
ปนัดดาถกร่วมผู้ว่าฯ9จว.เหนือเร่งแก้หมอกควัน
11 มี.ค. 2558
มทภ.3-ปนัดดา ประชุมร่วมผู้ว่าฯ 9 จังหวัดภาคเหนือ บูรณาการการทำงานเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤติหมอกควันไฟป่า หลังพบค่ามลพิษอากาศพุ่งเกินค่ามาตรฐานส่งผลกระทบทั่วภาคเหนือ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 มีนาคม 2558 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ท.สาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วยหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนายกรัฐมนตรีและปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมบูรณาการส่วนราชการ 9 จังหวัดภาคเหนือในการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 9 จังหวัดภาคเหนือ หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหา และเน้นย้ำกำชับการทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหา หลังจากที่พบว่าสถานการณ์ปัญหามลพิษอากาศหมอกควันไฟป่าในพื้นที่หลายจังหวัดภาคเหนือทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
พล.ท.สาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดเผยว่า ได้รับบัญชาจากนายกรัฐมนตรีให้จัดประชุมส่วนจังหวัด 9 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อระดมเครื่องมือและกำลังคนแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าที่ปัจจุบันเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนแล้ว โดยเบื้องต้นขอความร่วมมือทุกจังหวัดในการระดมชุดปฏิบัติการและเครื่องมือที่มีอยู่แล้ว พร้อมกับเพิ่มการสนับสนุนต่างๆจากทางกองทัพ ทั้งกำลังพลทหาร เครื่องมือ รวมทั้งเครื่องบินจากกองทัพอากาศในการขึ้นบินโปรยละอองน้ำ ตลอดจนปฏิบัติการทำฝนหลวงและที่สำคัญที่สุดก็คือการขอความร่วมมือจากประชาชนตั้งแต่ในระดับพื้นที่ในการช่วยกันป้องกันแก้ไขปัญหานี้
โดยในการประชุมครั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุมได้มีการรายงานสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 9 จังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานมีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนแล้วในพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย ลำพูน และพะเยา ที่มีแนวโน้มว่าจะขยายวงกว้างไปยังจังหวัดใกล้เคียงในปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนนี้อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้มีการกำหนดแนวทางและการแก้ไขปัญหาตามแผนปฏิบัติการเชิงบูรณาการร่วมกันในแต่ละพื้นที่
ขณะที่ในด้านการป้องกันได้จัดให้มีการจัดทำข้อมูลและเน้นการปฏิบัติในพื้นที่เป้าหมายสำคัญในตำบลเสี่ยงระดับ 3,4 และพื้นที่สำคัญพิเศษ เช่น เขตพระตำหนัก , เขตพระราชฐาน , เขตโครงการพระราชดำริ และเขตที่ทหารรับผิดชอบ เป็นต้น และได้มีการจัดชุดรณรงค์ของทหารจำนวน 14 ชุดปฏิบัติการ ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจตลอดจนการประชาสัมพันธ์ด้วยสื่อทุกชนิด พร้อมทั้งประสานให้มีการจัดกิจกรรมทำแนวกันไฟและจัดกิจกรรม Kick off ในระดับจังหวัดอำเภอและในตำบลเสี่ยงทุกพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้ให้กองกำลังป้องกันชายแดนประสานการจัดกิจกรรมทำแนวกันไฟสองแผ่นดิน ไทย-เมียนมา 3 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย แม่ฮ่องสอน และตาก
“ต้องยอมรับว่าปัญหาหมอกควันไฟป่าที่เกิดมีต้นเหตุสำคัญเนื่องมาจากการเผาด้วยฝีมือมนุษย์ ซึ่งการแก้ไขปัญหาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขที่ต้นเหตุ ด้วยการปลุกจิตสำนึกและอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ในหมู่บ้านตำบล ในการงดการเผาและช่วยระงับเหตุ ขณะเดียวกันอาจจะต้องมีการนำมาตรการลงโทษทางกฎหมายมาบังคับใช้อย่างเข้มงวดด้วย ทั้งนี้ยอมรับด้วยว่าการเผาและไฟป่าที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ในเวลานี้เกิดขึ้นในพื้นที่ของประเทศไทยเป็นหลัก อย่างไรก็ตามในส่วนของประเทศเพื่อนบ้านก็ได้มีการประสานความร่วมมือในการป้องกันแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะกับประเทศพม่า ในการร่วมกันทำแนวกันไฟตามแนวชายแดนด้านจังหวัดเชียงราย” พล.ท.สาธิต กล่าว
ขณะที่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ในการประชมคณะรัฐมนตรีล่าสุด มีการแสดงความห่วงใยเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดว่า เวลานี้ทุกภาคส่วนในพื้นที่ต่างร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบตามหลายด้าน โดยเฉพาะผลกระทบต่อสุขภาพ จึงอยากเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายช่วยกันงดหรือเลี่ยงการเผาในช่วงนี้ไปก่อน
