ข่าว

ประชาชนเป็นใหญ่

ประชาชนเป็นใหญ่

12 มี.ค. 2558

มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ประชาชนเป็นใหญ่ : โดย...สำนักข่าวเนชั่น

 
                            ในการประชุมสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีการรับทราบรายงานความคืบหน้าการยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และมี บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มาชี้แจง 
 
                            ตอนหนึ่ง “บวรศักดิ์” ระบุว่า กรรมาธิการเห็นว่า “พลเมือง” ยังไม่ได้รับโอกาสที่ดีในการให้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารบ้านเมืองอย่างเหมาะสม  
 
                            “จำนวนหนึ่งยังเป็นราษฎรที่ต้องการการชี้นำจากนักการเมือง รัฐธรรมนูญนี้จะต้องมีเจตนารมณ์แก้ปัญหาในอดีตและสร้างทางเดินไปสู่อนาคต เจตนารมณ์คือ ต้องการยกระดับราษฎรให้เป็นพลเมืองไม่ต้องตามนักการเมืองเหมือนในอดีต ต้องสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่จริงในแผ่นดิน”
 
                            ดังนั้นจึงมาดูกันว่า ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีเรื่องอะไรบ้างที่ทำให้ประชาชนเป็นใหญ่..!!! 
 
                            แก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทำประชามติถามประชาชน โดยมีหลักการว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเมื่อร่างผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว ต้องส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาก่อน และในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหลักการพื้นฐานสำคัญ ให้รัฐสภาดำเนินการให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงประชามติก่อนนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนั้นขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย
 
                            ในกรณีที่ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงโดยเสียงข้างมากไม่เห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญ ให้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นอันตกไป แต่ถ้าประชาชนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติโดยเสียงข้างมากเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญ ก็นำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อบังคับใช้ต่อไป
 
                            ประชาชนลงมติถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่กระทำผิดจริยธรรมได้ โดยมีหลักการว่า นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, ส.ส. และ ส.ว. ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรงจะถูกส่งชื่อให้ประชาชนทั้งประเทศ หรือในภูมิภาค หรือเขตเลือกตั้งของผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองนั้นลงมติถอดถอน โดยให้ประชาชนหย่อนบัตรลงคะแนนเมื่อถึงคราวเลือกตั้งว่าจะให้ถอดถอนบุคคลนั้นหรือไม่  
 
                            ให้มีสภาตรวจสอบภาคพลเมืองในแต่ละจังหวัด โดยมีหลักการว่า เพื่อส่งเสริมให้พลเมืองในแต่ละจังหวัดมีส่วนร่วมโดยตรงในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภายในเขตจังหวัดของตน ให้มีสภาตรวจสอบภาคพลเมืองในแต่ละจังหวัด ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนไม่เกิน 50 คน ซึ่งต้องมีภูมิลำเนาในจังหวัดนั้น โดยมีที่มาจากผู้แทนสมัชชาพลเมืองทั้งหมด ไม่เกิน 1 ใน 4 และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมไม่เกิน 1 ใน 4 ส่วนสมาชิกส่วนที่เหลือมาจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 
 
                            บัญชีรายชื่อแบบ โอเพ่นลิสต์ ตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถกำหนดตัวผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้ด้วยว่า จะให้ผู้สมัครคนใดเข้าไปเป็น ส.ส.ในสภา โดยไม่ต้องเอาตามบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่พรรคการเมืองจัดวางผู้สมัครก่อนหลัง โดยในบัตรลงคะแนนจะมีช่องเล็กๆ ให้เขียนหมายเลขผู้สมัครที่ต้องการเลือก
 
                            กลุ่มการเมือง ส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้ เพื่อสร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองของพลเมือง ประชาชนรวมกลุ่มเพื่อดำเนินการทางการเมืองได้ เพียงแต่ว่าต้องไปจดทะเบียนให้มีสภาพเป็นนิติบุคคล
 
                            นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่อง เช่น พลเมืองผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายได้, เข้าชื่อเพื่อให้รัฐสภามีมติให้ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและตัดสิทธิทางการเมือง, ประชาชนหรือชุมชนย่อมมีสิทธิ มีส่วนร่วมในการบริหารงานขององค์การบริหารท้องถิ่น...!
 
 
 
 
 
------------------------
 
(มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : ประชาชนเป็นใหญ่ : โดย...สำนักข่าวเนชั่น)