร.ต.อ.สมพร พรประสิทธิ์แสง พงส. (สบ 2) สภ.สองพี่น้อง พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุทธิ พวงพิกุล ผกก.สภ.สองพี่น้อง พ.ต.ท.สุเมธ สุนทร รอง ผกก.สส.และแพทย์เวร รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 มาตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า เซียะถูกยิงด้วยปืนขนาด.22 เข้าใต้ราวนมขวา 2 นัด ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาดเดียวกันตกอยู่ 1 ปลอก หัวกระสุนขนาด.38 แบบรีวอลเวอร์ ติดอยู่ตัวถังรถของผู้ตายอีก 4 หัว

 หลังเกิดเหตุตำรวจสองพี่น้องวิทยุสกัดจับคนร้ายตามเส้นทางหลบหนี แต่ไม่พบวี่แวว อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุชุดสืบสวนพอสรุปได้ว่า คนร้ายใช้ปืน 2 ขนาดด้วยกัน คือ .38 และ .22 เริ่มจากขับรถตามประกบจากวัดมาถึงสี่แยกบางสาม จึงเร่งเครื่องขึ้นมาประกบ เมื่อสบโอกาสจึงใช้ปืน.38 ยิงสกัดชุดแรกจนรถของเซียะเสียหลักและจอดตายอยู่ริมถนน จากนั้นคนร้ายอีกคนจึงลงมาใช้ปืน.22 ยิงซ้ำเพื่อให้แน่ใจว่าเสียชีวิตแน่นอนแล้วจึงขึ้นรถหลบหนีไป

 ขณะนี้ตำรวจสองพี่น้องกำลังเร่งสอบปากคำพยานแวดล้อมต่างๆ รวมถึงรวบรวมหลักฐานที่พบ และผลตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ว่าตรงกับคดีอื่นหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบทะเบียนประวัติมือปืนว่า มีซุ้มไหนกลุ่มไหนบ้างที่มีพฤติกรรมการใช้ปืน.38 รีวอลเวอร์ และ.22 ก่อนจะจำกัดวงกลุ่มคนร้ายและผู้อยู่เบื้องหลัง ตลอดจนประเด็นการสังหารในครั้งนี้
  
 อำนวย  กล้าหาญ