ข่าว

จ้างเอกชนผ่าปัญหาบ้านเอื้อ6เดือน

จ้างเอกชนผ่าปัญหาบ้านเอื้อ6เดือน

13 ก.ค. 2552

กคช.ขอเวลา 6 เดือน จ้างเอกชนศึกษาทางออกแก้ปัญหาบ้านเอื้ออาทร ลุ้นตั้งบริษัทใหม่หรือแยกบัญชีจากการเคหะฯ มั่นใจงบประมาณชดเชยดอกเบี้ยจ่ายปีนี้ กว่า 3,500 ล้านบาท ช่วยคลายปัญหา

 นายสุชาติ ศิริโยธิพันธุ์ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) กล่าวว่า ขณะนี้การเคหะฯ ได้จัดจ้างเอกชนให้ศึกษาหาทางออกที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาโครงการบ้านเอื้ออาทร โดยจะใช้วิธีการจัดตั้งบริษัทขึ้นมาดูแล หรือแยกระบบบัญชีออกจากการเคหะฯ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 6 เดือน

 แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้การช่วยเหลือการเคหะฯ ด้วยการอนุมัติงบประมาณชดเชยภาระดอกเบี้ยที่เกิดจากการก่อสร้างโครงการบ้านเอื้ออาทร รวมทั้งสิ้นกว่า 4,700 ล้านบาท แบ่งเป็นงบที่นำมาใช้ในปีงบประมาณ 2552 จำนวน  3,587 ล้านบาท ส่วนที่เหลือประมาณ 1,200 ล้านบาท คงต้องรอผลศึกษาอีก 6 เดือน หากผลศึกษาไม่มีการจัดตั้งบริษัทหรือแยกบัญชีก็จะถูกโยกไปอยู่ในงบประมาณปี 2553 ทั้งนี้ การเคหะฯ ได้ยื่นขอวงเงินอุดหนุนตามงบประมาณประจำปี 2553 จากรัฐบาลทั้งสิ้น 3,160 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายภายในองค์กร และพัฒนาชุมชน เป็นต้น

 จากการอนุมัติงบประมาณชดเชยดอกเบี้ยนั้น จะช่วยแก้ไขฐานะทางการเงินของการเคหะฯ ที่เกิดจากการสร้างบ้านเอื้ออาทรตามนโยบายของรัฐบาล ประกอบกับแผนการปรับลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในองค์กรในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการดำเนินการด้านการขายให้ได้ตามเป้าหมาย ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 300 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดทุนติดต่อกัน 3 ปี มาเป็นมีกำไรได้ ซึ่งจะทำให้การเคหะฯ ไม่ต้องตัดขายที่ดินที่มีศักยภาพไป

 สำหรับสถานะล่าสุดของโครงการก่อสร้างบ้านเอื้ออาทรตามมติ ครม.ให้ก่อสร้างเหลือจำนวน 2.81 แสนหน่วย แบ่งเป็น สร้างเสร็จแล้ว 1.9 แสนหน่วย ในจำนวนนี้ได้ส่งมอบให้ลูกค้าแล้ว 1 แสนหน่วย และอยู่ระหว่างก่อสร้างอีกประมาณ 8 หมื่นหน่วย