“ส่วนการเผาพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อเตรียมการเพาะปลูกผลผลิตส่งให้บริษัทธุรกิจด้านการเกษตรยักษ์ใหญ่ของประเทศ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เบื้องต้นเห็นด้วยว่าอาจจะต้องมีการเจรจากับบริษัทดังกล่าวในการให้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความรับผิดชอบเพื่อลดปัญหานี้ด้วย”หม่อมหลวงปนัดดา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายวันนี้จะได้มีการปล่อยแถว ขบวนรถฉีดพ่นน้ำ โปรยละอองน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่อากาศ ลดความเข้มข้นของหมอกควันในพื้นที่ตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งให้ฝ่ายปกครองท้องถิ่นเร่งกำหนดแผนการอย่างเป็นรูปธรรม ในระดับอำเภอ นำเสนอต่อผู้ว่าราชการในแต่ละจังหวัดภายในวันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคมนี้
เชียงใหม่ - พิษหมอกควันทำรายได้ท่องเที่ยวหด 2 พันล้าน
นายพรชัย จิตรนวเสถียร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ยอมรับว่า ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นส่งผบลกระทบต่อการท่องเที่ยว คาดว่าจะทำให้จำนวนของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่ลดลง โดยบรรดาผู้ประกอบการได้มีการแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบล่วงหน้าอยู่แล้วว่าในช่วงนี้จะมีปัญหาในเรื่องของหมอกควันและเป็นไปตามปกติที่เกิดขึ้นเช่นทุกปี ขณะนี้มีการเลื่อนและยกเลิกการเดินทางกว่าร้อยละ 50 ส่งผลต่อรายได้ลดลงประมาณ 2,000 ล้านบาท
“เชื่อว่าช่วงเดือนเมษายนที่มีเทศกาลสงกรานต์โดยปกติธรรมชาติจะพัดพาพายุฝนฤดูร้อนเข้ามาเป็นประจำทุกปีทำให้ปัญหาหมอกควันลดลงอย่างแน่นอนและคาดว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มมากขึ้นกว่าทุกปีเนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ได้เปิดเส้นทางการบินเชื่อมต่อกลับต่างประเทศเป็นจำนวนมาก อันจะทำให้สภาวะเศรษฐกิจการท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคักมากกว่าทุกปี”นายพรชัย กล่าว
นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัญหาการท่องเที่ยวนับว่ายังเป็นปัญหาที่รองจากปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็วและมีการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้มีการเตรียมควาพร้อมรับมือกับสถานการณ์หมอกควันโดยทันที
นางศิริพร ตันติพงษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัญหาหมอกควันไฟป่าในปีนี้ มีความรุนแรงมากกว่าทุกปี ส่งผลกระทบกับสภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ได้รับผลกระทบมากกว่าร้อยละ 50 ซึ่งทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการชะลอตัวของการจับจ่ายซื้อขายสินค้าลดลงอย่างมากเนื่องจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่หวั่นว่าเมื่อออกไปยังพื้นที่โล่งแจ้งจะได้รับมลพิษจากหมอกควันส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ทำให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ไม่กล้าที่จะเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
“ภาคเกษตรกรรม คาดว่าน่าจะมีผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากปัญหาหมอกควันที่เป็นมลพิษต่อพืชผลทางการเกษตร บวกกับสภาวะภัยแล้งทำให้ประสบปัญหาอย่างมาก สำหรับผลกระทบในระยะยาวเมื่อใกล้เข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายนนี้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเร่งแก้ไขปัญหาให้ได้โดยเร็วที่สุดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและบรรดานักท่องเที่ยวให้มีความมั่นใจกลับมาท่องเที่ยวยังจังหวัดเชียงใหม่โดยเร็วที่สุด”นางศิริพร กล่าว
ทางด้านนางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัญหาหมอกควันกระทบต่อการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่อย่างมากซึ่งจากการสอบถามบรรดาผู้ประกอบการโรงแรมที่ส่วนใหญ่มีผลกระทบจากกรุ๊ปทัวร์นักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวเกาหลีใต้ จีน มีการยกเลิกการจองห้องพักไปจำนวนมาก อีกทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยก็มีจำนวนลดลง จากยอดจำนวนการเข้ามาของนักท่องเที่ยวลดลงส่งผลทำให้สภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ลดลงตามไปด้วยและคาดว่าหากปัญหาหมอกควันยังทวีความรุนแรงขึ้นก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจ การท่องเที่ยวลดลง อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นก็ได้มีการแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ให้ช่วยกันลดน้ำภายในบริเวณบ้านของตนเพื่อเป็นการร่วมช่วยกันลดปัญหาหมอกควันได้ อีกทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนได้เร่งแก้ไขปัญหาให้ทันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้จะถึงนี้เพื่อที่จะสามารถฟื้นฟูให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่มีวัฒนธรรมที่สวยงามและทำให้สภาวะเศรษฐกิจรวมถึงสุขภาพของประชาชนกลับสู่ปกติโดยเร็ว



