ข่าว

เม็ดเงินอัดฉีดตำบลละล้าน ไม่พอหนุนกำลังซื้อภูมิภาค

เม็ดเงินอัดฉีดตำบลละล้าน ไม่พอหนุนกำลังซื้อภูมิภาค

13 มี.ค. 2558

ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : เม็ดเงินอัดฉีดตำบลละล้าน ไม่พอหนุนกำลังซื้อภูมิภาค : โดย...ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี

 
                            จากมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรของภาครัฐ ผ่านโครงการสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชมในพื้นที่แล้งซ้ำซาก โดยจัดสรรงบประมาณให้ตำบลละ 1 ล้านบาท จำนวน 3,052 ตำบล ใน 58 จังหวัด วงเงินรวมค่าบริหารจัดการทั้งสิ้น 3,174 ล้านบาทนั้น ศูนย์วิเคราะห์ทีเอ็มบีประเมินว่า หากแต่ละตำบลได้รับการอนุมัติโครงการเต็มจำนวน เม็ดเงินส่วนใหญ่จะกระจุกตัวในภาคอีสานเป็นหลักกว่า 2,000 ล้านบาท เนื่องจากมีพื้นที่เสี่ยงประสบภัยแล้งรุนแรงราวร้อยละ 70 จากทั้งหมด 3,052 ตำบล ที่ประเมินโดยกรมส่งเสริมการเกษตร ส่วนเม็ดเงินที่เหลืออีกเกือบ 1,000 ล้านบาท จะกระจายเข้าสู่พื้นที่คาดว่าจะประสบภัยแล้งรุนแรงในภาคกลาง (รวมภาคตะวันออก) ภาคเหนือ และภาคใต้ ตามลำดับ
 
                            จากจำนวนเกษตรกรทั้งประเทศประมาณ 23 ล้านคน หากประเมินเม็ดเงินต่อรายที่เกษตรกรได้รับ โดยอิงจากจำนวนเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ จะพบว่า เม็ดเงินที่ได้รับเฉลี่ยต่อรายสูงที่สุดคือ ภาคอีสาน คิดเป็นเงิน 190 บาท ภาคกลางและภาคเหนือได้รับรายละ 128 บาท และ 84 บาท ตามลำดับ สำหรับภาคใต้ เกษตรกรคาดว่าจะได้รับเงินช่วยเหลือต่อรายน้อยที่สุด เพียง 15 บาท เท่านั้น เนื่องจากมีพื้นที่ประสบภัยแล้งน้อยกว่าภาคอื่นๆ
 
                            หากพิจารณาต่อไปถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยอิงจากโครงสร้างรายจ่ายของเกษตรกรที่สำรวจโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เพื่อประเมินว่าเม็ดเงินทั้งหมดจำนวน 3,052 ล้านบาท (ไม่นับค่าบริหารจัดการโครงการ) จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจริงในภาคส่วนใดนั้น จะพบว่า ในภาพรวมเกษตรกรจัดสรรรายได้ที่มีนำไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเกือบร้อยละ 50 ของรายได้ที่ได้รับ นำไปซื้อปัจจัยการผลิตการเกษตรร้อยละ 35 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 18 จะนำไปใช้จ่ายในด้านอื่นๆ ฉะนั้น หากคำนวณกลับมาเป็นเม็ดเงินจะเห็นได้ว่า เงินเกือบ 2,000 ล้านบาท จะถูกนำมาจับจ่ายใช้สอยเพื่ออุปโภคบริโภค สะพัดหมุนเวียนในเศรษฐกิจชุมชน ส่วนเงินอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท เกษตรกรจะใช้จ่ายเพื่อซื้อปัจจัยการผลิตทำการเกษตร
 
                            กล่าวโดยสรุป แม้โครงการเน้นสร้างรายได้และกระตุ้นการจ้างงานในชุมชน ตำบลละ 1 ล้านบาท อาจก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินดังที่ประเมินข้างต้น แต่จำนวนเงินดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 0.2 ของจีดีพีภาคเกษตรเท่านั้น ซึ่งจะช่วยพยุงกำลังซื้อได้เพียงระดับหนึ่ง โดยล่าสุดสภาพัฒน์ประกาศจีดีพีภาคเกษตรกรรมหดตัวถึงร้อยละ 4.1
 
                            ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ภาครัฐต้องเร่งออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อเพิ่มเติม ซึ่งในปัจจุบันกำลังมีการพิจารณามาตรการระลอกใหม่ อาทิ พิจารณาแจกคูปองเกษตรกรแลกซื้อวัสดุ/ปัจจัยการผลิต วงเงิน 4-5 หมื่นล้านบาท รวมทั้งสร้างการจ้างงานชนบท/เกษตรกรซ่อมแซมถนนทั่วประเทศ วงเงินอีก 4 หมื่นล้านบาท แม้อาจมิใช่การแก้ไขปัญหาได้ในระยะยาว แต่อย่างน้อยก็น่าจะช่วยหนุนกำลังซื้อของเกษตรกรให้กระเตื้องกลับขึ้นมาได้ในระยะเร่งด่วน
 
 
 
 
 
------------------------
 
(ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : เม็ดเงินอัดฉีดตำบลละล้าน ไม่พอหนุนกำลังซื้อภูมิภาค : โดย...ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี)