
เลื่อนอ่านฎีกา'กำนันเซี้ยะ'ฮั้วประมูล
11 มี.ค. 2558
เลื่อนอ่านฎีกา 'กำนันเซี้ยะ - พวก' ครั้งที่ 3 ฮั้วประมูลปี 44 กำนันดิ้นสู้ขอส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยข้อกฎหมาย ลุ้นศาลฎีกาส่งหรือไม่
11 มี.ค. 58 เมื่อเวลา 11.00 น. ศาลเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ 4077/2546 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายประชา โพธิพิพิธ หรือ กำนันเซี้ยะ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ และผู้กว้างขวางใน จ.กาญจนบุรี , นางเขมพร ต่างใจเย็น ภรรยา , น.ส.วรรณา ล้อไพบูลย์ บุคคลใกล้ชิดของนางเขมพร และนายถวิล หรือน้อยหนวด สวัสดี (เสียชีวิต) หนึ่งในสมาชิกกลุ่มนายสมชาย จิตตหฤษฎ์ หรือ เลขาฯ จุก เลขานุการส่วนของกำนันเซี้ยะ เป็นจำเลย ที่ 1 - 4 ในความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ , หน่วงเหนี่ยวกักขัง และกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (ฮั้วประมูล) สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 44 พวกจำเลยขัดขวางมิให้ตัวแทนบริษัทเข้าร่วมประมูลงานจำหน่ายเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตกับกรมชลประทาน
โดยวันนี้ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา แต่นายประชา และนางเขมพร จำเลยที่ 1 - 2 ไม่ได้เดินทางมาศาล ซึ่งนายประชา จำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้ทนายความ ยื่นคำร้องต่อศาล ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย เกี่ยวกับความผิดที่มีการดำเนินคดีนายประชา ว่าขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 หรือไม่
ส่วนนางเขมพร จำเลยที่ 2 ได้มอบหมายทนายความ ยื่นคำร้องขอเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ออกไปก่อน เนื่องจากมีอาการป่วย
ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ขณะนี้คดีอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลฎีกา จึงเห็นควรให้ส่งคำร้องของนายประชา จำเลยที่ 1 และสำนวนไปให้ศาลฎีกาพิจารณา ว่า จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ ศาลจึงให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ออกไปก่อน จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ได้เลื่อนการอ่านคำพิพากษามาแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเนื่องจากนายประชา จำเลยที่ 1 และนางเขมพร จำเลยที่ 2 ไม่ได้รับหมายศาล ส่วน น.ส.วรรณา บุคคลใกล้ชิดของนางเขมพร จำเลยที่ 3 มีอาการป่วย
ส่วนครั้งที่ 2 สาเหตุที่เลื่อนเนื่องจาก นายประชา จำเลยที่ 1 และ น.ส.วรรณา จำเลยที่ 3 ไม่มาศาล ซึ่งศาลได้สั่งให้ออกหมายจับทั้งสองเพื่อมาฟังคำพิพากษาในวันนี้ (11 มี.ค.)
สำหรับคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาให้จำคุกนายประชา เป็นเวลา 5 ปี ฐานเป็นหัวหน้า หรือผู้มีตำแหน่งในอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 วรรค 2
ส่วนจำเลยที่ 2 - 4 ให้จำคุกคนละ 4 ปี ฐานเป็นอั้งยี่ แต่ต่อมาเมื่อมีการอุทธรณ์คดี ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 50 ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด
ขณะที่นายประชา นอกจากคดีฮั้วประมูล ยังถูกอัยการยื่นฟ้อง ในคดีบุกรุก ครอบครองที่ราชพัสดุ อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี และ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี รวมเนื้อที่ทั้งหมด 1,199 ไร่ 2 ตารางวา 84 งาน โดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย ซึ่งศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ส.ค. 57 ให้จำคุกนายประชา จำเลย เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษ ขณะที่นายประชา จำเลย ได้ประกันตัวไป 100,000 บาท ระหว่างอุทธรณ์ต่อสู้คดี



