
เอสซีจีตั้งงบ 3.6 หมื่นล.ฮุบกิจการนอก
"เอสซีจี" เดินหน้าซื้อกิจการต่างประเทศ โฟกัสธุรกิจด้านวัสดุก่อสร้าง กระดาษ ซีเมนต์ หวังต่อยอดผู้นำอาเซียน ระบุใช้เงินไม่เกิน 3.6 หมื่นล้านบาท
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเข้าซื้อกิจการ หรือ เทคโอเวอร์ธุรกิจในต่างประเทศเพื่อต่อยอดเป้าหมายการเป็นผู้นำอาเซียนให้เร็วขึ้น โดยยอมรับว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อเข้าเทคโอเวอร์ในหลายกิจการ ซึ่งจะเห็นเป็นรูปธรรมในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ โดยมุ่งเป้าไปที่ประเทศในกลุ่มอาเซียน และอินโดจีน (ไม่รวมประเทศจีน) ในธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจเคมีภัณฑ์ ธุรกิจซีเมนต์ และวัสดุก่อสร้าง และธุรกิจกระดาษ
"เท่าที่ผมดู โอกาสที่จะเป็นวัสดุก่อสร้างมีเยอะขึ้นในเวียดนาม อินโดนีเซียก็ดูอยู่ ซีเมนต์ก็ดูอยู่ กระดาษก็มีบริษัทเข้ามาออฟเฟอร์เราหลายรายตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่วนเคมีภัณฑ์ถือเป็นโครงการค่อนข้างใหญ่ที่ต้องใช้เงินลงทุนมาก ซึ่งคงต้องพิจารณานาน อย่างไรก็ตาม ภายในครึ่งปีหลังนี้ คงเห็นการเทคโอเวอร์ใน 2-3 รายการ จะเกิดการลงทุนในธุรกิจวัสดุก่อสร้าง กระดาษก็คุยกันอยู่แล้ว แล้วก็ซีเมนต์" นายกานต์กล่าวและว่า วงเงินที่กำหนดไว้สำหรับการเทคโอเวอร์ จะไม่เกิน 3.6 หมื่นล้านบาท
นายกานต์กล่าวแนะนำว่า การที่ภาคธุรกิจจะอยู่รอดได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ควรจะให้ความสำคัญกับการดูแลสภาพคล่องให้ดี เช่นเดียวกับการลดสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อเปลี่ยนมาถือเงินสดให้มากที่สุด นอกจากนี้ ยังต้องดูแลต้นทุนการผลิต ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรในองค์กร เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคตเมื่อวิกฤติผ่านพ้นไป
"เรามีบทเรียนจากวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ซึ่งถามว่าวิกฤติครั้งนี้หนักหรือไม่ มันมีความแตกต่างกันอยู่ ในครั้งนี้เราเตรียมตัวรับมือได้ดี ทำให้เราไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติมากนัก แต่ก็ยอมรับว่าวิกฤติครั้งนี้ก็ทำให้การส่งออกหดหายไป ซึ่งคิดว่าจะหดตัวลงราว 30% ได้" นายกานต์กล่าว



