
รายงาน-ศึกสองสี-วิบากกรรม กษิต
ฮอตแบบต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว จนลามมาถึงรอบสัปดาห์นี้คงหนีไม่พ้นเรื่องเก้าอี้ร้อนๆ ของ กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ หลังจากตกเป็นผู้ต้องหาถูกออกหมายเรียก 1 ใน 25 แกนนำพันธมิตร ข้อหาก่อการร้ายที่จะต้องไปรายงานตัวในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้
แม้ว่า “กษิต” จะดอดไปรายงานตัวเพียงคนเดียว แต่ประเด็นยังไม่จบเพียงเท่านี้ !!!
นั่นเพราะมีความพยายามเขี่ย “กษิต” ให้พ้นเก้าอี้ รมว.บัวแก้ว ให้ได้ ทั้งแรงกดดันจากภายในและภายนอกรัฐบาล
จนทำให้ “กษิต” ต้องออกมาโวยข้ามทวีป จากเมืองโอกแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ว่าถูก รุมกินโต๊ะ
เชื่อว่าท่าทีของ “กษิต” กับปฏิบัติการแซะเก้าอี้ยังแรงได้อีก ไม่เช่นนั้นคงไม่ส่งสัญญาณแรงถึงขนาดออกมาระบุว่า
“ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจใครอีกแล้ว ผมสงบเสงี่ยมมานานเพราะว่าเห็นอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ในรัฐบาล ผมไม่อยากจะไปพูดอะไรให้เกินหน้าเกินตา แต่ถ้ารุมกินโต๊ะผมคนเดียว ผมก็จำเป็นต้องลุกขึ้นสู้”
พร้อมขู่เกณฑ์คนร่วมแสนมาหนุนให้อยู่ในเก้าอี้ต่อไป ให้นานที่สุด เท่าที่จะทำได้
จนทำให้ประเด็นปัญหาร้อนฉ่าขึ้นมาทันที เพราะ “กษิต” เล่นออกมาเปิดหน้าไพ่สู้แบบเต็มสูบ
หลังจากเริ่มรู้ตัวว่าเบื้องหลังของเกมครั้งนี้มีสีเขียวอยู่เบื้องหลังบีบให้รัฐบาลปลดเขาลงจากเก้าอี้ให้ได้
คนที่มีงานเข้าคงหนีไม่พ้น สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ในฐานะผู้จัดการรัฐบาล ต้องออกมาเคลียร์ปัญหาภายในรัฐบาลครั้งนี้
นั่นเพราะหากแก้ปัญหาไม่ตก จนเกิดบานปลาย ไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลแน่ๆ เพราะเกมนี้เริ่มมีสีเขียว สีเหลือง เข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว
ไม่เช่นนั้น “กษิต” คงไม่โยนคำถามก้อนโต ไปยัง “สุเทพ” ว่าใครอยู่เบื้องหลังการปองร้าย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับ สนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เชื่อว่างานนี้จะต้องเกิด “ศึกสองสี” ขึ้นมาอย่างแน่นอน !!!
ขึ้นอยู่กับว่า รัฐบาลจะเลือกสีไหนเท่านั้น เพราะทั้งสองสี ต่างเป็นผู้มีบุญคุณหนุนหลังให้พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้เป็นผลสำเร็จ
คอการเมืองจึงต้องจับตาแบบห้ามกะพริบ ว่ารัฐบาลจะแก้ปมร้อนๆ นี้ ได้อย่างไร เพราะมิตรเริ่มแตกคอกันแล้ว จึงไม่เป็นผลต่อโจทย์ใหญ่ในการจัดการกับ ทักษิณ ชินวัตร แน่ๆ
ขณะเดียวกันก็ต้องบอกว่าเหมือนเป็นวิบากกรรมของ “กษิต” แท้ๆ เพราะนอกจากถูกรุมกินโต๊ะ เขี่ยพ้นเก้าอี้ รมว.บัวแก้ว แล้ว ยังถูกดาบสอง คณะกรรมการการการเลือกตั้ง (กกต.)จ้องเชือดอีกต่างหากในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้
ตามคำร้องของ ส.ว.จอมสอย “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ที่ร้องขอให้ กกต.ตรวจสอบการสิ้นสุดการเป็นรัฐมนตรีของ “กษิต” เนื่องจากภรรยาถือครองหุ้นในบริษัททางด่วนกรุงเทพ ซึ่งเป็นสัมปทานกับรัฐ
ซึ่ง 5 อรหันต์ กกต.พร้อมกันนัดลงมติชี้ขาด “กษิต” ก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป
ขณะเดียวกัน ในเช้าวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ แกนนำกลุ่มพันธมิตร ที่ถูกออกหมายเรียก จะเดินทางไปรายงานตัวที่สโมสรตำรวจ ตามหมายเรียก พร้อมทั้งใช้สิทธิ์โต้แย้งตามกฎหมาย เพราะเห็นว่าข้อกล่าวหาก่อการร้าย เป็นการตั้งข้อกล่าวหาเท็จ
พร้อมทั้งฟ้องกลับบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยที่ “อภิสิทธิ์” เป็นจำเลยที่ 1 ในฐานะประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ
นอกจากนี้ ในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้ 28 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ต้องเตรียมรอลุ้นระทึก กับการชี้ขาดของ กกต.ในกรณีการถือครองหุ้นที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หลังจากที่อนุกรรมการ กกต.ได้สรุปสำนวนเรียบร้อยแล้ว
แต่จับอาการของ กกต.แล้ว มีแนวโน้มเป็นไปได้สูงอาจจะต้องขอขยายเวลาอีก 15 วัน เช่นเดียวกับกรณี 44 ส.ส. เพื่อซื้อเวลาต่อลมหายใจให้แก่ ส.ส.ค่ายสะตอ
แต่ว่าหลายคนยังอยู่ในอาการตุ๊มๆ ต่อมๆ กลัวถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เพราะเบื้องต้นจากการตรวจสอบของทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าเข้าข่าย 5-7 รายที่จะต้องถูกเชือดแน่ๆ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว อาทิ
เจือ ราชสีห์ ส.ส.สงขลา ถือหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
สราวุธ อ่อนละมัย ส.ส.ชุมพร ถือหุ้นบริษัท โทเทิ่ล แอคเซสคอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ส.ส.ตาก ถือหุ้นบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 8 ถือหุ้นบริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน)
จุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก ถือหุ้นบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน)
และกรณีของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ถือหุ้น บริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แต่ยังมีข้อต่อสู้หลังสุเทพได้ขายหุ้นออกจนหมดแล้วก่อนมาเป็นรองนายกรัฐมนตรี
ทั้งหมดนี้แม้ว่าทีมกฎหมายของพรรค จะวิเคราะห์ว่าอาจจะมีช่องทางหลุดในชั้นของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะแม้จะเป็นการสัมปทานของรัฐ และไม่ใช่ลักษณะผูกขาดตัดตอน เพราะธุรกิจเหล่านี้มีการแข่งขันกันสูง
แต่อีกนัยก็เป็นบทพิสูจน์มาตรฐานการทำงานของ กกต.หากใช้มาตรฐานเดียวกันกับ 16 ส.ว. อาจจะมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมๆ 14 คน ต้องหลุดจากเก้าอี้ไปโดยปริยาย
และด้วยเหตุนี้เอง ที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมฟิตซ้อมกดปุ่มเข้าสู่ “โหมดเลือกตั้ง” กันแล้ว เพื่อรองรับอุบัติเหตุทางการเมืองที่ไม่คาดคิดจากมรสุมรอบด้าน
บัญชา แข็งขัน



