
แพนด้าน้อยพอมองเห็นเริ่มเรียกหาแม่
แพนด้าน้อยเริ่มส่งเสียงเรียกหาแม่แล้วหลังเห็นหลินฮุ่ยหายไปนานๆ ขณะที่โดมหิมะเปิดรอบสื่อมวลชน รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ นำทีมเล่นหิมะสัมผัสอากาศหนาวติดลบ 7 องศา ระบุเป็นของขวัญชิ้นที่สองให้แพนด้าหลังจัดงานสู่ขวัญ เตรียมเปิดบริการ 18 ก.ค.นี้
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม น.ส.อรทัย จตุรภัทรวงค์ นักวิจัยประจำโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย สวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดเผยถึงสุขภาพแม่ลูกแพนด้าว่า ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ต่อเนื่องถึงเช้าวันนี้ (12 ก.ค.) ทีมพี่เลี้ยงสังเกตพบว่า ตั้งแต่ตาซ้ายของแพนด้าน้อยเริ่มมองเห็น ลูกแพนด้ามีปฏิกิริยาคือส่งเสียงร้องเรียกหาแม่ขึ้นมา โดยจะส่งเสียงร้องดังแอ้แหลมๆ เมื่อเห็นว่าหลินฮุ่ยลุกไปขับถ่ายหรือหายไปนาน จากเดิมที่จะส่งเสียงร้องเฉพาะเมื่อหนาวหรือเมื่อตกจากอ้อมอกของแม่
นอกจากนี้ ยังพบว่าจะมีการผงกหัวขึ้นลงและส่ายหัวไปมาเหมือนกับมองหาบางสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าและเมื่อหลินฮุ่ยเดินกลับมาก็จะหยุดร้องแล้วล้มตัวลงนอนข้างๆ กัน ส่วนใหญ่แล้วหลินฮุ่ยมักจะปล่อยแพนด้าน้อยให้นอนเองกับพื้น
น.ส.อรทัยกล่าวว่า ส่วนในช่วงเช้านี้หลินฮุ่ยยังคงอุ้มลูกไว้ที่อกเพื่อเลียก้นและใบหน้าแพนด้าน้อย โดยลูกแพนด้าจะไต่หาเต้านมสลับกินนมแต่ละข้างด้วยตัวเองก่อนที่จะนอนหลับอยู่บนอกของแม่อย่างสบายใจ ส่วนหลินฮุ่ยนั้นกินไผ่ตงได้มากทั้งลำต้น ใบไผ่และอาหารเสริม ระบบการขับถ่ายปกติดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมวิจัยไม่ได้เปิดประตูที่เชื่อมส่วนจัดแสดงเพื่อปล่อยให้หลินฮุ่ยลงไปเดินเล่นโชว์ตัวกับนักท่องเที่ยวที่ส่วนจัดแสดงด้านนอกเช่นกับเมื่อวาน เนื่องจากทีมงานและเจ้าหน้าที่มีภารกิจต้องสลับกันไปร่วมงานศพบิดาของ สพญ.กรรณิการ์ นิ่มตระกูล สัตวแพทย์ประจำตัวแพนด้า ที่วัดฟ้ามุ่ย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเสียชีวิตกะทันหันในเช้าวันนี้ หลังจากเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมานานกว่า 1 เดือน โดยจะมีพิธีฌาปนกิจในวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคมนี้
เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมสโมสรแพนด้า นายชุมพร แสงมณี รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ พร้อมด้วยนายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ และนายพงษ์สิทธิ์ สิทธิวัง ผู้จัดการโครงการ “เชียงใหม่ซูสโนว์โดม” ร่วมกันแถลงข่าวเปิดโดมหิมะในสวนสัตว์เชียงใหม่ จากนั้นได้พาสื่อมวลชนเข้าไปทดลองระบบและเล่นหิมะเทียมภายในอุณหภูมิ -5 ถึง -7 องศาเซลเซียสกันอย่างสนุกสนาน ทั้งนี้สวนสัตว์ได้สั่งชุดเสื้อกันหนาวมีหมวกพร้อมรองเท้าสำหรับเล่นหิมะมาจัดเตรียมให้ผู้เข้าร่วมได้สวมใส่
นายธนภัทรกล่าวว่า การก่อสร้างโดมหิมะใช้เวลา 3 ปีทั้งการก่อสร้างตัวอาคารและส่วนทำความเย็น สาเหตุที่มาของการดำเนินการก่อสร้างเนื่องจากต้องการให้เป็นบ้านใหม่ของแพนด้าภายในโครงการดังกล่าว จึงมีส่วนของแพนด้าซูสโนว์โดมประกอบอยู่ด้วย นอกจากส่วนเล่นหิมะสำหรับนักท่องเที่ยวและส่วนสำนักงาน ซึ่งใช้งบประมาณในการก่อสร้างอาหารและระบบทำความเย็นประมาณ 70 ล้านบาท
ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่กล่าวว่า แพนด้าซูสโนว์โดม เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดูแพนด้าให้ใกล้เคียงกับถิ่นที่อยู่เดิมมากที่สุด ทางสวนสัตว์จึงได้ขออนุมัติงบประมาณเพื่อใช้ในการก่อสร้างประมาณ 70 ล้านบาท บนพื้นที่ 580 ตารางเมตร ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและองค์การสวนสัตว์ โดยโครงการเชียงใหม่ซูสโนว์โดมนั้นมีส่วนเชื่อมต่อกับส่วนจัดแสดงแพนด้า
"ในส่วนของระบบทำความเย็นนั้นภายในโดมหิมะนั้น ผนังภายในเป็นผนังกันความร้อนเพื่อเก็บรักษาอุณหภูมิภายใน มีระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ที่อุณหภูมิ - 5 องศาเซลเซียส และมีหัวพ่นหิมะอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางโดมทำหน้าที่ในการพ่นละอองน้ำเย็นที่ส่งมาจากถังผลิตน้ำเย็น 10 องศาเซลเซียส สามารถปรับหัวให้ส่ายไปมาได้ เมื่อละอองน้ำเย็นเข้ามากระทบกับอุณหภูมิ -5 องศาเซลเซียส ก็จะทำให้จับตัวกลายเป็นหิมะขึ้น ซึ่งแท้จริงแล้วถือเป็นหิมะจริงไม่ใช่หิมะเทียมอย่างที่พูดถึงกัน แต่เป็นการผลิตหิมะโดยเลียนแบบกระบวนการทางธรรมชาติเท่านั้นเอง" นายธนภัทรกล่าว
นายธนภัทรกล่าวอีกว่า ภายใน “เชียงใหม่ซูสโนว์โดม” จะมีสไลเดอร์ขนาดใหญ่ สำหรับให้แพนด้าได้ไถลตัวหรือให้นักท่องเที่ยวได้นั่งโดนัทสกี (Donut Ski) เลื่อนไถลลงไปเหมือนกับการเล่นสกี และมีลานหิมะที่จะมีหิมะโปรยปรายลงมาจากทางด้านบนและลอยลงมาสะสมอยู่บนพื้น ที่จะทำให้สามารถสัมผัสกับหิมะได้อย่างเต็มที่ นักท่องเที่ยวสามารถปั้นตุ๊กตาหรือขว้างปาหิมะกันได้อย่างสนุกสนาน และยังออกแบบตกแต่งภายในให้มีทิวทัศน์สไตล์จีนให้ได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย
ทั้งนี้การเปิดให้บริการเชียงใหม่ซูสโนว์โดมนี้ คาดว่าจะเปิดให้บริการแบบเป็นฤดูกาล คือบางฤดูกาลจะเปิดให้แพนด้าเข้าไปใช้พื้นที่โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมแพนด้าภายในได้ เพราะจะมีระเบียงชมแพนด้าอยู่ด้านบน นอกเหนือจากฤดูหนาวที่แพนด้าเข้าใช้พื้นที่แล้ว ก็จะเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวทั่วไปได้เข้าไปใช้พื้นที่ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปจะต้องสวมเสื้อโค้ทป้องกันความหนาวเย็น และรองเท้าที่สวนสัตว์จัดเตรียมไว้ให้และมีการปรับอุณหภูมิร่างกายก่อนที่จะเข้าไปภายในโดมเพื่อป้องกันการเป็นไข้หวัด
“หลังเปิดรอบสื่อมวลชนในวันนี้แล้ว ช่วงเย็นวันที่ 17 กรกฎาคม ผู้ว่าฯ เชียงใหม่จะเป็นประธานเปิดรอบแกรนด์โอเพนนิ่ง และวันที่ 18 กรกฎาคม จึงจะเริ่มเปิดบริการให้ประชาชนเข้ามาเล่นหิมะเทียมและสัมผัสความหนาวเย็น อัตราค่าบริการหากเป็นผู้ใหญ่จะคิดที่ 150 บาทต่อคน เด็ก 100 บาท เปิดให้ชมรอบละ 20 นาที วันละ 10-12 รอบ แต่ละรอบจะจำกัดผู้เข้าชมรอบละไม่เกิน 50 คน” นายธนภัทรกล่าว
ด้านนายชุมพร แสงมณี รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสดีที่สวนสัตว์สามารถเนรมิตของขวัญชิ้นใหม่ให้แพนด้า ถือเป็นชิ้นที่สอง หลังการจัดงานสู่ข้าวเอาขวัญไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากการเข้าชมแพนด้าสัตว์ที่น่ารักและหาดูได้ที่เดียวในเมืองไทยแล้ว ประชาชนยังสามารถมาเล่นหิมะและสัมผัสความหนาวเย็นในอุณหภูมิติดลบในโดมหิมะ ซึ่งถือเป็นจุดที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.เชียงใหม่ ได้เป็นอย่างดี



